โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ด่วน! ตร.ส่งคลิปเสียง ‘ฮุน เซน’ ให้อัยการแล้ว พบทำเป็นขบวนการในประเทศกัมพูชา

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 05.03 น. • เดลินิวส์
ตำรวจไซเบอร์ ส่งสำนวนคดีคลิปเสียง “แพทองธาร-ฮุน เซน” ให้อัยการสูงสุด ชี้เข้าข่ายคดีนอกราชอาณาจักร เอาผิด ม.116 และ พ.ร.บ.คอมพ์ พบแอดมินเพจ ทำงานเป็นขั้นเป็นตอนอยู่ในกัมพูชา อาจมีมากกว่า 1 ราย

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ) ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ได้นำสำนวนคดีปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภาและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งมอบให้กับอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการสอบสวนการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรตามกฎหมาย

โดยคดีดังกล่าวสืบเนื่องจากที่นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.สอท.1 เพื่อดำเนินคดีกับสมเด็จฮุน เซน ฐานเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าว เพื่อหวังผลทางการเมืองและสร้างความแตกแยกให้ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า สำนวนที่ส่งให้อัยการสูงสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 1 แฟ้มเอกสารถ้วน ประมาณ 50 หน้า โดยมีนายศักดิ์เกษม นิไทรโยค ผู้ตรวจการอัยการและโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ ซึ่งหลังจากที่ทางพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 รับแจ้งความร้องทุกข์จากรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน โดยพบว่า เพจ Facebook สมเด็จฮุน เซน มีลักษณะการโพสต์ข้อความที่เป็นขั้นเป็นตอน และเข้าองค์ประกอบความผิด ตามมาตรา 116 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จริง รวมทั้งพิจารณาแล้วเห็นว่า เพจ Facebook ดังกล่าวมี Admin อยู่ในประเทศกัมพูชา

จึงมีความเห็นว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีนอกราชอาณาจักร จึงได้ส่งสำนวนคดีแก่อัยการสูงสุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 เพื่อให้อัยการสูงสุด ดำเนินการพิจารณาและเป็นพนักงานสอบสวนตามกฎหมาย เพื่อกล่าวโทษแอดมินเพจ Facebook สมเด็จฮุน เซน ในสองความผิดข้างต้น

ทั้งนี้ แอดมินเพจดังกล่าวมีจำนวนกี่คนนั้น พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่ามีมากกว่า 1 คนแน่นอน ส่วนจะมีการกล่าวโทษถึงสมเด็จฮุน เซน ด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ระบุว่าเรื่องดังกล่าวอยู่ในสำนวน

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า ในคดีนี้เป็นประเด็นเรื่องคลิปเสียงที่พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ส่วนประเด็นคลิปเสียงเรื่องที่กล่าวอ้างว่า สมเด็จฮุน เซ็น สั่งฆ่านักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวร้องทุกข์นั้น เป็นคนละประเด็นกัน และคดีนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ยืนยันว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินกระบวนการตามกฎหมายทุกประการ ซึ่งตอนนี้อำนาจการสอบสวนได้โอนไปยังอัยการสูงสุดเป็นที่เรียบร้อย เน้นย้ำว่า นี่ไม่ใช่เป็นการดำเนินคดีแก้เกี้ยว เมื่อมีคนแจ้งความร้องทุกข์ ทางตำรวจก็ต้องดำเนินการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีหากพบความผิด โดยทางตำรวจไม่มีความกดดันในการทำคดี แต่ยอมรับว่า คดีนี้เป็นคดีที่ละเอียดอ่อน เพราะอาจกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางตำรวจจึงต้องทำสำนวนคดีอย่างรอบคอบและเป็นไปตามพยานหลักฐานที่มี

ด้านนายศักดิ์เกษมกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว หลังจากนี้ทางอัยการสูงสุด จะนำสำนวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ เพื่อลงความเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรจริง ก็จะมีความเห็นตามและมีคำสั่งตั้งพนักงานอัยการของสำนักงานการสอบสวนเป็นพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อความ โดยต้องดูว่า มีเจตนาประสงค์ให้เกิดผลในราชอาณาจักรตามองค์ประกอบความผิดหรือไม่

หากมีพยานหลักฐานเพียงพอและพบเป็นการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการส่งสำนวนกลับไปยังอัยการสูงสุดเพื่อทำความเห็นสั่งฟ้อง หากอัยการสูงสุดมีความเห็นพ้องสั่งฟ้องตาม จึงจะดำเนินการขออำนาจศาลอาญาออกหมายจับ และถึงค่อยประสาน Interpol หรือตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดงต่อไป

นายศักดิ์เกษม ระบุว่า คดีนี้ในส่วนของอัยการจะดำเนินการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะยอมรับว่าคดีดังกล่าว มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ไม่กดดันในการทำงาน เพราะทางอัยการดำเนินการตามพยานหลักฐาน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า จะต้องเชิญ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มาให้ปากคำหรือให้ข้อมูลหรือไม่ นายศักดิ์เกษม กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของการรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีเพียงพอหรือไม่ หรือมีความเห็นที่ควรจะต้องเรียกบุคคลในคดีมาให้การเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ยอมรับว่า เป็นการดำเนินคดีบุคคลสำคัญในต่างประเทศ ซึ่งต้องยึดตามพยานหลักฐานว่า เพียงพอแจ้งข้อหาความผิดหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีการฟ้องดำเนินคดีกับผู้นำต่างประเทศมาก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...