โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตื่นขาย ‘กองทุนตราสารหนี้’ จี้แบงก์ชาติเพิ่มดีกรีรับมือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. 2563 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2563 เวลา 00.10 น.

ตลาดกองทุนตราสารหนี้ป่วน นักลงทุนตื่นเทขายถือเงินสด “บลจ.ทหารไทย” ต้องปิด 4 กองทุน เซ่นไวรัส ชี้เหตุส่วนใหญ่ลงทุนในตราสารต่างประเทศ จับตา บลจ.วรรณจ่อปิดกอง “ONE-HYPER” ลุ้น 1 เม.ย.นี้ “แบงก์ชาติ-ก.ล.ต.”แจงปัญหาสภาพคล่องการเงินโลกลามเข้าระบบการเงินไทย วงการจี้แบงก์ชาติเพิ่มดีกรีอุ้มกองทุนตราสารทั้งระบบ หวั่นมาตรการเสริมสภาพคล่อง 1 ล้านล้านบาท “เอาไม่อยู่” 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่ส่งผลกระทบจากเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง เกิดความผันผวนในตลาดตราสารหนี้  จากภาวะตื่นตระหนกขาดความเชื่อมั่นทำให้มีนักลงทุนแห่ขายหน่วยลงทุนก่อนกำหนดมากผิดปกติ ทำให้เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2563  ปลัดกระทรวงการคลัง  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต้องออกมาแถลงข่าวด่วนสร้างความเชื่อมั่น

โดย ธปท.ประกาศจัดกลไกพิเศษเพิ่มสภาพคล่องให้กับ “กองทุนรวม” ผ่านธนาคารพาณิชย์ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยธนาคารสามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund : MMF) และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด (Daily fixed income fund) รวมถึงการตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องสำหรับการระดมทุนหุ้นกู้ของภาคเอกชนอีก 1 แสนล้านบาท

เอาไม่อยู่-TMBAM ปิด 4 กอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2563 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย (TMBAM Eastspring) ประกาศปิดกองทุนตราสารหนี้ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ และต่อมาวันที่ 27 มี.ค. บริษัทประกาศปิดกองทุนตราสารหนี้เพิ่มอีก 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลว่าจะมีอีกหลายกองทุนปิดตามมาอีก

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย จำกัด  เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์ในตลาดตราสารหนี้ที่ผันผวน ส่งผลให้นักลงทุนเกิดตื่นตระหนกเทขายหน่วยลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ออกมา (Panic Sell) โดยแรงเทขายอย่างรุนแรงจากผู้ถือหน่วยลงทุนทั้ง 4 กองทุนเพื่อถือเงินสด และด้วยสภาพตลาดตราสารหนี้ในปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทไม่สามารถนำเงินลงทุนใหม่ที่ได้รับไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในโครงการได้

บลจ.เดียวเทขายแสนล้าน

ดังนั้นเพื่อประสิทธิภาพในการซื้อขายตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุน และเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บลจ.ทหารไทยจึงตัดสินใจเลิกกองทุนตราสารหนี้ทั้ง 4 กองทุน โดย 2 กองทุนแรกที่ประกาศเลิกโครงการ ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ ซึ่งทั้งสองกองลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศไม่เกิน 79% โดยตั้งแต่วันที่ 16-25 มี.ค.มูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลง 49% และ 75% ตามลำดับ โดยมูลค่ากองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน ลดลงจาก 80,442.73 ล้านบาท มาอยู่ที่ 25,191.18 ล้านบาท และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ ลดลงจาก 70,690.27 ล้านบาท มาอยู่ที่ 38,234.35 ล้านบาท

ขณะที่ 2 กองทุนถัดมา ได้แก่ กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส ที่มีนโยบายการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 40% และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล ที่ลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกิน 79% พบว่าในช่วงเวลาเดียวกันมีการขายโดยรวมสูงถึง 67% และ 66% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิตามลำดับ โดยกองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส มูลค่าสินทรัพย์รวมลดลงจาก 99,780.58 ล้านบาท เหลือ 75,270.32 ล้านบาท สำหรับกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล มูลค่าสินทรัพย์จาก 14,277.5 ล้านบาท ลดลงเหลือ 10,332.19 ล้านบาท

