โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช่างไฟฟ้า เผย 80% ของตู้เย็น พังกะทันหัน เพราะผู้ใช้พลาดทำ 5 ข้อ

News In Thailand

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 02.07 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ช่างไฟฟ้า เผย 80% ของตู้เย็น พังกะทันหัน เพราะผู้ใช้พลาดทำ 5 ข้อ

จากเว็บต่างประเทศ ได้รายงานว่า การใช้ตู้เย็นอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่อง แต่ยังช่วยคุณประหยัดค่าซ่อมได้อีกด้วย ตู้เย็นกลายเป็นเครื่องใช้จำเป็นในการเก็บรักษาอาหารท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด แต่การใช้งานที่ผิดวิธีอาจทำให้ตู้เย็นเสียหายได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อทำงานหนักเกินไป ช่างไฟฟ้า ระบุว่า กว่า 80% ของปัญหาตู้เย็นในช่วงฤดูร้อนมักเกิดจาก 5 ความผิดพลาดที่พบได้บ่อย

1. ถอดปลั๊กตู้เย็นโดยตรง

นช่วงหน้าร้อน หลายครอบครัวมักเดินทางท่องเที่ยวและเลือกถอดปลั๊กตู้เย็นเพื่อประหยัดไฟ แต่การถอดปลั๊กตู้เย็นเป็นเวลานานอาจสร้างความเสียหายโดยไม่รู้ตัว ขณะตู้เย็นทำงาน น้ำมันหล่อลื่นในเครื่องอัดจะไหลเข้าไปในท่อ ทำหน้าที่เป็นชั้นฟิล์มป้องกันการกัดกร่อน หากถอดปลั๊กนาน น้ำมันจะไหลย้อนกลับเข้าเครื่องอัด ทิ้งให้ท่อโล่งและไม่มีการเคลือบป้องกัน เมื่อน้ำยาทำความเย็นสัมผัสกับท่อโดยตรง อาจเกิดการกัดกร่อนและทำให้ระบบเสียหายได้ สำหรับตู้เย็นใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้งาน จะไม่มีปัญหานี้ เพราะน้ำยาทำความเย็นยังไม่ไหลเข้าสู่ระบบท่อ

คำแนะนำ: ควรเสียบปลั๊กตู้เย็นไว้ตลอด แม้ไม่ได้ใช้งานบ่อย เพื่อรักษาสภาพเครื่องให้อยู่ในสภาพดี

2. ปรับอุณหภูมิสูงเกินไป

เพื่อประหยัดไฟในช่วงหน้าร้อน หลายคนเลือกเพิ่มอุณหภูมิตู้เย็นให้สูงขึ้น แต่ความคิดนี้เป็นความเข้าใจผิดที่อาจทำให้ตู้เย็นหยุดการทำความเย็น ส่งผลกระทบต่อทั้งช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็ง ระบบควบคุมอุณหภูมิของตู้เย็นจะตรวจสอบอุณหภูมิภายใน หากตั้งค่าไว้สูงเกินกว่าอุณหภูมิห้อง ระบบจะไม่ทำงาน เพราะมองว่าอุณหภูมิเพียงพอแล้ว ทำให้ตู้เย็นไม่เข้าสู่โหมดทำความเย็น ผลที่ตามมาคือท่อภายในอาจถูกกัดกร่อนจากน้ำยาทำความเย็น เช่นเดียวกับกรณีถอดปลั๊กนาน ๆ โดยเฉพาะในช่องแช่แข็ง ควรรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่า -20°C หากตู้ไม่ทำความเย็น น้ำแข็งจะละลาย อาหารเน่าเสีย และเสี่ยงต่อสุขภาพ

คำแนะนำ: ในช่วงหน้าร้อน ควรรักษาอุณหภูมิต่ำอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่องแช่แข็ง เพื่อให้ระบบทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและเก็บรักษาอาหารได้ดี

3. ใส่ของแน่นเกินไป

หน้าร้อนหลายบ้านมักเก็บไอศกรีม เครื่องดื่ม ผลไม้ และผักสดไว้เต็มตู้เย็น แต่การยัดของแน่นเกินไปกลับทำให้ความเย็นหมุนเวียนได้ไม่ดี ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และอาจทำให้ตู้เย็นเสียเร็วขึ้น

วิธีแก้: ควรใช้กล่องจัดเก็บอาหารช่วยแยกประเภทและจัดระเบียบให้เรียบร้อย หลีกเลี่ยงการวางผักหรือของเหลวชิดช่องลมและผนังตู้เย็น เพื่อให้ลมเย็นไหลเวียนได้ทั่วถึง และตู้เย็นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

4. วางตู้เย็นใกล้แหล่งความร้อน

หลายบ้านวางตู้เย็นไว้ใกล้แอร์ เตา หรือหน้าต่างที่โดนแดดจัด หากวางใกล้แหล่งความร้อนน้อยกว่า 1.5 เมตร ตู้เย็นมีความเสี่ยงเสียหายสูง เนื่องจากผิวของตู้เย็นทำจากเหล็กบางหรือพลาสติก ซึ่งไม่ทนต่อความร้อน อุณหภูมิจากเตาหรือแสงแดดจัดอาจทำให้ผิวตู้ลอกหรือเสียหายได้ ขณะทำงาน ตู้เย็นต้องระบายความร้อน หากอยู่ใกล้แหล่งความร้อนจะทำให้การระบายไม่เต็มที่ ส่งผลให้เครื่องอัดต้องทำงานตลอดเวลา จากอายุการใช้งาน 10 ปี อาจลดเหลือเพียง 3–5 ปี

คำแนะนำ: ควรตั้งตู้เย็นในที่โล่ง โปร่ง ห่างจากเตา แอร์ และหน้าต่าง เพื่อให้ระบายความร้อนได้ดีในช่วงหน้าร้อน

5. ละเลยการดูแลขอบยางตู้เย็น

ขอบยางตู้เย็นมีหน้าที่สำคัญในการปิดตู้ให้สนิทและรักษาอุณหภูมิภายใน หากเสื่อมสภาพ ตู้เย็นจะเย็นได้ไม่เต็มที่ เปลืองไฟ และต้องทำงานตลอดเวลา ในช่วงหน้าร้อน เรามักเปิดตู้เย็นบ่อย ขอบยางจึงมีโอกาสเปื้อนซุป เศษอาหาร หรือคราบต่าง ๆ ทำให้ปิดไม่สนิท อีกทั้งอุณหภูมิสูงยังเร่งให้ขอบยางเสื่อมเร็วขึ้น

คำแนะนำ: ควรตรวจเช็กและทำความสะอาดขอบยางเป็นประจำ โดยเฉพาะตามรอยพับที่มักมีคราบสะสม หากขอบยางชำรุด ควรเปลี่ยนทันที เพื่อป้องกันปัญหาความเย็นไม่พอและค่าไฟพุ่งสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...