โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นายกฯ แสดงจุดยืนไทย ไม่ยอมรับศาลโลก ฟาดกลับกัมพูชาสื่อสารไม่เป็นมืออาชีพ-สร้างความวุ่นวาย

efinanceThai

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 07.12 น.

นายกฯ แสดงจุดยืนไทย ไม่ยอมรับศาลโลก ฟาดกลับกัมพูชาสื่อสารไม่เป็นมืออาชีพ-สร้างความวุ่นวาย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มิ.ย. 68 14:12 น.

นายกฯ ตั้งทีมไทยแลนด์ นำโดยกลาโหม ติดตามข่าวสารชายแดน ย้ำไม่ยอมรับศาลโลก พร้อมแสดงจุดยืน “ไทยเป็นปึกแผ่น ฝากถึงกัมพูชาสื่อสารไม่เป็นมืออาชีพ - สร้างความวุ่นวาย - ไม่เกิดประโยชน์

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง ถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ว่า การประชุม JBC วันที่ 14-15 มิ.ย. ที่ผ่านมาถือเป็นผลสำเร็จที่ได้ยอมรับกรอบ JBC ส่วนรายละเอียดกระทรวงต่างประเทศได้รายงานแล้ว โดยเบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อตามสถานการณ์ โดยเป็นทีมไทยแลนด์ ซึ่งจากนี้ให้กลาโหม เป็นคนนำทีม เพื่อติดตามข่าวสารทั้งหมด และดำเนินการต่างๆ

ส่วนศาลโลก ยืนยันว่า ไทยไม่ยอมรับในเรื่องของศาลโลก และตั้งทีมทำงานว่าจะปกป้องและตั้งรับอย่างไร หาข้อมูลต่างๆ ว่าจะสามารถปกป้องประเทศอย่างไร หรือตอบโต้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีกรอบในการทำงาน โดยศึกษากฎหมาย และประวัติต่างๆ ซึ่งเป็นความคืบหน้าในการประชุมวันนี้

ส่วนกรณีเรื่องการปิดด่านนั้น ไทยยืนยันไม่ได้มีการปิดด่าน แต่กำหนดเวลาเปิดปิดซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมหลังมีการปะทะเกิดขึ้น ซึ่งได้ทราบจากเพจกลาโหมจากกัมพูชา โดยภายหลังจากมีการตกลงกันแล้วว่าจะมีการปรับกำลังต่างๆ เรียบร้อยแล้ว และได้มอบอำนาจให้ กองทัพพิจารณาได้ในเรื่องของสถานการณ์ข้างหน้าเป็นอย่างไร เพื่อให้ปรับได้ตามสถานการณ์ พบว่า ทางเพจกลาโหมของกัมพูชา ระบุว่า จะไม่มีการปรับกำลัง ทำให้ไทยกำหนดเวลาเปิดปิดด่าน และเมื่อกำหนดเวลาแล้ว ทางกัมพูชาก็กำหนดเวลาเช่นกัน

“อยากแจ้งว่า ที่ผ่านมาได้มีการคุยกันทั้งหมด กับนายกฯ กัมพูชา และมีข้อตกลงร่วมกันว่าต้องการสันติภาพ ต้องการรักษาชีวิตพี่น้อง ไม่เสียเลือดเนื้อของทหารซึ่งเห็นตรงกัน และพยายามคุยในกรอบทวิภาคี ซึ่งเป็นกรอบระหว่างประเทศ ต้องมีกรอบความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปตามกลไกระหว่างประเทศ และยอมรับว่ามีการคุยกันหลังไมค์ด้วย แต่สิ่งที่สื่อสารออกมานอกกรอบ และเป็นการสื่อสารไม่ professional ที่ออกมาเรื่อยๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายในการจัดการ และคิดว่า การสื่อสารแบบนี้ ทำให้เกิดผลลบกับทั้งสองประเทศ”นางสาวแพทองธาร กล่าว

