โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาจารย์ชี้ ‘เขมรขโมยวรรณกรรมไทย’ เป็นการเข้าใจผิด แต่แท้จริงคือขึ้นทะเบียนละครรำ

เดลินิวส์

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เดลินิวส์
“นายฟาริส โยธาสมุทร” อาจารย์ภาควิชาวรรณคดีออกโรงชี้แจง หลังโลกออนไลน์แชร์กระแสว่าเขมรนำ “วรรณกรรมไทย” ไปขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก ชี้เอกสารที่ถูกหยิบมาอ้างนั้นกล่าวถึง “ศิลปะการแสดง” ไม่ใช่ “วรรณกรรม”

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนบางแห่ง โดยอ้างว่ามีรายชื่อวรรณกรรมไทยหลายรายการถูกนำไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้กับองค์การยูเนสโก โดยประเทศอื่นๆ นั้น วธ. ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้มอบหมายให้อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ประสานความร่วมมือกับกรมศิลปากร กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า"นายฟาริส โยธาสมุทร" อาจารย์ภาควิชาวรรณคดี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ถึงกระแสที่กล่าวหาว่าเขมร“ขโมยวรรณกรรมไทย” ไปขึ้นทะเบียนยูเนสโกนั้นเป็นความเข้าใจผิด ลงในเฟซบุ๊ก "Faris PHar Yothasamuth" เนื่องจากสิ่งที่ขึ้นทะเบียนคือ“ศิลปะการแสดงละครรำ” ไม่ใช่ตัวบทวรรณกรรม

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า "มีคนไปขุดเอกสารในเว็บ UNESCO แล้วบอกว่าเขมรสอดไส้เอา "วรรณกรรมไทย" ไปขึ้นทะเบียนจนสำเร็จตั้งแต่ปี 2008 มีคนแชร์ไปเยอะแยะ เพจข่าวเอาไปลงกันใหญ่โต แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่ามั่วทั้งเพครับ"

