สั่งสถานทูต ยุติการสัมภาษณ์วีซ่านักเรียน สหรัฐฯ ประกาศให้สถานทูตหยุดนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่า สำหรับนักเรียนต่างชาติ เพื่อรอประกาศกฎฉบับใหม่
รัฐบาลทรัมป์มีคำสั่งให้สถานทูตสหรัฐฯ ทั่วโลกยุติการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนต่างชาติทันที เพื่อเตรียมดำเนินมาตรการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์อย่างครอบคลุมสำหรับผู้สมัครทุกคน
คำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันอังคาร (27 พ.ค.) กำชับให้ฝ่ายกงสุลระงับการเพิ่ม “จำนวนการนัดหมายสัมภาษณ์วีซ่านักเรียนและวีซ่าผู้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยน (F, M, และ J) จนกว่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติม” ซึ่งคาดว่าจะออกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาวีซ่าและสร้างความเสียหายต่อมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ต้องพึ่งพารายได้จากนักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่ทรัมป์เคยกล่าวหาว่ามีแนวคิดฝ่ายซ้ายสุดโต่ง ทั้งนี้ ปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติกว่า 1 ล้านคนในสหรัฐฯ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างรายได้เกือบ 43,800 ล้านดอลลาร์ (1.43 ล้านล้านบาท) ให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสนับสนุนตำแหน่งงานกว่า 378,000 ตำแหน่งในปี 2023-2024 ตามข้อมูลจาก NAFSA
มาตรการนี้ถือเป็นการยกระดับการตรวจสอบที่เคยมุ่งเน้นไปที่นักศึกษาที่เข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม เจ้าหน้าที่กงสุลถูกกำหนดให้ตรวจสอบโซเชียลมีเดียของผู้สมัคร เพื่อค้นหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ “กิจกรรมก่อการร้ายหรือองค์กรก่อการร้าย” ซึ่งอาจครอบคลุมถึงการแสดงออกสนับสนุนชาวปาเลสไตน์
มาตรการล่าสุดได้ขยายมาตรการตรวจสอบให้ครอบคลุมถึงผู้สมัครวีซ่านักเรียนทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นนักเคลื่อนไหวเท่านั้น ภายใต้กระบวนการคัดกรองนี้ เจ้าหน้าที่กงสุลจะต้องตรวจสอบโพสต์ แชร์ และความคิดเห็นของผู้สมัครบนแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Instagram, X และ TikTok เพื่อวิเคราะห์ว่ามีเนื้อหาใดที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับจุดยืนของรัฐบาลทรัมป์ในการต่อต้านกระแสต่อต้านชาวยิว
(1 ดอลลาร์ = 32.72 บาท)