โดยข้อความที่ กัมพูชาโพสต์นั้น ทำให้ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชาด้วย การประกาศปิดด่านเลย ทำให้เกิดผลกระทบทั้งสองประเทศ โดยรัฐบาลไทยมีความห่วงใยทั้งเรื่อง การค้าขาย การส่งผลไม้ ผัก หากมีการปิดด่านทั้งหมด กระทบแน่นอน ดังนั้นจึงปรับเวลาเข้าออกแต่ไม่มีการปิดด่าน ของคนและสินค้า และได้แจ้งกัมพูชาว่า จะมีการประชุมในวันนี้ก่อน เพื่อรายงานผลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“การประชุมวันนี้ได้ส่งข้อความถึงนายกฯ กัมพูชาแล้วว่า จะให้จัดประชุม RBC ซึ่งเป็นระดับกองทัพทั้งสองประเทศว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ แต่เพิ่งส่งไป ให้นายกฯ กัมพูชา และได้รับข้อความที่โพสต์ในเฟส ซึ่งเป็นการสื่อสารที่ไม่ได้อยู่ในกรอบ การสื่อสารแบบนี้ไม่เกิดผลดีทั้งสองประเทศ เราตัดสินใจอะไร ต้องเห็นใจคนหน้างานด้วย ว่าตรงนั้นเป็นอย่างไร และคอยอัพเดตตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง และการที่ไทยกำหนดเวลาเปิดปิดด่าน เพราะมีอาวุธไกล และอาวุธหนักเกิดขึ้น เพราะมีประชาชนอยู่ตรงนั้นมากมาย การเอาอาวุธใหญ่ออกมา หากเกิดอุบัติเหตุ จะเกิดความเสียหายมากมาย ไม่เช่นนั้น เราไม่กำหนดอยู่แล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องทำ”นางสาวแพทองธาร กล่าว

โดยที่ผ่านมา ยอมรับว่า สื่อสารน้อยกว่า กัมพูชา เพราะรัฐบาลเคารพการเจรจา และเคารพกรอบทวิภาคี ให้เกียรติทั้งสองประเทศ สิ่งที่คุยควรอยู่ในกรอบทวิภาคี เมื่อเจรจา ต้องนึกถึงกรอบนี้เป็นสำคัญ เมื่อสื่อสารออกมามากมายแล้วนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำ คือ การมีจุดยืน เราไม่เคยยั่วยุ เพื่อให้เกิดการปะทะ ทั้งในและต่างประเทศ

“ดิฉันเป็นนายกฯ ถ้าอยู่ตรงนี้ หากเกิดการปะทะรุนแรง ดิฉันต้องรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากตกลง ต้องคุยกับทหารว่าพร้อมหรือไม่ ไม่เช่นนั้น จะมีเรื่องจะสามารถจุดให้ไฟมันติดได้เลย อันนี้คือกรอบที่เราทุกคนต้องยึด การปล่อยข่าวที่ไม่เป็นทางการ ย้ำอีกครั้ง ไม่เกิดผลดีกับทั้งสองประเทศ”นางสาวแพทองธาร กล่าว

ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามถึงเมื่อกัมพูชาเล่นสงครามข่าวสารว่า นายกฯ กองทัพ และทุกฝ่าย เห็นตรงกัน ว่า ไทยต้องปกป้องอธิปไตย ทำอย่างไรไม่ให้เสียเลือดเนื้อ และยังคงรักษาอธิปไตยของไทย โดยกองทัพ และรัฐบาลได้คุยกันทุกเรื่องว่าจะทำอย่างไร และดิฉันให้เกียรติกองทัพเสมอ คุยหลังไมค์อย่างไร เชคกับกองทัพทุกครั้งว่า ดำเนินการอย่างไร กองทัพเองก็เช่นกัน ปรึกษากันว่า อะไรทำได้หรือไม่ได้

“ขอย้ำว่า รัฐบาลและกองทัพไม่ได้มีปัญหากัน ขอให้ช่วยกันซัพพอร์ตกองทัพกับรัฐบาล พูดและสื่อสารตรง ประเทศไทยเป็นปึกแผ่น และไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง มาขู่ มาใส่ร้าย เราก็เป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรีและแข็งแรงเช่นกัน วันนี้ หากไม่เคารพกฎกติกา ก็จะไม่ถูกยอมรับโดยทั่วโลก”นางสาวแพทองธาร กล่าว

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...