โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ด่วนที่สุด! ศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง นายกฯ แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่

Thaiger

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 06.27 น. • Thaiger ข่าวไทย

ศาลรัฐธรรมนูญนัดประชุมพิจารณาคำร้องของ สว. ที่ขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของ แพทองธาร หยุดปฏิบัติหน้าที่ มติ 7 ต่อ 2 มีผลทันที

เกิดแผ่นดินไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ในวันนี้ (1 ก.ค. 68) เมื่อองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีมติรับคำร้องของกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 7 ต่อ 2 มีคำสั่งสำคัญให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายกรัฐมนตรี โดยให้มีผลทันที

คำสั่งดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เป็นตัวแทนยื่นคำร้องของ สว. 36 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร

ต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดมาจากคลิปเสียงสนทนาอื้อฉาวระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฯ ฮุน เซน ซึ่งกลุ่ม สว. ผู้ร้องมองว่ามีเนื้อหาที่พาดพิงและด้อยค่ากองทัพ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

นอกจากจะรับคำร้องไว้วินิจฉัยแล้ว ศาลยังมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการเลือกแนวทางที่ 2 จาก 4 แนวทางที่เป็นไปได้ และเป็นแนวทางที่ส่งผลกระทบต่อสถานะของรัฐบาลรุนแรงที่สุดในขณะนี้

สถานการณ์การเมืองไทยหลังจากนี้จึงเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางอำนาจ และทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ชะตาอนาคตของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดปัจจุบันต่อไป

คำสั่งดังกล่าวเป็นการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยในคดี ส่วนการวินิจฉัยว่าจะให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นการถาวรหรือไม่นั้น ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดไต่สวนและพิจารณาในลำดับต่อไป

ผลการพิจารณาการวินิฉัยจาก ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคสาม กรรมาธิการและพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗ (๑) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งรับ คำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน ๑๕ วัน นับแต่รับได้รับ สำเนาคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๔

สำหรับขอให้สั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (๗ ต่อ ๒) เห็นว่า ประธานรัฐมนตรีควรสั่งให้ผู้ถูกร้องมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคสอง มีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีนั้นวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นต้นไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทราบ

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน ๒ คน คือ นายคณินทร์ เมฆไตรรัตน์ และนายอุดม สิทธิวิวรรณ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องยังไม่ยุติชัดเจน ให้ปรากฏความตรงสวนว่าถูกร้อง มีกรณีตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ วรรคสาม ประกอบมาตรา ๘๒ วรรคสอง แต่เมื่อป้องกันความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง ไม่ใช้มาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๑ ห้ามมิให้ผู้ร้องใช้ หน้าที่และอำนาจดำเนินการตามดำรงตำแหน่ง และการดำเนินการตามที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

สาเหตุ “ภูมิใจไทย” รอดยุบพรรค ศาล รธน.ตีตก คำร้อง ปมล้มล้างการปกครอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง : ศาลรัฐธรรมนูญ, NBT Connext

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...