โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โควิด-19 ดันธุรกิจฟันปลอมพันล.พุ่ง "เอ็กซาซีแลม" ลุยเพิ่มกำลังผลิต 100% ส่งยุโรป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มี.ค. 2563 เวลา 02.02 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. 2563 เวลา 02.01 น.

สมาคมทันตกรรมประดิษฐ์ไทยเผยธุรกิจทำฟันปลอมไทยได้อานิสงส์ไวรัสโควิด-19 ระบาดในจีน ทันตแพทย์ในต่างประเทศแห่ย้ายฐานผลิตหลายพันล้านบาทมาไทย “เอ็กซาซีแลม” ผู้ผลิตรายใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ ออร์เดอร์ผลิตจากยุโรป-เยอรมนี-เดนมาร์ก-นอร์เวย์ และอีกกว่า 10 ประเทศพุ่งวันละ 1,800 คน เผยปี 2563 เตรียมลงทุนอีก 55 ล้าน ขยายสถานที่และเครื่องจักร ตั้งเป้าเติบโตปีนี้ 15% พร้อมวาดแผนขยายฐานการผลิตครอบคลุมอาเซียนภายใน 2-3 ปี

ผศ.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต อาจารย์ประจำภาควิชาทันตกรรมทั่วไปขั้นสูง มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะนายกสมาคมทันตกรรมประดิษฐ์ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันในประเทศไทยมีแล็บทำฟันปลอมหลายแห่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ และแล็บขนาดใหญ่พยายามขยายงานไปต่างประเทศ เพราะภาพรวมตลาดประเทศไทยยังเล็ก ที่สำคัญ ค่าใช้จ่ายแล็บทำฟันปลอมในเอเชียมีราคาถูกกว่าแล็บในอเมริกา และยุโรป 4-5 เท่า ทำให้ทันตแพทย์ที่อยู่ในต่างประเทศเริ่มหันมาใช้งานแล็บในฝั่งเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศจีน แต่เมื่อจีนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทันตแพทย์จึงหันมาใช้บริการของประเทศไทย ทั้งนี้ คาดว่าภาพรวมธุรกิจทำฟันปลอมมีมูลค่าหลายพันล้านบาท

“ทันตกรรมประดิษฐ์มี 2 อย่าง คือ ฟันปลอมแบบถอดได้ และแบบครอบฟันเป็นซี่ ๆ การทำฟันปลอมถือเป็นงานศิลปะ เรียกว่าเป็นการผลิตตามคำสั่งเฉพาะของลูกค้า (custom made) ค่าแล็บทันตกรรมคิดจากทันตแพทย์ในการว่าจ้างผลิตครอบฟันมีหลายประเภท ถ้าช่างระดับโลกที่อยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เฉพาะค่าแล็บต่อซี่ บางคนออกมา 30,000 กว่าบาทต่อซี่ ถ้าช่างมือระดับรอง ๆ ลงมาราคา 15,000 บาท เทียบกับราคาเมืองไทยประมาณ 4,000-5,000 ต่อซี่ แต่ราคานี้ยังไม่ได้รวมค่าวัสดุต่าง ๆ แต่ถ้าเมืองจีนราคาจะถูกลงไปอีก” ผศ.ทพ.ชัชชัยกล่าว

เอ็กซาซีแลมเพิ่มผลิต 100%

นายอนุชา มีเกียรติชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซาซีแลม จำกัด ผู้ผลิตฟันปลอมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในทางทันตกรรมรายใหญ่ ท็อป 5 ของอาเซียน มีฐานการผลิตใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน ทำให้หลายเมืองของจีนต้องถูกปิด และกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ต้องหยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็นการผลิตและการซื้อขาย ทั้งนี้ ประเทศจีนนับเป็นฐานการผลิตในกลุ่มธุรกิจแล็บทันตกรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการผลิตฟันปลอมในจีน ต้องหยุดการผลิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ลูกค้าจากหลายประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรปที่เป็นลูกค้าหลักของจีน ได้หันมาสั่งซื้อสินค้าจากทางบริษัทแทน ทั้งเยอรมนี เดนมาร์ก และนอร์เวย์

“ขณะนี้แล็บทันตกรรมของเรามีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัวในช่วงเกือบ 2 เดือนที่เกิดการระบาดของโควิด-19 มีกำลังการผลิตเต็ม 100% เราผลิตฟันปลอมให้กับลูกค้าตามออร์เดอร์อยู่ที่ราว 1,800 คนต่อวัน ซึ่งยังมีอีกกว่า 10 ประเทศที่ติดต่อมาเพื่อให้ทางบริษัทผลิตฟันปลอมให้ แต่ไม่สามารถรับออร์เดอร์ได้ เนื่องจากเต็มกำลังการผลิตแล้ว”

