โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พิชัย” ตรวจด่านพุน้ำร้อน ส่งเสริมการค้าชายแดน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 10.52 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กาญจนบุรี 28 มิ.ย.- รองนายกฯ พิชัย ลงพื้นที่ตรวจด่านศุลกากรบ้านพุน้ำร้อน ส่งเสริมการค้าชายแดน การดูแลราคาสินค้าเกษตรไทย คุมเข้มยาเสพติด

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดกาญจนบุรี ตรวจเยี่ยมด่านศุลกากรบ้านพุน้ำร้อนและเจดีย์สามองค์ ซึ่งเป็นด่านสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยและเมียนมา โดยเฉพาะในเส้นทางบ้านพุน้ำร้อนที่มุ่งสู่เขตเศรษฐกิจทวายที่อยู่ห่างจากด่านเพียง 120 กิโลเมตร เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคของการค้าไทย-เมียนมา จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสำรวจแนวทางการส่งเสริมการค้าถูกกฎหมาย โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าชายแดน การดูแลราคาสินค้าเกษตรให้กับตลาดไทยผ่านการกำชับการนำเข้าสินค้าเกษตร การปกป้องคนไทยจากภัยยาเสพติด

นายพิชัย เน้นย้ำว่าพื้นที่กาญจนบุรี มีความสำคัญทั้งด้านความมั่นคง และด้านเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีการดูแลทั้งคู่ และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกัน และได้มอบนโยบายให้กับส่วนราชการ ในการสนับสนุนให้มีการค้าขายชายแดนมากยิ่งขึ้นซึ่งจะส่งผลดีในระยะยาว เพราะหากเศรษฐกิจดีขึ้น จะทำให้ปัญหาด้านยาเสพติดจะลดลงด้วย โดยในระยะสั้นก็ขอเป็นกำลังใจและสนับสนุนการทำงานของฝ่ายความมั่นคง ให้ปราบปรามอย่างเข้มงวด ไม่ให้ยาเสพติดไหลเข้ามาในประเทศเราได้

ด้านการนำเข้าสินค้าเกษตร นายพิชัยได้ขอให้กวดขันเข้มงวดสินค้าเกษตรที่ผิดกฏหมาย ไม่มีคุณภาพ เช่น การกวดขันคุณภาพมันสำปะหลังและการป้องกันยางพาราเถื่อนไม่ให้มาทำลายโครงสร้างราคาของไทย เป็นต้น และขอให้พิจารณาความเหมาะสมหากจะเปิดให้นำเข้าสินค้าประมงที่จะนำมาพัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าในประเทศได้ ซึ่งจะทำให้พื้นที่กาญจนบุรีมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น

ในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้น นายพิชัยกล่าวว่าจังหวัดกาญจนบุรีเคยถูกวางไว้เป็นเมืองที่จะเชื่อมต่อไปกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมา แต่ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป จึงเห็นว่าควรจะต้องวางกลยุทธ์ใหม่ โดยยกตัวอย่างว่าตนเองเห็นกาญจนบุรีมีศักยภาพสำหรับอุตสาหกรรมสีเขียว เพราะเป็นจังหวัดที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำ โดยยกตัวอย่างว่าน้ำที่ใช้ในเขตภาคกลางนั้นส่วนหนึ่งก็มาจากต้นน้ำในจังหวัดกาญจนบุรี จึงสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาต่อยอดเรื่องน้ำ ให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำใช้สำหรับทั้งอุปโภค บริโภค และอุตสาหกรรมด้วย.-515 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...