โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามซีเรีย : 10 ปีของการสู้รบ กับเกือบ 7 แสนชีวิตที่ตายหรือสูญหาย

Khaosod

อัพเดต 16 มี.ค. 2564 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2564 เวลา 06.22 น.

สงครามซีเรีย : 10 ปีของการสู้รบ กับเกือบ 7 แสนชีวิตที่ตายหรือสูญหาย - BBCไทย

การลุกฮืออย่างสันติเพื่อต่อต้านประธานาธิบดีซีเรียเมื่อ 10 ปีก่อน กลับกลายเป็นสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ ความขัดแย้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 380,000 คน สร้างความเสียหายให้แก่เมืองต่าง ๆ และทำให้หลายประเทศต้องเข้ามาร่วมสู้รบ

สงครามซีเรียเริ่มต้นขึ้นอย่างไร

Anti-government protesters on the streets of the Syrian city of Deraa on 23 March 2011

สงครามซีเรียเริ่มต้นขึ้นอย่างไร

ก่อนที่ความขัดแย้งจะเริ่มต้นขึ้น ชาวซีเรียพากันตำหนิเรื่องอัตราการว่างงานที่สูง การทุจริต และการขาดเสรีภาพทางการเมือง ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ซึ่งสืบทอดตำแหน่งต่อจากนายฮาเฟซ บิดา ที่เสียชีวิตลงในปี 2000

มี.ค. 2011 การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเกิดขึ้นในเมืองเดอรา ทางใต้ของประเทศ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการลุกฮือประท้วงต่อต้านผู้ปกครองที่กดขี่ในประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ

เมื่อรัฐบาลซีเรียใช้กำลังปราบปรามผู้ต่อต้านอย่างรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ได้เกิดการประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีซีเรียลาออกทั่วประเทศ

ความไม่สงบได้แผ่ขยายออกไป และก็มีการปราบปรามหนักข้อขึ้น ผู้สนับสนุนฝ่ายต่อต้านลุกขึ้นมาจับอาวุธ ในช่วงแรกพวกเขาแค่ป้องกันตัวเอง แต่ต่อมาก็ใช้อาวุธกำจัดกองกำลังทางการออกไปจากพื้นที่ด้วย นายอัสซาด รับปากว่า จะปราบปรามสิ่งที่เขาเรียกว่า "การก่อการร้ายที่ต่างชาติหนุนหลัง"

A father reacts after the death of two of his children by shellfire in the rebel-held al-Ansari area of Aleppo, Syria (3 January 2013)

ความรุนแรงได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และซีเรียได้เข้าสู่สงครามกลางเมือง มีกลุ่มกบฏเกิดขึ้นหลายร้อยกลุ่มและในเวลาไม่นานความขัดแย้งนี้ก็กลายเป็นมากกว่าการต่อสู้ระหว่างชาวซีเรียที่สนับสนุนนายอัสซาดกับชาวซีเรียที่ต่อต้านเขา ชาติมหาอำนาจในต่างประเทศได้เริ่มเลือกข้าง ส่งทั้งเงิน อาวุธยุทโธปกรณ์ และนักรบเข้ามา ขณะที่ความวุ่นวายเริ่มเลวร้ายลง องค์กรจีฮัดสุดโต่งที่มีเป้าหมายของตัวเองอย่างกลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State--IS) และอัลกออิดะห์ (al-Qaeda) ก็ได้เข้ามาร่วมสู้รบด้วย ทำให้เกิดความกังวลเพิ่มมากขึ้นในประชาคมโลก ซึ่งมองว่ากลุ่มเหล่านี้คือภัยคุกคามที่สำคัญ

ชาวเคิร์ดในซีเรีย ซึ่งต้องการสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ไม่ได้สู้รบกับกองกำลังของนายอัสซาด เป็นอีกมิติหนึ่งของความขัดแย้งนี้

Short presentational grey line

มีผู้เสียชีวิตแล้วมากแค่ไหน

An injured child is treated at a hospital in the rebel-held Eastern Ghouta, Syria (19 February 2018)

องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย (Syrian Observatory for Human Rights--SOHR) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักรโดยมีเครือข่ายจำนวนมากที่อยู่ในพื้นที่ ได้รวบรวมหลักฐานการเสียชีวิตของคน 387,118 คน จนถึงเดือน ธ.ค. 2020 ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 116,911 คน

ยอดรวมผู้เสียชีวิตนี้ไม่รวมถึงคน 205,300 คน ที่ทางกลุ่มระบุว่าสูญหายหรือถูกสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้ว รวมถึงพลเรือน 88,000 คน ที่เชื่อว่าเสียชีวิตแล้วจากการทรมานตามเรือนจำที่ดำเนินการโดยรัฐบาล