ลดความเสี่ยงไม่พึ่งพาตลาดจีน

นายอนุชากล่าวว่า ลูกค้ากลุ่มยุโรปถือเป็นลูกค้ากลุ่มหลักและเป็นตลาดใหญ่ของจีน ซึ่งแล็บทันตกรรมรายใหญ่ที่สุดของจีนเพียงแล็บเดียวมีพนักงานมากถึง 8,000 คน และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลาย ๆ ประเทศในยุโรปที่เคยส่งงานให้จีนผลิต ต้องมองหาแล็บทันตกรรมรายใหม่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนเพียงตลาดเดียวมาโดยตลอด ซึ่งทำให้ทางบริษัทมีลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มขึ้น แม้ราคาสินค้าของทางบริษัทจะสูงกว่าผู้ผลิตในจีน แต่ในด้านการผลิตของเอ็กซาซีแลมถือว่ามีมาตรฐานในระดับสากลที่ลูกค้ายอมรับและเชื่อมั่น

ปัจจุบันเอ็กซาซีแลมถือเป็นแล็บทัตกรรมรายใหญ่ 1 ใน 5 ของอาเซียน (top 5) มีพนักงานทุกสาขารวมทั้งสิ้น 870 คน มีสัดส่วนตลาดในประเทศ 65% และส่งออกต่างประเทศ 35% ซึ่งที่ผ่านมาฐานลูกค้าในประเทศเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการรักษาทางทันตกรรมได้ง่ายและสะดวกขึ้น ทั้งจากการสนับสนุนด้านประกันสังคมของภาครัฐ รายได้ประชากรและกำลังซื้อที่สูงขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกก็เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน มีฐานลูกค้าในต่างประเทศราว 17 ประเทศ ทั้งยุโรป อาเซียน เอเชีย และอเมริกา โดยกำลังการผลิตของแล็บทันตกรรมที่เชียงใหม่เพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 100% ขณะที่สาขาอื่น ๆ ได้แก่ สาขาเชียงราย พิษณุโลก กรุงเทพฯ นครสวรรค์ อุดรธานี อุบลราชธานี และชลบุรี มีกำลังการผลิตราว 85% ส่วนสาขากรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ที่ได้ขยายสาขาไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว มีกำลังการผลิตราว 80%

“ตลาดฟันปลอมในประเทศและตลาดส่งออกของเอ็กซาซีแลมเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งนอกจากเราจะผลิตฟันปลอมทุกประเภทแล้ว เรายังผลิตวัสดุทางทันตกรรมให้กับคลินิกทันตกรรม เช่น mask หลอดดูดน้ำลาย ฯลฯ โดยในปี 2562 มีอัตราการเติบโตในภาพรวม 18% และปี 2563 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตเบื้องต้นไว้ที่ 15% แต่คาดว่าจะเติบโตเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ เนื่องจากออร์เดอร์ของลูกค้ายุโรปที่เคยส่งงานให้จีน ได้ส่งงานมาให้เราจำนวนมากในช่วงนี้ ซึ่งทำให้ธุรกิจแล็บทันตกรรมของเอ็กซาซีแลมมีโอกาสทางการตลาดมากขึ้น”

นายอนุชากล่าวต่อว่า ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาการผลิตมาโดยตลอด โดยมุ่งนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิตงานทันตกรรมทุกรูปแบบในทุกขั้นตอน ซึ่งในปี 2562 ได้ลงทุนในระบบเทคโนโลยีดิจิทัลราว 30 ล้านบาท เป็นเทคโนโลยีระบบ digital workflow 3D printer การออกแบบ การดีไซน์ด้วยระบบดิจิทัล เครื่องจักรอัตโนมัติ (automation) ที่สามารถทดแทนคนได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพการผลิตให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ ตรวจสอบได้ สามารถรองรับงานจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2563 บริษัทเตรียมลงทุนขยายอาคารสถานที่สำหรับแล็บทันตกรรมที่เชียงใหม่ 40 ล้านบาท และซื้อเครื่องจักรเพิ่ม 15 ล้านบาท รวมเงินลงทุนที่จะขยายการลงทุนในปีนี้ 55 ล้านบาท

ปัจจุบันเอ็กซาซีแลมมีสาขาแล็บทันตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อรองรับให้บริการคลินิกทันตกรรม โรงพยาบาลในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น เช่น สาขาเชียงใหม่ จะรองรับบริการในพื้นที่จังหวัดลำปาง แม่ฮ่องสอน ลำพูน อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน สาขาเชียงราย รองรับบริการลูกค้าจากประเทศเมียนมา และในพื้นที่เชียงรายและใกล้เคียง สาขาพิษณุโลกและสาขานครสวรรค์ ให้บริการในเขตพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง สาขาอุดรธานี จะให้บริการจังหวัดอีสานเหนือ รวมถึงประเทศลาว ขณะที่สาขาอุบลราชธานี รองรับบริการพื้นที่อีสานใต้และประเทศลาว สาขาชลบุรี ให้บริการพื้นที่ภาคตะวันออก สาขากรุงเทพฯ รองรับบริการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนขยายสาขาแล็บทันตกรรมเอ็กซาซีแลมไปยังประเทศกลุ่มอาเซียนให้ครอบคลุมมากที่สุด ซึ่งนอกจากสาขากัมพูชาที่มีอยู่แล้ว ประเทศต่อไปที่คาดว่าจะลงทุนในอีกราว 2-3 ปีข้างหน้า คือ มาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และยังสามารถรองรับลูกค้าจากประเทศสิงคโปร์ได้พร้อม ๆ กันด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...