สงขลา”สุดเจ๋ง”อ.สะเดา ช่วยยายวัย 80 กว่ากับสาววัย 19 ได้มีบัตร ปชช.เป็นครั้งแรกในชีวิต
สงขลา-สะเดา ปรบมือรัวๆ ยายอายุ 83 ปี ไร้สิทธิใดๆทางสังคมเนื่องจากไม่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชน ล่าสุดติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักทะเบียนสะเดาอำเภอสะเดา ช่วยดำเนินการระหว่างหน่วยงาน ไม่ถึง 1 เดือนได้รับบัตรฯเรียบร้อย อีกรายเป็นสาววัย 19 ถูกทอดทิ้งอยู่กับยายตั้งแต่เด็ก เพิ่งได้ทำบัตรประจำตัวประชาชนเช่นกัน
5 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีคุณยายวัย 83 ปี เพิ่งจะได้รับการทำบัตรประชาชนเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยจะมีรถของโรงพยาบาลหาดใหญ่นำคุณยายมาทำบัตรประจำตัวประชาชนที่ อ.สะเดา
ขณะที่รถตู้ของโรงพยาบาลหาดใหญ่มาถึงที่ว่าการ อ.สะเดา ในช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. นางเพ็ญประภา ทองตรัง หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้พาคุณยายนั่งรถวีลแชร์ไปยังห้องฝ่ายทะเบียนฯ ซึ่งนางสุดารัตน์ บัวเนียม ปลัดอำเภองานบัตรประจำตัวประชาชน ได้ทำการตรวจเอกสารต่างๆ ตามขั้นตอน ก่อนถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวประชาชน ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็แล้วเสร็จ มีนายวิเชษต์ สายกี้เส้ง นายอำเภอสะเดา เป็นผู้มอบบัตรฯให้
นางเพ็ญประภา ทองตรัง หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร บอกว่าคุณยายคือ น.ส.ลอย ทับอ่ำอายุ 83 ปี ก่อนหน้านี้ได้มาที่ฝ่ายทะเบียนฯอำเภอสะเดา เพื่อติดต่อขอรับการทำบัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากคุณยาย ไม่เคยมีหรือไม่เคยทำบัตรประจำประชาชนมาก่อนเลยในชีวิต
จากการสอบถาม ยายบอกว่าชื่อ“บัวลอย” ออกจากบ้านเกิดไปอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่อายุประมาณ 14 ปี ก่อนชีวิตจะระเหเร่ร่อน จนมาอยู่ที่ อ.สะเดา จากการค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ปรากฎว่ายายไม่ได้ชื่อ บัวลอย แต่ชื่อ “ลอย” ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม จนพบว่าคุณยายมีญาติซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน
ก็ได้มีการประสานกับญาติในการสอบปากคำ และเป็นพยาน พร้อมดำเนินการระหว่างหน่วยงานพอผ่านการตรวจหลักฐานต่างๆตามขั้นตอนจนเสร็จ แล้วทำหนังสือถึงสำนักทะเบียนกลางกรมการปกครองขอทำบัตรฯ เมื่อกรมการปกครองอนุญาตจึงจัดทำบัตรฯให้ในวันนี้
สำหรับคุณยายหลังจากที่ได้มาดำเนินการติดต่อ แล้วกลับไปที่บ้านปรากฎว่าคุณยายได้หกล้มจนถึงขั้นต้องนำส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีอาการเป็นสโตรก แขนขาด้านซ้ายไม่มีแรงไปครึ่งซีก ทำให้วันนี้ต้องนำตัวคุณยายมาทำบัตรฯที่ อ.สะเดา ดังกล่าว
ด้านนายชวลิต สุขฤกษ์ บอกว่าคุณยายเป็นพี่เลี้ยงลูกให้ตนเอง โดยคุณแม่ของภรรยาเป็นคนหามาเมื่อประมาณปี 2542 โดยอาศัยอยู่ที่บ้านของตนเองมาตลอดซึ่ง ณ ตอนนั้นทราบเพียงว่าแกไม่มีบัตรฯ ทั้งนี้แกเป็นคนไม่รู้หนังสือ และเป็นคนซื่อ พูดน้อย
ส่วนที่พาคุณยายมาทำบัตรฯเนื่องจากว่า มีวันหนึ่งตนเองได้ไปประชุมในหมู่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านได้บอกว่าใครที่ไม่มีบัตรฯให้ติดต่อกับผู้ใหญ่บ้าน ตนเองก็ได้เข้าไปปรึกษา และมาติดต่อกับปลัดเพ็ญประภาฯหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ซึ่งได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จึงได้พาคุณยายมา มีการสอบถามข้อมูล จนทราบชื่อพ่อ – แม่ จึงได้ตรวจสอบในทะเบียนราษฎร์จนเจอ
