โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศาลฎีกาฯ ไต่สวนคดี “ทักษิณ” นัด 4 กลุ่มผู้บริหารกรมราชทัณฑ์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ศาลฎีกาฯ 15 ก.ค.- ศาลฎีกาฯ ไต่สวน คดี “ทักษิณ” นัด 4 กลุ่มผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ ประเด็นการส่งตัวรักษานอกเรือนจำ – ขยายเวลาการรักษา – พักโทษ เป็นไปตามกฎหมายและกฎกระทรวงหรือไม่

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวนในคดีการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยคดีนี้มีอัยการ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ และมีนายทักษิณ เป็นจำเลย เป็นนัดที่ 4

ศาลได้นัดไต่สวนพยานรวม 6 ปาก ซึ่งในช่วงเช้าไต่สวนไปแล้ว 4 ปาก ประกอบด้วยนายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ , นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์และโฆษกประจำกรมราชทัณฑ์ , นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ , นายนัสที ทองปลาด อดีตผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการในช่วงเวลาที่นายทักษิณถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ โดยพยานปากที่ 1 และ 4 ใช้เวลาไต่สวน คนละประมาณ 1 ชั่วโมง ในขณะที่พยานปาก 2 และ 3 ใช้เวลาครึ่งชม.

สำหรับประเด็นการไต่สวนเน้นไปในเรื่องการส่งตัวนายทักษิณ ไปรักษาตัวนอกเรือนจำ ว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ปี 2560 และกฎกระทรวงหรือไม่ และการบังคับโทษ รวมไปถึงการพิจารณาพักโทษที่มีกระบวนการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา โดยให้เปรียบเทียบกับการปฏิบัติกับนักโทษรายอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ 70 ปี และการให้ความเห็นชอบในการขยายเวลารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจในช่วง 30 วัน 60 วัน 120 วัน และ 180 วัน

ซึ่งช่วงหนึ่งในการไต่สวน ศาลได้ตั้งข้อสงสัยว่าผู้ที่มีอำนาจเกี่ยวข้องในการอนุมัติขยายเวลาพักรักษาตัว มีการติดตามอาการหรือไม่และสามารถนำตัวกลับมารักษาต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้หรือไม่ ช่วงหนึ่งในประเด็นการไต่สวนมีเรื่องกระบวนการส่งตัวไปรักษา ซึ่งแพทย์ได้วินิจฉัยอาการว่ามีอาการป่วยเข้าขั้นวิกฤตรุนแรงต้องได้รับการรักษาหรือถีงขั้นต้องผ่าตัด แต่เมื่อส่งตัวนายทักษิณออกไปรักษาภายนอกแล้ว ท้ายที่สุดผู้ป่วยปฏิเสธการผ่าตัด แต่ขอรักษาโดยการใช้ยาแทน

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าการเบิกความของพยาน ของผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ คนปัจจุบันและคนก่อนหน้า มีประเด็นที่เบิกความไม่ตรงกัน คือขั้นตอนการส่งตัวไปรักษานอกเรือนจำ ว่าจะต้องส่งตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นอันดับแรกก่อน หรือสามารถส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลภายนอก ที่เป็นโรงพยาบาลเครือข่ายได้เลย

สำหรับการ ฟังการพิจารณาของศาลในครั้งนี้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยศาลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนจดบันทึกคำเบิกความและไม่ให้นำกระดาษและปากกาเข้าไป แต่อนุญาตให้เข้านั่งฟังการพิจารณาไต่สวนได้ โดยในช่วงบ่ายภายหลังการพักพิจารณา จะมีการไต่สวนพยานต่ออีก 2 ปาก ซึ่งเป็นกลุ่มแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ .-319 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...