Kairakuen อาณาจักรแห่งต้นบ๊วย 1 ใน 3 สวนสวยของญี่ปุ่น
หากใครชอบอ่านบทความท่องเที่ยวหรือรักการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เคยสังเกตไหมคะว่าที่ญี่ปุ่นเขามักจะชูท็อปสามสถานที่ท่องเที่ยวดังๆ ในแต่ละหมวด เช่น 3 ทัศนียภาพงดงามในญี่ปุ่น (日本三景), 3 ปราสาทแห่งญี่ปุ่น (日本三名城), 3 เทศกาลสุดยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่น (日本三大祭り) สำหรับบทความนี้เราจะมาแนะนำสวน “Kairakuen” 1 ใน 3 สวนสวยสไตล์ญี่ปุ่นกันค่ะ
Kairakuen สวนสวยสไตล์ญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุด
สวน Kairakuen (偕楽園) ตั้งอยู่ในเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ เป็นสวนพื้นที่กว้างขวางเก่าแก่สไตล์ญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายเหมือนย้อนไปสมัยเอโดะ สร้างขึ้นในปี 1842 โดยโทคุกาวะ นาริอากิ ผู้ครองแคว้นมิโตะที่ 9 ด้วยระยะเวลาที่เนิ่นนานนี้ทำให้สวน Kairakuen เป็นสวนที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดา 3 สวนสวยในญี่ปุ่น ที่ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพความงามหาสวนใดเปรียบ
อีก 2 สวนที่ติดอันดับ 3 สวนสวยในญี่ปุ่นคือ สวน Kenrokuen ใน จังหวัดอิชิกาว่า และ สวน Korakuen จังหวัดโอกายามะ ว่ากันว่าหากพูดถึงสวน Kenrokuen ก็ต้องหิมะ หากพูดถึงสวน Korakuen ก็ต้องพระจันทร์ และหากพูดถึงสวน Kairakuen ก็ต้องดอกไม้ เมืองมิโตะซึ่งเป็นที่ตั้งของสวน Kairakuen ก็ขึ้นชื่อเรื่องต้นบ๊วยอยู่แล้ว อีกทั้งสวนแห่งนี้ปลูกต้นบ๊วยมากที่สุด ในปัจจุบันมีมากกว่า 100 ชนิด รวมกว่า 3,000 ต้น อีกทั้งยังไม่ไกลจากโตเกียวมาก เดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึง ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศนิยมมาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิเพื่อชมทัศนียภาพของดอกบ๊วยที่พร้อมใจบานสะพรั่งอวดความงาม เป็นสีชมพูพร่างพรายสุดลูกหูลูกตา
นอกจากความงามแล้ว สิ่งที่ขึ้นชื่ออีกอย่างในสวนแห่งนี้คือพื้นที่ความกว้างกว่า 300 เฮกตาร์ ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสวน Central Park ในนิวยอร์ก ภายในสวนยังมีสถาปัตยกรรมอื่นๆ ที่โทคุกาวะ นาริอากิเป็นผู้ออกแบบเองด้วย
Kairakuen Garden (偕楽園)
พิกัด 1 Chome-3 Tokiwacho, Mito, Ibaraki 310-0033 การเดินทาง ลง JR Mito Station แล้วนั่งรถบัสมาลงที่สวนประมาณ 20 นาที เวลาเปิดปิด 20 กุมภาพันธ์ – 30 กันยายน เปิด 6.00 – 19.00 น.
1 ตุลาคม – 19 กุมภาพันธ์ เปิด 7.00 – 18.00 ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 300 เยน, เด็ก 150 เยน เว็บไซต์ www.ibarakiguide.jp/kairakuen
สถานที่น่าสนใจอื่น ๆ ภายในสวน Kairakuen
1. Kobuntei-House
เมื่อเดินผ่านประตูมินามิมงก็จะเห็น Kobuntei-House (好文亭) สถาปัตยกรรมสร้างด้วยไม้สามชั้นได้ทันที ตัวอาคารนี้ออกแบบโดยโทคุกาวะ นาริอากิ ซึ่งในอดีตใช้เป็นพื้นที่รองรับแขกผู้มาเยือน
ภายในเต็มไปด้วยข้าวของที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายและวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงสมัยเอโดะ ไม่ว่าจะเป็นเสื่อทาทามิสลักลายดอกอาโออิ ตราประจำตระกูลโทคุกาวะ หรือภาพบนประตูบานเลื่อนอันงดงาม หากขึ้นไปบนชั้น 3 ก็จะเห็นภาพสวน Kairakuen ในมุมสูงและเพลิดเพลินกับความงามของสวนได้ทั้ง 4 ฤดูกาล
Kobuntei-House (好文亭)
พิกัด 1 Chome-3-3 Tokiwacho, Mito, Ibaraki 310-0033 เวลาเปิดปิด 20 กุมภาพันธ์ – 30 กันยายน เปิด 9.00 – 17.00 น.
1 ตุลาคม – 19 กุมภาพันธ์ เปิด 9.00 – 16.30 ปิดวันที่ 29 – 31 ธันวาคม ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 200 เยน, เด็ก 100 เยน
2. Mousou Bamboo Forest
ป่าปลูกต้นไผ่โมโซ ซึ่งเป็นไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ในอดีตโทคุกาวะ นาริอากิเป็นผู้นำไผ่ชนิดนี้มาจากเขาโอโตโกะยามะในเกียวโตเพื่อมาปลูกที่นี่และใช้เป็นวัสดุทำธนู มีต้นที่สูงถึง 20 เมตรด้วย เรียกได้ว่าสูงท่วมหัว ใกล้ๆ กันนั้นมีต้นสนซีดาร์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างยิ่งใหญ่ เดินตอนมืด ๆ อาจจะดูน่ากลัวไปบ้างแต่ก็สัมผัสได้ถึงความสงบของต้นไม้และธรรมชาติที่โอบล้อมอยู่รอบตัว
3. Touzai Plum Trees
อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดชมหากมาเยือนสวน Kairakuen คือ Touzai Plum Trees (東西梅林) ซึ่งเต็มไปด้วยต้นบ๊วยมากมาย หากอยากมาชมความสวยงามแนะนำให้มาช่วงกลางเดือนมกราคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์เพราะเป็นต้นบ๊วยที่บานค่อนข้างเร็วกว่าดอกไม้ทั่วไป อีกทั้งบางต้นยังมีสีที่แตกต่างกัน ลองหาความแตกต่างของบ๊วยแต่ละต้นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เพลิดเพลินไปกับการชมความงามต้นบ๊วยในสวนแห่งนี้มากขึ้นค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก thegate12.com
ผู้เขียน: Lamudni