ซึ่งการที่คุณยายได้รับการทำบัตรฯในวันนี้ ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ท่านจะได้สิทธิตามประชาชนคนไทย เช่นบัตร 30 บาท เงินผู้สูงอายุ หรืออาจจะได้เงินของผู้พิการฯเป็นต้น ซึ่งต้องขอขอบคุณปลัดเพ็ญประภาฯซึ่งท่านได้ติดต่อประสานงาน รวมทั้งกรมการปกครองที่นี่ รวมทั้งสังคมสงเคราะห์ที่หาดใหญ่ด้วยที่มีส่วนช่วยเหลือ
ด้านนาย วิเชษต์ สายกี้เส้ง นายอำเภอสะเดา บอกว่าทางอำเภอได้มีการประชาสัมพันธ์ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไปตรวจสอบว่าในพื้นที่มีมีผู้ที่ไม่มีบัตร หรือรายชื่อตกหล่นมั๊ย ซึ่งหากเป็นเด็กอายุไม่เกิน 7 ปีจะง่ายต่อการดำเนินการ ซึ่งเราสามารถสอบจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือญาติซึ่งเราสามารถเพิ่มได้ง่ายนิดเดียว
แต่ในกรณีผู้สูงอายุและมีถิ่นที่อยู่ในต่างจังหวัด ต้องประสานกับพื้นที่ต้นทางเพื่อให้สอบญาติหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และมีหนังสือรับรองมา ทางอำเภอถึงจะสามารถทำหนังสือถึงกรมการปกครองขออนุมัติการออกบัตรได้ ส่วนกรณีที่เป็นแม่เป็นลูกกันหากไม่มีคนรับรองหรือสืบพยานได้ยาก ก็จะใช้วิธีตรวจดีเอ็นเอ เมื่อผลตรงกันก็สามารถเพิ่มชื่อและทำการออกบัตรได้
นายอำเภอสะเดายังบอกเพิ่มเติมอีกว่าปกติคนที่ไม่ได้แจ้งการเกิดตามกำหนด พบว่าส่วนมากพ่อแม่หรือผู้ปกครองจะยากจน หรือไม่ค่อยมีความรู้เขาไม่รู้ว่าขั้นตอนในการแจ้งเกิดว่าเป็นอย่างไร ในส่วนของทางอำเภอพยายามประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้ให้กับทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อที่จะไปประชาสัมพันธ์ให้กับชาวบ้าน หากใครที่ไม่มีบัตรฯ ใครไม่ได้แจ้งเกิดหรือแจ้งเกิดเกินกำหนด ก็สามารถที่จะมาประสานกับกลุ่มงานทะเบียนของ อ.สะเดา ซึ่งจะได้ดำเนินการในขั้นตอนของการสอบพยานบุคคลหรือสอบปากคำไว้ เพื่อที่จะดำเนินการในการเพิ่มชื่อและดำเนินการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้ นายอำเภอสะเดาบอก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกันทาง อ.สะเดา ยังได้ดำเนินการออกบัตรประจำตัวประชาชนให้กับ น.ส.แสงดาว (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ซึ่งนางสาวแสงดาวฯ เป็นบุตรของนายเข้มฯ บุคคลสัญชาติไทย กับ นางสาวแหม่มฯ สัญชาติลาว เกิดที่โรงพยาบาลปาดังเบซาร์ ขณะนางสาวแสงดาวฯ อายุ 8 ขวบ พ่อกับแม่ได้เลิกรากัน ผู้เป็นแม่ได้นำนางสาวแสงดาวฯ ไปฝากไว้กับย่าของนางสาวแสงดาว ที่ จ.อุบลราชธานี
หลังจากนั้นนางสาวแสงดาวฯ ก็ติดต่อพ่อและแม่ไม่ได้อีกเลย ต่อมานางสาวแสงดาวฯ ได้มาประกอบอาชีพรับจ้างทำสวนปาล์มอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ได้เจอคนรู้จักพาเดินทางมาหาพ่อที่ตำบลปาดังเบซาร์ และได้มาติดขอขอทำบัตรประจำตัวประชาชนที่สำนักทะเบียนอำเภอสะเดา
สำนักทะเบียนอำเภอสะเดาตรวจสอบชื่อในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ปรากฏว่า ชื่อของนางสาวแสงดาวฯถูกจำหน่าย จากฐานทะเบียนราษฎร(จำหน่ายด้วย ทร.97) เนื่องจากมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางเกิน 10 ปี อำเภอสะเดาจึงดำเนินการตามระเบียบโดยการขอคืนรายการทะเบียนราษฎรให้แก่นางสาวแสงดาวฯและดำเนินการตรวจ DNA กับพ่อเพื่อพิสูจน์ตามขั้นตอน
จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุญาตสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองเพื่อขอจัดทำบัตรประชาชนให้แก่นางสาวแสงดาวฯ ซึ่งนางสาวแสงดาวฯได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มีบัตรฯในวันนี้ ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนเป็นที่สุด