กราฟิก

กลุ่มสังเกตการณ์อีกกลุ่มหนึ่งคือ ศูนย์พิสูจน์การล่วงละเมิด (Violations Documentation Center) ซึ่งใช้ข้อมูลจากนักเคลื่อนไหวทั่วประเทศ ได้บันทึกสิ่งที่ทางกลุ่มเห็นว่า ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงการโจมตีพลเรือน

โดยมีหลักฐานการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสู้รบของคนจำนวน226,374 คน รวมถึงพลเรือน 135,634 คน ถึงเดือน ธ.ค. 2020

ยูนิเซฟ (Unicef) หน่วยงานด้านเด็กของสหประชาชาติ ระบุว่า มีเด็กเกือบ 12,000 คน เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

กราฟิก
Short presentational grey line

ใครมีส่วนร่วมในการสงครามนี้บ้าง

Turkish-backed Syrian rebel fighters raise the opposition's flag as they arrive in the border town of Qirata (25 December 2018)

ผู้สนับสนับหลักของรัฐบาลซีเรียในช่วงที่ผ่านมาคือ รัสเซียและอิหร่าน ขณะที่ตุรกีและชาติมหาอำนาจในโลกตะวันตกและหลายชาติอาหรับในอ่าวเปอร์เซียสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียในระดับที่แตกต่างกันไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

รัสเซีย ซึ่งมีฐานทัพทหารอยู่ในซีเรียก่อนที่จะเกิดสงคราม ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศเพื่อสนับสนุนนายอัสซาดในปี 2015 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของสงครามที่ทำให้รัฐบาลซีเรียเป็นฝ่ายได้เปรียบ

กองทัพรัสเซียระบุว่า โจมตีเป้าหมายที่เป็น "ผู้ก่อการร้าย" เท่านั้น แต่นักเคลื่อนไหวระบุว่า การโจมตีของรัสเซียได้ทำให้กลุ่มกบฏกระแสหลักและพลเรือนเสียชีวิตอยู่เป็นประจำ

ส่วนอิหร่าน คาดกันว่าได้ส่งทหารหลายร้อยนายและเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือนายอัสซาด

นักรบมุสลิมนิกายชีอะห์หลายพันคนได้รับการติดอาวุธ ฝึกฝน และได้รับเงินจากอิหร่าน เพื่อร่วมต่อสู้เคียงข้างกองทัพซีเรีย ส่วนใหญ่พวกเขามาจากขบวนการเคลื่อนไหวเฮซบอลเลาะห์ในเลบานอน แต่ก็มีมาจากอิรัก อัฟกานิสถานและเยเมนเช่นกัน

สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส ในตอนแรกสนับสนุนกลุ่มที่พวกเขามองว่าเป็นกลุ่มกบฏ "สายกลาง" แต่ทั้งสามชาตินี้เน้นช่วยเหลือในด้านที่ไม่ร้ายแรง เพราะนักรบจีฮัดกลายเป็นกองกำลังหลักในฝ่ายต่อต้านที่ติดอาวุธ

กองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศหลายครั้งและส่งกองกำลังพิเศษหลายกองกำลังเข้าไปในซีเรียนับตั้งแต่ปี 2014 เพื่อช่วยกลุ่มพันธมิตรนักรบอาหรับและชาวเคิร์ดที่เรียกว่า กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (Syrian Democratic Forces--SDF) ยึดครองดินแดนที่สมาชิกกลุ่มติดอาวุธไอเอสเคยยึดครองอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

ตุรกีเป็นผู้สนับสนุนหลักของฝ่ายต่อต้าน แต่ตุรกีมุ่งเน้นไปที่การใช้กลุ่มกบฏต่าง ๆ ในการควบคุมนักรบวายพีจีของชาวเคิร์ดที่เป็นกำลังหลักของ SDF โดยกล่าวหาว่า กลุ่มชาวเคิร์ดกลุ่มนี้คือกลุ่มที่ขยายตัวมาจากกลุ่มกบฏชาวเคิร์ดต้องห้ามในตุรกี

ทหารของตุรกีและกลุ่มกบฏที่อยู่ฝ่ายเดียวกันได้ยึดดินแดนตามแนวชายแดนทางตอนเหนือของซีเรียและได้เข้าแทรกแซงเพื่อยุติการโจมตีเมืองอิดลิบ ฐานที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายต่อต้าน อย่างไม่ลดละของกองกำลังรัฐบาล

ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งต้องการที่จะต่อต้านอิทธิพลของอิหร่าน ได้ติดอาวุธและให้เงินสนับสนุนกลุ่มกบฏในช่วงเริ่มต้นสงคราม เช่นเดียวกับกาตาร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งของซาอุดีอาระเบีย

