โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 17 มิถุนายน 2568

Businesstoday

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.25 น. • Businesstoday

นายกฯ แจงเตรียมการอพยพคนไทยในอิสราเอล หลังสงครามรุนแรง

วันนี้ (17 มิถุนายน 2568) ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 23 ในประเด็นการให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิสราเอล จากสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสถานเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศ ตั้งแต่ช่วงก่อนเกิดเหตุ

โดยวันนี้ ได้หารือและประสานงานร่วมกับทางกองทัพ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต เพื่อเตรียมการอพยพคนไทยในอิสราเอล พร้อมให้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงาน เพื่อเป็นตัวกลางในการติดตามข้อมูลข่าวสารของเหตุการณ์ความไม่สงบ และเปิดให้แรงงานไทยในอิสราเอลลงทะเบียน ซึ่งจากข้อมูลทำให้ทราบว่า ปัจจุบันมีจำนวนแรงงานไทยในอิสราเอลทั้งสิ้นประมาณ 40,000 คน

โดยความคืบหน้าล่าสุด กองทัพอากาศได้จัดเตรียมพร้อมเครื่องบินสำหรับการอพยพคนไทยเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่หน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมมาตรการสำหรับการอพยพอย่างพร้อมเพรียง เพื่อให้สามารถอพยพคนไทยได้อย่างทันท่วงที ซึ่งทราบว่า ในตอนนี้ ทางสหรัฐอเมริกา และ จีน ได้ทำการอพยพแล้ว สำหรับไทยเองในตอนนี้มีความพร้อมในการอพยพอย่างเต็มรูปแบบ ถ้าหน้างานมีความพร้อมในการอพยพ สามารถดำเนินการอพยพได้ทันที

“บิ๊กเล็ก” ประชุมทีมไทยแลนด์ทุกวัน รับมือสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ทำเนียบ วันนี้ ( 17 มิ.ย.) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์ เปิดการประชุมเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา “ศบ.ทก” เผยภายหลังการประชุมนัดแรกหลังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการว่า จะเป็นการบูรณาการและขับเคลื่อนงานระยะสั้น ติดตามและให้ข้อเสนอแนะงานระยะยาว

ซึ่งที่ประชุมจะทำหน้าที่แก้ไขปัญหาหากเกิดเหตุการณ์ในระยะสั้น ส่วนระยะยาวนั้นจะเป็นการสนับสนุนกระบวนการเจรจาแบบทวิภาคี และติดตามกระบวนการศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ทำหน้าที่สนับสนุนหากได้รับการร้องขอจากกระทรวงการต่างประเทศ โดยจะมีการประชุมทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ ในช่วงเวลา 09.30 น. ยกเว้นวันอังคารที่จะมีการประชุมในเวลา 13.30 น. และหลังการประชุมจะมีการแถลงข่าวและมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT เพื่อสื่อสารตรงไปยังประชาชน

สำหรับการสื่อสารในครั้งนี้จะทันต่อสถานการณ์หรือไม่นั้น พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กระบวนต่างๆได้มีการคิดไว้แล้วหลังจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2568 หลังจากนี้หากมีความเห็นชอบเพิ่มเติมจะส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อลงนามให้ความเห็นชอบได้ทันที แต่ถ้าหากมีเรื่องไหนที่จะต้องเข้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และที่ประชุม สมช.ก็จะเป็นงานอีกระดับหนี่ง แต่ส่วนใหญ่ที่ประชุม สมช.นั้น ได้พิจารณาให้อำนาจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้หมดแล้ว

สำหรับการประชุมชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27-28 มิ.ย.นี้ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ทางกัมพูชาได้แจ้งมาว่าขอเลื่อนการประชุมไปก่อน โดยที่ไม่ได้แจ้งเหตุผล ย้ำว่าการพูดคุยระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นการพูดคุยทุกระดับทั้งระดับรัฐบาล กองทัพ และนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงระดับกระทรวง ซึ่งการประชุม RBC ประธานที่ประชุมเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งไม่ใช่ว่าแม่ทัพภาคที่ 2 จะไปคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 ของกัมพูชาได้เลย ทั้งหมดจะต้องผ่านการพูดคุยของรัฐบาลทั้งสองฝ่ายแล้ว ดังนั้นทีมไทยแลนด์ มีหน้าที่ในการช่วยสนับสนุน การหารือ เช่น ให้นายกรัฐมนตรีทำการติดต่อกับผู้นำระดับสูงของกัมพูชา ซึ่งในการประชุม RBC มีเรื่องเดียว คือการปรับกำลังกองทัพ