“การที่เราประกาศยุติการซื้อขายและปิดกองทุนรวม เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนได้ค่อย ๆ ขายทรัพย์สินเหล่านั้นออกมาเพื่อให้ได้ประโยชน์กับผู้ถือหน่วย แทนที่จะต้องไปเร่งขายเร็ว ๆ ตามการแพนิก ซึ่งเชื่อว่าการตัดสินใจนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหน่วย และ 5 วันทำการนับจากวันที่เลิกกองทุน ผู้จัดการกองทุนจะขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องในราคาที่เหมาะสมออกไป และในอีก 5 วันทำการถัดมาก็จะนำเงินส่วนที่ได้มาชำระคืนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน” นายสมจินต์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในกรณียังไม่มีสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องเหมาะสมที่สามารถขายออกได้ บริษัทจะขยายเวลาชำระราคาให้ยาวขึ้นประมาณ 90 วัน เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนสามารถดูแลและตัดสินใจขายสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน และหากมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาเพิ่ม บลจ.ทหารไทยจะหารือกับสำนักงาน ก.ล.ต.ต่อไป

ยันกองที่เหลือเข้าเกณฑ์ ธปท.

นายสมจินต์กล่าวว่า เนื่องจากกองทุนรวมตราสารหนี้ของ บลจ.ทหารไทยที่ประกาศปิดไป 4 กองทุน มีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศค่อนข้างสูง จึงไม่เข้าข่ายมาตรการดูแลสภาพคล่องกองทุนรวมตราสารหนี้ของ ธปท. อย่างไรก็ตามกองทุนตราสารหนี้ที่เหลือทั้งหมดของบริษัทเข้าข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือสภาพคล่องจาก ธปท.

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กองทุนตราสารหนี้ที่เหลือในอุตสาหกรรมเกือบทั้งหมดเข้าข่ายที่จะได้รับการช่วยเหลือจาก ธปท. รวมถึงสถานการณ์กองทุนตราสารหนี้กองอื่น ๆ ในช่วงหลังจากที่ ธปท.ประกาศมาตรการดูแลสภาพคล่อง ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างมาก ทั้งในแง่ของมูลค่าและปริมาณการไถ่ถอนที่ลดลง

จ่อปิด “ONE-HYPER”

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ ได้ส่งหนังสือแจ้งลูกค้าและผู้ถือหน่วยลงทุน เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เนื่องจากสถานการณ์การลงทุนในกองทุนตราสารหนี้จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น “กองทุนวรรณ ไฮเปอร์ไฟแนนเชียล อินสตรูเมนท์ ฟันด์” (ONE-HYPER) ซึ่งพบว่ามีผู้ลงทุนส่งคำสั่งขายและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้ามามากกว่า 2 ใน 3 ด้วยเหตุดังกล่าวบริษัทจึงแจ้งลูกค้าว่า บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณา “ยกเลิก” กองทุนดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของผู้ลงทุนและการบริหารจัดการลงทุน โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติมหากมีการเลิกกองทุน ในวันที่ 1 เม.ย. 2563

นอกจากนี้ บลจ.วรรณระบุว่า ขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเชื่อมั่นว่า กองทุนรวมตราสารหนี้อื่น ๆ ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.วรรณ แม้อยู่ในภาวะตลาดเงินที่มีความผันผวน  เนื่องจากเป็นการคัดเลือกลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพ ประกอบกับราคาสินทรัพย์ดังกล่าวคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายเสริมสภาพคล่องของ ธปท. ซึ่งทำให้สามารถชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้กับผู้ลงทุนได้

