โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯ กังวลการปะทะกัมพูชา-ไทยบริเวณชายแดน เรียกร้องยุติการโจมตี

THE STANDARD

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 02.53 น. • thestandard.co
สหรัฐฯ กังวลการปะทะกัมพูชา-ไทยบริเวณชายแดน เรียกร้องยุติการโจมตี

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การต่อสู้ที่รุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้ยุติการโจมตีระหว่างกัน เพื่อปกป้องพลเรือนจากอันตรายที่เกิดขึ้น และคาดหวังว่าไทยกับกัมพูชาจะแก้ปัญหาขัดแย้งโดยสันติวิธี

แถลงการณ์ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2025 บนเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และแถลงการณ์ฉบับภาษาไทยในเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ระบุว่า “สหรัฐอเมริกามีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับรายงานการต่อสู้ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เรารู้สึกตกใจเป็นอย่างมากกับรายงานถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียชีวิต”

นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยัง “เรียกร้องอย่างจริงจังให้ยุติการโจมตีโดยทันที ปกป้องพลเรือน และระงับข้อพิพาทด้วยสันติวิธี”

ทั้งนี้เหตุปะทะตามแนวชายแดนเริ่มเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (24 กรกฎาคม) โดยกองทัพไทยโดยกรมกิจการชายแดนทหารระบุว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงใส่ฐานปฏิบัติการของไทย ใกล้ปราสาทตาเมือนธม บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในจังหวัดสุรินทร์ในช่วงเช้า ส่งผลให้ไทยยิงตอบโต้ และเกิดการปะทะกันขึ้น นอกจากนี้กัมพูชายังมีการยิงใส่โรงพยาบาลและสถานที่พลเรือนอื่นๆ โดยเหตุปะทะตลอดแนวชายแดนเมื่อวานนี้ทำให้มีฝั่งไทยมีผู้เสียชีวิตรวม 14 ราย แบ่งเป็นพลเรือน 13 ราย และทหาร 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บรวม 60 ราย แบ่งเป็นพลเรือน 45 ราย และหทาร 15 นาย ขณะที่ไทยได้ส่ง F-16 โจมตีทางอากาศใส่ฐานปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชาบริเวณชายแดน โดยเน้นย้ำว่าเป็นการตอบโต้ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งฝั่งกัมพูชายังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ภาพ: Andamati via ShutterStock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...