นอกจากนี้ "นายฟาริส โยธาสมุทร" ได้ออกมาอธิบาย 5 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. รายชื่อตามรูปไม่ใช่วรรณกรรม แต่เป็นรายชื่อการแสดงละครรำแบบเขมร ถ้าอ่านเอกสารที่ยกมาสักหน่อยก็จะเห็นคำว่า "Performing arts" กับคำว่า "Drama" อยู่ชัดเจน การกล่าวถึง"การละคร" มีมิติของทั้งการบรรจุท่ารำ เพลงประกอบ รวมไปถึงเครื่องกาย สังเกตให้ดีท้ายรายชื่อเขาเขียนว่า "Choreography" หมายถึงคนที่ออกแบบ/บรรจุท่าร่ายรำ ดังนั้น การจัดทำลิสต์นี้เขามุ่งเน้นที่ "การแสดงละคร" ไม่ใช่ตัวเนื้อเรื่องซึ่งหมายถึง"บทละคร" อันมีลักษณะเป็นวรรณกรรม
2. ละครรำของราชสำนักเขมร ได้รับอิทธิพลจากราชสำนักไทย ไปในช่วงรัชกาลที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์ เขาเรียกว่าละครพระราชทรัพย์ ดังนั้น เรื่องที่นำไปใช้เล่นละครหลายเรื่อง ก็จะได้รับอิทธิพลจากละครรำอย่างไทย ซึ่งแบ่งเป็นละครใน (เล่นเรื่องอุณรุท รามเกียรติ์ อิเหนา ดาหลัง) และละครนอก (เล่นหลายเรื่องเช่น คาวี สังข์ทอง ไกรทอง ไชยเชษฐ์) ในลิสต์ตามข่าวก็จะพบชื่อละครเหล่านี้ นั่นเป็นเพราะการรับอิทธิพลไปตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมราชสำนักของเขา ก่อนจะถูกนำมาทำใหม่ (Re-Institue) หลังยุคเขมรแดง
3. การขึ้นทะเบียนละครรำ (Royal Ballet) ของเขมรจึงเป็นการขึ้นทะเบียนศิลปะการแสดง ไม่ใช่การขึ้นทะเบียนวรรณกรรมไม่เกี่ยวกัน อีกทั้ง เนื้อเรื่องที่นำไปทำการแสดง ก็ต้องมีการทำบทใหม่อยู่แล้ว ไม่ได้เอาบทละครไทยทั้งดุ้นไปแน่นอน วรรณกรรมของไทยเราก็ยังเป็นของเรา ถ้าเราจะเอาวรรณกรรมพวกนี้ไปขึ้นทะเบียนบ้างก็ไม่มีใครห้าม
4. การหยิบยืมเนื้อเรื่องของละคร จะใช้สายตาลิขสิทธิ์แบบปัจจุบันไม่ได้ วรรณกรรม/วรรณคดีของไทย มีต้นเค้าที่เป็นเรื่องเล่าจากหลายแหล่ง เรื่องพวกนี้ไม่ได้เป็นเรื่องเล่า Original อะไร กวีสามารถหยิบเรื่องราวมาแต่งเป็นวรรณคดีฉบับ (Version) ของตัวเองได้ใหม่เรื่อยๆ เช่น รามเกียรติ์มีฉบับกรุงเก่า ฉบับกรุงธนบุรี ฉบับร.1 ร.2 ร.6 นิทานบางเรื่องมีที่มาจากต่างชาติ เช่น รามเกียรติ์ อุณรุท มาจากนิทานสันสกฤต อิเหนา ดาหลัง มาจากนิทานชวา ที่สำคัญคือเรื่องเล่าพวกนี้มีสถานะเป็นสมบัติส่วนรวมที่แชร์กันข้ามวัฒนธรรม เช่นนิทานเรื่องพระรามก็พบทั้งในไทย (รามเกียรติ์) เขมร (เรียมเกร์) ลาว (พระลักพระลาม) ถ้าจะหวงกันแบบนี้มิต้องเอาอิเหนาคืนอินโดนีเซียเขาไปงั้นหรือ
5. ในลิสต์บทละครนี้ปรากฏเรื่องพระเวสสันดร ซึ่งก็คือ มหาเวสสันดรชาดกที่มาจากนิบาตชาดกนั่นแหละ เรื่องที่มาจากภาษาบาลีแบบนี้จะหวงว่าเป็นวรรณกรรมไทยของเราชาติเดียวได้อย่างไร อีกทั้งการที่เขมรเอาเรื่องพระเวสสันดรไปแสดงละครยิ่งแสดงให้เห็นธรรมเนียมที่ต่างไปจากไทย เพราะวัฒนธรรมการละครไทยแบบดั้งเดิม จะไม่เอาเรื่องศาสนามาแสดงเป็นละคร เรื่องศาสนาจะอยู่ในรูปกลอนเทศน์ (แต่งด้วยร่ายยาว) และกลอนสวด (แต่งด้วยกาพย์) เป็นหลัก เช่น มหาชาติกลอนเทศน์ พระมาลัยกลอนสวด เป็นต้น (การที่ต้นเรื่องบอกว่าพระเวสสันดรเจ้าพระยาพระคลังหนแต่งก็ให้ข้อมูลไม่ครบ เพราะมหาชาติกลอนเทศน์แต่งโดยกวีหลายคน)

อย่างไรก็ตาม "ผมเขียนแบบนี้ขอดักทางไว้เลยว่า ต้องมีคนมาด่าว่าเป็นขี้ข้าเขมร/ตัวไทยใจเขมร ก็รู้แหละว่าตอนนี้เกลียดเขมรกัน แต่ใช้สติหน่อย แล้วถามหน่อยเหอะ คนที่เป็นเดือดเป็นแค้นว่าเขมรขโมย "วรรณกรรมไทย" ไปเนี่ย มีสักกี่คนที่เคยอ่านวรรณกรรมพวกนี้จริงๆ ถ้าถามความรู้วรรณคดีเบื้องต้นตอบกันได้ไหม มีใครบ้างเคยไปดูโขน ดูละครรำ ศิลปวัฒนธรรมไทยตอนมันอยู่เฉยๆ ก็ไม่ค่อยไยดีกันหรอก แต่พอบอกว่าเขมรเคลมของไทย เลือดรักชาติสูบฉีด อยากจะหวงแหนอนุรักษ์กันขึ้นมาทันที"

ขอบคุณข้อมูล : Faris PHar Yothasamuth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...