โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สเปนขยายวันลาเลี้ยงลูก 120 วัน จ่ายค่าจ้างระหว่างลาเต็มจำนวน ส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ

The MATTER

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 05.58 น. • Brief

สเปนกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านนโยบายวันลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรที่ก้าวหน้าที่สุดในยุโรป หลังล่าสุด เมื่อ 29 กรกฎาคม 2025 ได้ประกาศแผนเพิ่มวันหยุดสำหรับผู้ปกครองหลังคลอดบุตรอีก 1 สัปดาห์ ทำให้สเปนมีวันลาคลอดแบบได้รับค่าจ้างเต็มจำนวนยาวนานถึง 17 สัปดาห์

สเปนจึงกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้วันลาคลอดบุตรมากที่สุดในสหภาพยุโรป และเป็นเพียง 1 ใน 2 ประเทศ (อีกประเทศคือ ฟินแลนด์) ที่ให้มีวันลาเท่าเทียมกันทั้งแม่ และพ่อของเด็ก

โยลันดา ดิอัซ (Yolanda Diaz) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของสเปน กล่าวถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ โดยระบุว่า "สเปนกำลังก้าวไปข้างหน้าสู่แนวคิดสตรีนิยม (Feminism) และความเท่าเทียม… และจะไม่มีวันย้อนกลับ เรากำลังมองไปข้างหน้า" และยังชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายนี้ว่า "ผู้ชาย 4 ใน 10 คนในประเทศของเราใช้วันลาคลอดบุตร และนี่คือความสำเร็จของแนวคิดสตรีนิยม"

การประกาศครั้งนี้ยังรวมถึงการอนุมัติวันหยุดเพิ่มเติมอีก 2 สัปดาห์แบบได้รับค่าจ้าง ซึ่งสามารถใช้ได้จนกว่าเด็กจะมีอายุครบ 8 ปี ซึ่งจริงๆ แล้ว มาตรการนี้ก็ยังน้อยกว่าข้อเสนอของพรรคสังคมนิยมและพรรคซูมาร์ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลได้ให้คำมั่นไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งที่ 20 สัปดาห์ที่แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลที่จะผลักดันนโยบายนี้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สเปนได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรมาตลอด โดยระหว่างปี 2017 ถึง 2021 มีการปฏิรูปนโยบายนี้ถึง 5 ครั้ง เพื่อขยายวันลาของพ่อแบบได้รับค่าจ้างจากเพียง 2 สัปดาห์เป็น 16 สัปดาห์ ซึ่งเท่าเทียมกับวันลาของแม่

งานวิจัยล่าสุดโดยนักเศรษฐศาสตร์และนักวิชาการที่เผยแพร่ผ่านบล็อกของวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School Of Economics - LSE) ยืนยันว่าการปฏิรูปเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ปกครองได้อย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้ มาจากวิธีการออกแบบนโยบาย โดยไม่เพียงแค่ ‘มีวันให้ลา’ เพื่อให้พ่อเลี้ยงดูบุตร แต่ ‘เป็นภาคบังคับ’ ว่าในช่วง 2-6 สัปดาห์แรกหลังคลอดบุตรจะต้องไปดูแลบุตร และที่สำคัญคือ ไม่สามารถโอนสิทธิ์นี้ให้กับแม่ได้ และแม้จะลาก็ยังได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน ซึ่งต่างจากหลายประเทศที่วันลาของพ่อเป็นเพียงทางเลือก แถมยังจ่ายค่าจ้างให้น้อยกว่าเดิม หรือให้สิทธิ์โอนวันลาให้แม่ได้ ดังนั้น เมื่อนโยบายมีข้อกำหนดเช่นนี้ ทำให้พ่อกล้าใช้สิทธิของตัวเองในการดูแลบุตร

จากข้อมูลระบบประกันสังคมของสเปน ที่ครอบคลุมการเกิดใหม่ทั้งหมดระหว่างปี 2016 ถึง 2023 พบว่า การใช้สิทธิวันลาของฝ่ายพ่อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยก่อนจะมีการปฏิรูปในปี 2017 มีพ่อที่ใช้สิทธิ์เพียงประมาณ 46% แต่ในปี 2023 ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นเป็นกว่า 75% และเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในปี 2019 เมื่อการลาบางส่วนกลายเป็นภาคบังคับ ทำให้การใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นถึง 20% แค่จากการปฏิรูปครั้งนั้นครั้งเดียว

