โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘เอ็นวิเดีย’ เป็นบริษัทแรกในวอลล์สตรีท มีมูลค่าแตะ 130 ล้านล้านบาท

เดลินิวส์

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 06.23 น. • เดลินิวส์
เอ็นวิเดียกลายเป็นบริษัทแรกในวอลล์สตรีท ที่มูลค่าตลาดแตะ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 130 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งตามการคาดการณ์ของวอลล์สตรีท ว่า “ปัญญาประดิษฐ์” (เอไอ) จะเข้ามาพลิกโฉมเศรษฐกิจ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า มูลค่าในตลาดเอ็นวิเดียพุ่งสูงถึง 164.42 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,361 บาท) หลังตลาดหุ้นเปิดทำการเมื่อวันพุธ (9 ก.ค.) และต่อมาก็ปรับตัวลดลง โดยปิดตัวลงต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพียงเล็กน้อย

เอ็นวิเดียในปัจจุบัน มีมูลค่าตลาดสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร หรืออินเดีย ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า เอไอจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดยุคใหม่ของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ

การพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดของบริษัทชิปจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ช่วยผลักดันการฟื้นตัวของตลาดหุ้นในวงกว้าง เนื่องจากเอ็นวิเดียเองมีผลงานดีกว่าดัชนีหลัก ๆ โดยที่ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ได้ประกาศมาตรการภาษีใหม่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

การที่มูลค่าของเอ็นวิเดียที่พุ่งสูงถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 130 ล้านล้านบาท) ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความกระตือรือร้นด้านเอไอที่เพิ่มขึ้น โดยในปีนี้ หุ้นของเอ็นวิเดียเพิ่มขึ้นมากกว่า 21% ขณะที่ตลาดหุ้นแนสแด็กเพิ่มขึ้น 6.7%

ในไตรมาสล่าสุด เอ็นวิเดียรายงานผลกำไรเกือบ 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 619,590 ล้านบาท) แม้จะได้รับผลกระทบ 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 146,745 ล้านบาท) จากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ

หุ้นของเอ็นวิเดียปิดตลาดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่ 162.88 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,311 บาท) เพิ่มขึ้น 1.8% และปิดที่มูลค่าตลาดเกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 130 ล้านล้านบาท).

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...