แจงปมสภาพคล่องโลก

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า กองทุนรวมตราสารหนี้ของ บลจ.ทหารไทยที่ปิดไปนั้นส่วนใหญ่เน้นลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก ผ่านสินทรัพย์ประเภทเงินฝากและหุ้นกู้เกินกว่า 50% ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งในช่วงที่ตลาดการเงินโลกขาดสภาพคล่องและลามสู่ตลาดการเงินไทย ทำให้กองทุนรวมตราสารหนี้เหล่านี้ได้รับผลกระทบจากสภาพคล่อง อย่างไรก็ดี หากดูภาพรวมกองทุนรวมตราสารหนี้ไทยที่มีอยู่ทั้งหมด 64 กอง ส่วนใหญ่เน้นลงทุนสินทรัพย์ประเภทเงินฝากและหุ้นกู้ Investment Grade ระดับ A ขึ้นไปในประเทศเป็นหลัก

ด้าน ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เนื่องจาก TMBAM Eastspring ไม่ได้เป็น บลจ.ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารทหารไทย แม้ตอนนี้จะยังใช้ชื่อนี้อยู่ เนื่องจากเดือน ก.ย.ปี 2561 ทางธนาคารทหารไทยได้ขายหุ้น 65% ให้กับ Eastspring  และในอนาคตทาง Eastspring จะเข้ามาถือหุ้นทั้งหมด 100% จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่โครงสร้างตราสารต่าง ๆ ที่ถือจะเน้นลงทุนตราสารต่างประเทศค่อนข้างมาก ทั้งหุ้นกู้ต่างประเทศและเงินฝากต่างประเทศ

“ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นปัญหาจากสภาพคล่องระบบการเงินโลกที่ลามเข้ามาในระบบการเงินไทย ในสภาวะตลาดไม่ปกติ ก็จะทำให้กองทุนขาดสภาพคล่อง ทั้ง ๆ ที่เป็นกองที่มีคุณภาพดี ถ้าถือยาวต่อไปครบกำหนดก็จะได้เงินกลับคืนมา”

ดร.วิรไทกล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้ถือหน่วยลงทุนคือจะยังไม่ได้เงินคืน เพราะกองทุนมีการหยุดห้ามซื้อขายชั่วคราว โดยช่วงสั้น ๆ ทางธนาคารทหารไทยจะเข้ามาช่วย อาจจะมีโครงการที่จะปล่อยกู้ให้สำหรับคนที่ต้องการสภาพคล่อง โดยเอาหน่วยลงทุนไปค้ำ ซึ่งจะให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 0.5% ต่อปี ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะป้องกันผลกระทบจากเหตุการณ์ภายนอก ที่ทำให้ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศมีสภาพคล่องเบาบาง และเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ให้มูลค่าสินทรัพย์ลดลงไปต่อเนื่อง

จี้แบงก์ชาติยกระดับอุ้มทั้งตลาด

แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญตลาดเงินตลาดทุนกล่าวว่า สถานการณ์ที่ บลจ.ทหารไทยต้องปิดกองทุนตราสารหนี้ไปถึง 4 กองนั้น หากภาครัฐไม่มีมาตรการเพิ่มเติมที่ครอบคลุมมากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะเห็นกองทุนอื่น ๆ ปิดตามมา โดยเฉพาะกองทุนของ บลจ.ขนาดเล็กและไม่มีธนาคารเป็นบริษัทแม่ช่วยแบ็กอัพ เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น กลัวผลกระทบจากโควิด-19 จะกระทบบริษัทจดทะเบียนต่าง ๆ จนนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ได้ จึงเกิดการตื่นตระหนกเทขายหน่วยลงทุนเพื่อถือเงินสด

“จังหวะนี้ ธปท.ในฐานะผู้กำกับ ต้องแสดงความเป็นพระเอก ประกาศรับซื้อหน่วยลงทุนทั้งหมดที่มีการเทขายออกมา ตั้งวงเงินไปเลย 2 ล้านล้านบาท แล้วถือไว้เลย 3 เดือน ซึ่งในการรับซื้อจะต้องเพิ่มประเภทสินทรัพย์ให้ครอบคลุมทุกระดับเครดิต รวมถึงที่เครดิตไม่ค่อยดีด้วย คือต้องให้มาตรการครอบคลุมทั้งตลาด เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเอาไม่อยู่”

แหล่งข่าวกล่าวว่า ธปท.อาจจะต้องแต่งตั้งแบงก์รัฐบางแห่งให้เข้าไปรับซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน (MMF) และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด (Daily FI) แล้วนำหน่วยลงทุนมาวางหลักประกันขอสภาพคล่องจาก ธปท.อีกทอดหนึ่ง ตามกลไกพิเศษที่ ธปท.วางไว้ก่อนหน้านี้