ขณะที่อิสราเอล กังวลเป็นอย่างยิ่งต่อสิ่งที่อิหร่านเรียกว่า "การตั้งมั่นของทหาร" ในซีเรีย และการขนส่งอาวุธของอิหร่านให้แก่กลุ่มเฮซบอลเลาะห์และนักรบชีอะห์อื่น ๆ ที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศบ่อยครั้งมากขึ้นเพื่อที่กำจัดกลุ่มกบฏ

Short presentational grey line

ซีเรียได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

Syrian civilians leave the rebel-held town of Jisreen in the southern Eastern Ghouta during a government offensive (17 March 2018)

SOHR ระบุว่า สงครามนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายแสนคน และผลของความขัดแย้งนี้ยังทำให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บหรือพิการถาวรอีกกว่า 2.1 ล้านคน

ประชากรในช่วงก่อนเกิดสงคราม 22 ล้านคนของซีเรีย มากกว่าครึ่งต้องอพยพออกจากบ้านเรือนของตัวเอง มีชาวซีเรีย 6.7 ล้านคนต้องพลัดถิ่นฐานภายในประเทศ หลายคนยังคงอาศัยอยู่ตามค่ายต่าง ๆ ขณะที่อีก 5.6 ล้านคนได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ลี้ภัยในต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านของซีเรีย ทั้งเลบานอน จอร์แดนและตุรกี ซึ่งรองรับผู้ลี้ภัย 93% ของผู้ลี้ภัยซีเรียทั้งหมด ต้องรับมือกับการหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ มีเด็กผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเกิดระหว่างการลี้ภัย 1 ล้านคน

กราฟิก

จากข้อมูลของสหประชาชาติถึงเดือน ม.ค. 2021 มีประชาชน 13.4 ล้านคนในซีเรียจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมบางอย่าง ในจำนวนนี้มี 6 ล้านคนที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ผู้คนมากกว่า 12 ล้านคน เผชิญกับปัญหาขาดแคลนอาหารในแต่ละวันและเด็กมากกว่า 5 แสนคนขาดสารอาหารเรื้อรัง

ในปีที่ผ่านมา วิกฤตด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้ค่าเงินของซีเรียตกต่ำลงอย่างมาก และราคาอาหารได้เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ ซีเรียยังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งไม่ทราบว่ามีขอบเขตกว้างแค่ไหน เพราะขีดความสามารถในการตรวจหาการติดเชื้อทำได้อย่างจำกัด และระบบสาธารณสุขที่ย่ำแย่

กราฟิก

ย่านที่พักอาศัยและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญทั่วประเทศได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังจากการสู้รบนาน 10 ปี การวิเคราะห์ทางดาวเทียมของสหประชาชาติระบุว่า มีสิ่งปลูกสร้างมากกว่า 35,000 แห่งที่ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายในเมืองอเลปโปเพียงแห่งเดียว ก่อนที่รัฐบาลจะยึดเมืองนี้กลับคืนไปได้ในช่วงปลายปี 2016

หน่วยงานแพทย์เพื่อสิทธิมนุษยชน (Physicians for Human Rights) มีหลักฐานถึงเดือน มี.ค. 2020 ว่า มีการโจมตีสถานพยาบาล 350 แห่ง ราว 595 ครั้ง ส่งผลให้มีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต 923 คน แม้ว่าสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์มีสถานะได้รับการปกป้อง

การโจมตีเช่นนี้ทำให้มีโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่ยังคงให้บริการอย่างเต็มที่

มรดกทางวัฒนธรรมที่สมบูรณ์ของซีเรียจำนวนมากได้รับความเสียหายเช่นกัน สถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกทั้ง 6 แห่งในซีเรีย ได้รับความเสียหายอย่างมาก โดยสมาชิกกลุ่มติดอาวุธไอเอสได้จงใจระเบิดหลายพื้นที่ในเมืองโบราณพัลไมรา

เจ้าหน้าที่สอบสวนอาชญากรรมสงครามของสหประชาชาติได้กล่าวหาทุกฝ่ายว่า กระทำ "การละเมิดอย่างโหดเหี้ยมที่สุด" รายงานชิ้นล่าสุดของเจ้าหน้าที่สอบสวนระบุว่า "ชาวซีเรียทุกข์ทรมานจากการทิ้งระเบิดทางอากาศเป็นบริเวณกว้างในย่านที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น พวกเขาเผชิญกับการโจมตีด้วยอาวุธเคมี และการปิดล้อมสมัยใหม่ ซึ่งผู้กระทำการจงใจที่จะทำให้ประชากรขาดแคลนอาหาร และทำให้มีข้อกำจัดต่อการให้ความช่วยทางมนุษยธรรมอย่างน่าละอาย"

Short presentational grey line

ใครควบคุมพื้นที่ไหนบ้างในประเทศ

Syrian children prepare to flee a camp for the displaced, east of Sarmada, Idlib province (16 February 2020)