ส่วนที่ทางกัมพูชาได้ขอเลื่อนการประชุมไปนั้น เป็นการแสดงถึงท่าทีไม่ต้องการเจรจาในระดับทวิภาคีหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า จริงๆ แล้วอาจจะเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจกัน มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพราะว่าการสื่อสารฝั่งไทยให้เสรีภาพกับทุกภาคส่วน จนทำให้กัมพูชาเกิดความสับสนว่าข่าวใดมาจากรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีการสื่อสารกลับไปแล้วว่าผู้บริหารควรฟังจากปากผู้บริหาร จึงจำเป็นต้องใช้ช่องทางหลักจากการแถลงข่าวของศูนย์นี้ เพื่อป้องกันความสับสนของประชาชนคนไทยที่มีผลกระทบไปถึงฝั่งกัมพูชาด้วย

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชาล่าสุดที่กองกำลังบูรพาได้ออกมาตรการห้ามคนไทยข้ามไปทำงานในบ่อนฝั่งกัมพูชานั้น ล่าสุดสถานการณ์ที่หน้าด่านเป็นอย่างไร พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะวันนี้เป็นวันแรกในการยกระดับความเข้มข้น ซึ่งจริงๆแล้วกองกำลังบูรพาได้รับการตอบรับจากฝั่งกัมพูชาในบางจุดของกองกำลังป้องกันชายแดน จ.จันทบุรี และจ.ตราด ที่มีการปิดด่านไม่ให้รถขนส่งผักและผลไม้ของไทยเข้าไปได้ แต่รถขนส่งของกัมพูชาข้ามมายังไทยได้ พื้นที่จึงออกมาตรการดังกล่าวเพื่อตอบโต้กับกัมพูชา ซึ่งเป็นอำนาจที่ของ สมช.อยู่แล้ว หลังจากนี้ทีมไทยแลนด์ จะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานถึงมาตรการการตอบโต้กลับ

ส่วนกรณีชายแดนด่านคลองลึก อ.อรัญประเทศ-ปอยเปต ที่ทางฝั่งกัมพูชา มีการตัดไฟจากสายไฟประเทศไทย ไปใช้สายไฟของเวียดนามแทน พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า เบื้องต้นประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่เรายืนยันจะไม่ใช้มาตรการ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ซึ่งจะทำให้แนวทางสันติวิธีที่กระทรวงการต่างประเทศที่ได้ขอมานั้นไม่เกิดผล เราจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งทั้งคนจาก 2 ประเทศเราจะพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนที่มีการตัดไฟของเขาเองคนกัมพูชาก็ได้รับผลกระทบ ส่วนใครจะได้รับประโยชน์จากการใช้ไฟฟ้าของเวียดนามก็เป็นเรื่องของกัมพูชา ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้มีคำสั่งตัดไฟฟ้า ทั้งในระดับนโยบายไม่มีแน่นอน รัฐบาลไม่มีคำสั่งให้มีการตัดน้ำตัดไฟ ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่กระแสข่าวที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะเดิมเป็นมาตรการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กำหนดไว้ว่าจะมีการตัดไฟในบางจุดเท่านั้น

“สรวงศ์ เผย ครม. เห็นชอบเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด F1 5 ปี

ทำเนียบ วันนี้ ( 17 มิ.ย.) นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบนโยบายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งFomula หรือ F1 แล้ว และหลังจากนี้ ซึ่งในตามข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน 5 ปี ตั้งแต่ปี 2571 กรอบวงเงิน 40,000 กว่าล้านบาท

จะใช้งบเป็นรายปีและต้องเสนอเข้ามาให้ ครม. พิจารณาในทุกปี ดังนั้นวันนี้ที่ประชุมจึงได้พิจารณากรอบการดำเนินโครงการเพื่อไปศึกษาโดยละเอียดต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ ตนเป็นประธานคณะทำงานประมูลสิทธิ์ และมีองค์ประกอบเป็นปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ และอธิบดีที่เกี่ยวข้องในกระทรวงคมนาคม และอื่นๆ พร้อมยืนยันว่า ระยะเวลาในการศึกษาโครงการที่มีจนถึงปี 2571 เพียงพอ เพราะขณะนี้ได้มีการออกแบบไว้คร่าวๆแล้ว และเบื้องต้นมีแบบออกมาบ้างแล้ว โดยได้ทำงานร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) ของ สปน. รวมถึงบริษัท F1 แล้ว

ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถยนต์ชิงแชมป์โลกรายการ FIA FORMULA ONE WORLD CHAMPIONSHIP ในประเทศไทย ประจำปี 2571-2575 รวม 5ปี ภายในกรอบวงเงิน 41,339.67 ล้านบาท

โดยรวมถึงงบประมาณที่จำเป็นเร่งด่วนในส่วนของค่าออกแบบ 218.07 ล้านบาทซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะขอรับจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป และจะมีการขอรับการสนับสนุนจากภาคเอกชนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐแต่หากไม่เพียงพอสามารถตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมอย่างไรก็ตามหากได้รับสนับสนุนจากภาคเอกชนและมีเงินคงเหลือให้นำส่งและคืนเงินตามกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เสนอผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการแข่งขันจะช่วยสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจรวมทั้งส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการเป็นศูนย์กลางในการการแข่งขันกีฬาชั้นนำของโลก และ World Class Event Hub

ตลอดจนช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและส่งเสริมการท่องเที่ยวและเสริมสร้างเสริมประสบการณ์ของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกีฬายานยนต์ โดยระยะระยะเวลาการแข่งขันจะใช้เวลาสามวันต่อปีตรงกับวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ของเดือนมีนาคมหรือเดือนกันยายนของปี 2571 – 2575

“เอกนัฏ” ชี้ ปรับ ครม.สัดส่วนรวมไทยสร้างชาติ ไม่มีอะไรเปลี่ยน

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึง ความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ส่วนกรณีที่นายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคตั้งกลุ่ม 18 ขึ้นมาแบบนี้จะอยู่ในพรรคกันได้อย่างไร นายเอกนัฏ กล่าวว่า ก็ว่าไป ตนขี้เกียจพูดเรื่องนี้ อะไรที่ควรต้องพูด ก็พูดไปหมดแล้ว

ทั้งนี้ มองว่า ต้องอยู่กันไปอย่างนี้ใช่หรือไม่ นายเอกนัฏ ยิ้มก่อนกล่าวว่า ก็ว่ากันไป
จากนั้นนายเอกนัฏได้ขอตัวขึ้นไปประชุมคณะรัฐมนตรี เนื่องจากมีวาระ เรื่องอ้อยน้ำตาลทราย และขึ้นตึกบัญชาการ 2 ในทันที.

‘บอร์ดค่าจ้าง’ เคาะ เพิ่มค่าจ้าง 400 บาททั่วกทม. และธุรกิจโรงแรม

วันนี้ (17 มิ.ย.) ในการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง ชุด 22 ได้มีการประชุมทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2568 โดยมีนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ทั้งนี้ที่ประชุมมีผู้เข้าร่วมครบองค์ประชุม เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 13.30 น. แล้วเสร็จในเวลาประมาณ 16.00 น.

นายบุญสงค์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่าที่ประชุมมีการพิจารณามีมติ 2 ใน 3 ให้ปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2568 ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป คือ กำหนด ให้ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่วนจังหวัดอื่นขึ้นค่าแรง 400 บาท

ในบางกลุ่มอาชีพ คือกิจการโรงแรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับ 2 ดาวขึ้นไป หรือโรงแรม 50 ห้องขึ้นไป หรือมีห้องอาหาร และกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 400 บาทในประเภทกิจการสถานบริการทั่วประเทศ ตามพ.ร.บ.สถานบริการ อาทิ คาราโอเกะ คอกเทลเล้าจ์ นั่งดื่มนั่งดริ้งค์ โดยรวมมีแรงงานที่จะได้รับประโยชน์จากการขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ราวๆ 7 แสนคน

“การขึ้นค่าแรง 400 บทา ครั้งนี้ ขอเป็นภาคท่องเที่ยงและบริการก่อน เพราะนายจ้างได้รับผลกระทบน้อยสุด” นายบุญสงค์ กล่าว

นายบุญสงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการลดผลกระทบจากนายจ้างคือ 1. กระทรวงแรงงานได้ให้วงเงิน 30,000 ล้านบาท สำหรับกู้ยืม เพื่อจะช่วยเยียวยาได้ในระดับหนึ่ง 2. ดระทรวงแรงงานจะเสนอผลสรุปรายงานต่อกระทรวงการคลัง และกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา แก้ปัญหาผลกระทบที่ อาจจะเกิดกับนายจ้างในการขึ้นค่าแรงรอบนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...