“ช่วงก่อนหน้านี้ กองทุนที่มีปัญหา เกิดจากนักลงทุนส่วนหนึ่งที่ซื้อหน่วยลงทุนไว้วางมาร์จิ้นหุ้น  พอหุ้นตก มีการเรียกหลักประกันเพิ่ม ก็จำเป็นต้องขายหน่วยลงทุนเพื่อให้ได้เงินกลับมา แต่เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเทขายมาก ๆ บลจ.ก็ไม่มีเงินไปคืน เพราะอาจจะขายสินทรัพย์ในกองไม่ออก หรือขายแล้วขาดทุน จึงไม่อยากขาดทุน ก็เลยปิดกอง คือตอนนี้คนหนีตายกัน ถ้ารัฐไม่ทำอะไรเพิ่ม ก็คงมีปิดกองเพิ่มอีก”

เชื่อมั่น 1 ล้านล้านเอาอยู่

ด้านแหล่งข่าวจากวงการกองทุนรวมกล่าวว่า มาตรการของแบงก์ชาติที่ออกมาช่วยเหลือใส่สภาพคล่องเข้าไปในระบบผ่านธนาคาร เข้าไปซื้อหน่วยลงทุน และเข้ามาทำธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรระยะสั้น  Repo) กับทางแบงก์ชาติ ซึ่งมีเม็ดเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท ถือว่ามีประสิทธิภาพ แต่ตอนนี้ที่ติดขัดเพราะหลายแบงก์ใหญ่ระบบหลังบ้านยังไม่สมบูรณ์ที่จะเดินสัญญาต่อท่อตรงนี้ได้ ซึ่งคงใช้เวลาไม่กี่วัน เพราะแบงก์ใหญ่บางแห่งเริ่มซื้อกองทุนทำธุรกรรมกับแบงก์ชาติได้แล้ว และช่วงนี้ work from home เป็นการติดขัดทางเทคนิค ทำให้เม็ดเงินที่แบงก์ชาติอัดเข้าไปในระบบอาจติดขัดแต่จะคลี่คลายภายในเวลาอันรวดเร็ว และที่กังวลว่าจะลุกลามไปยัง บลจ.ย่อย ๆ คาดว่าทั้งระบบยังช่วยกันได้อยู่

ทั้งนี้ ตามเกณฑ์การช่วยเหลือ ต้องเป็นสินทรัพย์คุณภาพดีเกิน 70% หรือเป็นหุ้นกู้ที่มีคุณภาพดี ทุก บลจ.จะสามารถเอากองทุนไปขายให้กับทุกแบงก์ได้ และแบงก์สามารถเอาหน่วยลงทุนไปทำ repo ได้ ซึ่งเป็นการออกแบบให้แบงก์มีแรงจูงใจที่จะเข้าไปทำ เพราะแบงก์ชาติชาร์จดอกเบี้ย 0.25% เท่านั้น คือถ้าแบงก์ทำก็ได้กำไร

“SCBAM” ยันไม่กระทบ

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากกรณีที่มีการปิดกองทุนรวมตราสารหนี้  ในส่วนของ บลจ.ไทยพาณิชย์ไม่ได้รับผลกระทบ โดยพบว่ายอดไถ่ถอนต่อวันยังอยู่ในระดับปกติ ประมาณ 100 ล้านบาท จากมูลค่าสินทรัพย์กองทุนตราสารหนี้ของบริษัททั้งหมด 300,000 ล้านบาท เนื่องจากในส่วนของ SCBAM มีการลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศในสัดส่วนที่น้อย

“ในส่วนของภาพรวมอุตสาหกรรมก่อนจะมีมาตรการช่วยเหลือจาก ธปท. ก็เห็นสัญญาณการเทขายจากนักลงทุน แต่หลังจากที่มีมาตรการออกมา ก็ต้องบอกว่า นักลงทุนมีความเข้าใจมากขึ้นและชะลอการขายกองทุน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...