รัฐบาลได้ควบคุมเมืองที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่งทั่วประเทศ แต่กลุ่มกบฏ นักรบจีฮัด และกลุ่ม SDF ซึ่งนำโดยชาวเคิร์ดยังคงยึดครองพื้นที่ขนาดใหญ่ในซีเรียอยู่

ฐานที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายต่อต้านอยู่ในจังหวัดอิดลิบทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และพื้นที่ติดต่อกันหลายส่วนของจังหวัดฮามาทางเหนือและจังหวัดอเลปโปทางตะวันตก

พันธมิตรนักรบจีฮัดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (Hayat Tahrir al-Sham--HTS) ยึดครองภูมิภาคนี้ แต่ที่นี่ยังเป็นบ้านของกลุ่มกบฏกระแสหลักหลายกลุ่มเช่นกัน คาดว่า ผู้พลัดถิ่นฐานราว 2.7 ล้านคน รวมถึงเด็ก 1 ล้านคน อาศัยอยู่ที่นี่ ในจำนวนนี้หลายคนต้องใช้ชีวิตในสภาพที่เลวร้ายภายในค่ายต่าง ๆ

กราฟิก

ในเดือน มี.ค. 2020 รัสเซียและตุรกีได้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการหยุดยิง เพื่อหยุดยั้งการพยายามยึดเมืองอิดลิบกลับคืนมาของรัฐบาลซีเรีย นับตั้งแต่นั้นก็เกิดความสงบขึ้นในพื้นที่นี้ แต่การปะทะกันก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ กองกำลังของตุรกีและกลุ่มกบฏซีเรียที่เป็นพันธมิตรได้โจมตีกลุ่ม SDF ในเดือน ต.ค. 2019 และสร้าง "เขตปลอดภัย" ขึ้นมา เพื่อกันนักรบวายพีจีชาวเคิร์ดออกไปจากพื้นที่ตามแนวชายแดนในฝั่งซีเรีย และได้เข้ามายึดครองพื้นที่นี้เป็นแนวยาว 120 กิโลเมตรนับจากนั้นเป็นต้นมา

การชะลอการโจมตีกลุ่ม SDF ทำให้มีการบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลซีเรียขึ้น ส่งผลให้กองทัพซีเรียยอมกลับไปสู่ภูมิภาคที่ปกครองโดยชาวเคิร์ดเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี รัฐบาลซีเรียรับปากว่า สุดท้ายแล้วก็จะเข้ามายึดครองพื้นที่นี้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

Short presentational grey line

สุดท้ายแล้วสงครามนี้จะยุติลงหรือไม่

A Syrian labourer works as homes are rebuilt in Zahraa area of Aleppo (6 July 2020)

ดูเหมือนว่าจะยังไม่ยุติลงในเร็ววันนี้ แต่ทุกคนเห็นชอบว่า จำเป็นต้องหาทางออกทางการเมือง

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องให้มีการบังคับใช้แถลงการณ์ร่วมเจนีวา (Geneva Communiqué) ปี 2012 ซึ่งกำหนดให้มี "การตั้งองค์กรที่ทำหน้าที่ปกครองในช่วงเปลี่ยนผ่านบนพื้นฐานของการยินยอมร่วมกัน"

การเจรจาสันติภาพที่สหประชาชาติเป็นตัวกลางจัดขึ้น 9 รอบ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า กระบวนการเจนีวา 2 (Geneva II process) ไม่มีความคืบหน้า โดยประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรียไม่เต็มใจเจรจากับกลุ่มตรงข้ามทางการเมืองต่าง ๆ ที่ยืนกรานว่า ต้องมีเงื่อนไขส่วนหนึ่งของข้อตกลงใด ๆ ก็ตามให้เขาต้องก้าวลงจากตำแหน่ง

รัสเซีย อิหร่าน และตุรกี ได้จัดการเจรจาทางการเมืองคู่ขนานขึ้น หรือที่รู้จักกันในชื่อ กระบวนการอัสตานา (Astana process) ในปี 2017

มีการบรรลุข้อตกลงกันหนึ่งฉบับในปีต่อมาเพื่อตั้งคณะกรรมการที่มีสมาชิก 150 คน ในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น เพื่อทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมโดยจะมีสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบ แต่ในเดือน ม.ค. 2021 แกร์ เพเดอร์เชน ทูตพิเศษสหประชาชาติ แสดงความเสียใจว่า คณะกรรมการชุดนี้ยังไม่เริ่มร่างการปฏิรูปใด ๆ เลย

นายเพเดอร์เชน ยังตั้งระบุด้วยว่า การที่มีกองทัพต่างชาติ 5 ชาติเคลื่อนไหวอยู่ในซีเรีย ประชาคมโลกไม่อาจที่จะแสร้งทำเป็นว่า ทางออกของความขัดแย้งนี้อยู่ในมือของชาวซีเรียเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...