งานวิจัยยังชี้ว่าพ่อไม่เพียงแต่ใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังใช้เวลาลาเกือบครบทุกสัปดาห์ที่ได้รับขยายออกไปทุกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากพฤติกรรมของแม่ที่ยังคงลาครบ 16 สัปดาห์ตลอดช่วงเวลาที่ศึกษา ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการขยายวันลาของพ่อโดยตรง นำไปสู่การที่พ่อใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้นหลังการเกิดของบุตร

นอกจากนี้ พ่อยังมีการใช้ความยืดหยุ่นในการลามากขึ้น เช่น การแบ่งวันลาออกเป็น 2 ช่วง หรือหลายๆ ช่วง โดยในปี 2023 กว่า 50% ของพ่อเลือกที่จะแบ่งวันลา แสดงให้เห็นว่าพ่อหลายคนใช้สิทธิภาคบังคับทันทีหลังคลอด และเก็บวันลาที่เหลือไว้ใช้ในภายหลัง โดยอาจนำไปใช้ในช่วงที่ฝ่ายแม่กลับไปทำงานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความยืดหยุ่นในการจัดการวันลายังคงขึ้นอยู่กับคุณภาพงานและสภาพการทำงาน โดยพ่อที่มีรายได้สูงหรือทำงานในภาคส่วนที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่า มีแนวโน้มที่จะใช้ตัวเลือกนี้มากกว่า

ทั้งนี้ งานวิจัยนี้ไม่ได้ตรวจสอบโดยตรงว่าการเพิ่มวันลาของพ่อส่งผลต่อรูปแบบการทำงานในครัวเรือนหรือรูปแบบการจ้างงานอย่างไรบ้าง แต่หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าการสนับสนุนให้พ่อลาสามารถเปลี่ยนบรรทัดฐานทางสังคม สนับสนุนการมีส่วนร่วมของแม่ในกำลังแรงงาน และมีอิทธิพลต่อการรับรู้บทบาททางเพศของเด็กได้

แล้วในประเทศไทย สิทธิการลาคลอดและการลาเลี้ยงดุบุตรไปถึงไหนแล้ว?

ในประเทศไทย สิทธิลาคลอดตามกฎหมายในปัจจุบัน สำหรับแม่อยู่ที่ 98 วัน (หรือประมาณ 14 สัปดาห์) โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้างไม่เกิน 45 วัน และได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรจากประกันสังคมอีก 53 วัน

ส่วนฝ่ายพ่อ ยังไม่มีสิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรโดยเฉพาะตามกฎหมายแรงงาน แต่บางองค์กรอาจมีนโยบายให้วันลาเพื่อดูแลบุตรกับพนักงานชายเป็นการภายใน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่วัน

แต่ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2025 สภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ซึ่งมีสาระสำคัญในการวันลาคลอดจากเดิม 98 วันเป็น 120 วัน เพื่อส่งเสริมการมีบุตร เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกจ้าง และเสริมสร้างความผูกพันของครอบครัว

รวมถึงเพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างหญิงที่ลาคลอดสามารถลาอย่างต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงดูบุตรในกรณีที่บุตรมีภาวะความเจ็บป่วย มีความผิดปกติ หรือภาวะความพิการ และให้ลูกจ้างสามารถลาเพื่อช่วยเหลือคู่สมรสผู้คลอดบุตรเลี้ยงบุตรได้ และยังมีรายละเอียดเพิ่มจำนวนวันจ่ายค่าจ้างให้ระหว่างลาคลอดบุตร

ทั้งนี้ ยังมีข้อเรียกร้องอื่นๆ จากภาคประชาชนที่ส่งเสียงถึงความเดือดร้อนและความจำเป็นในการเลี้ยงดูบุตร ที่ต้องการให้มีนโยบายสนับสนุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินสนับสนุนค่าคลอดบุตร ค่าสงเคราะห์บุตร รวมถึงสวัสดิการอื่นๆ ที่อาจช่วยเหลือได้เพิ่มเติม

แนวทางนโยบายจากสเปนหรือฝั่งยุโรปที่สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และมีผลการศึกษาชี้ถึงผลดีที่เกิดขึ้นต่อทั้งตัวเด็กและต่อสังคมนี้ อาจเป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับนานาประเทศ และสำหรับไทย ที่อาจจะควรพิจารณาพัฒนาสวัสดิการด้านนี้ให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในอนาคต

อ้างอิงจาก

blogs.lse.ac.uk

reuters.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...