โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉลึก! ทรัมป์เบรกเพนตากอน ฉุนถูกข้ามหัว ปมแถลงกลับลำส่งอาวุธเพิ่มให้ยูเครน

Manager Online

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 17.30 น. • MGR Online

แหล่งข่าวแย้มทรัมป์ตัดสินใจส่งอาวุธให้ยูเครนเพิ่ม เนื่องจากไม่พอใจที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ข้ามหัวทำเนียบขาวประกาศระงับการส่งอาวุธบางอย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโดยพลการ

สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ประกาศระงับการจัดส่งขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศบางประเภท กระสุนปืนใหญ่นำวิถี และอาวุธอื่นๆ ให้แก่ยูเครน เนื่องจากกังวลกับสต็อกอาวุธที่ร่อยหรอลง

ทว่า เมื่อวันจันทร์ (7 ก.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับประกาศว่า อเมริกาจะส่งอาวุธให้ยูเครนเพิ่ม

แหล่งข่าววงในสองคนแย้มว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนบางคนมีความเห็นขัดแย้งกันเกี่ยวกับการระงับการส่งอาวุธให้เคียฟ ซึ่งมีเอลบริดจ์ โคลบี้ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของกระทรวงฯ เป็นผู้ประสานงาน ก่อนที่เพนตากอนจะประกาศเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แหล่งข่าวหนึ่งในสองเสริมว่า ทรัมป์ไม่รู้เรื่องดังกล่าวมาก่อน ขณะที่ทำเนียบขาวไม่ยอมตอบคำถามว่า ทรัมป์แปลกใจหรือไม่กับการสั่งระงับการให้ความช่วยเหลือของเพนตากอน

ด้านคิงส์ลีย์ วิลสัน โฆษกเพนตากอน ยืนยันว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ไม่ได้ตัดสินใจโดยไม่ปรึกษาทรัมป์ และแจงว่า รัฐมนตรีกลาโหมมีหน้าที่จัดทำข้อเสนอแนะทางการทหารต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งก็คือประธานาธิบดี และที่ผ่านมา เฮกเซธได้เสนอกรอบงานเพื่อให้ทรัมป์ประเมินการจัดส่งความช่วยเหลือทางทหารและสต็อกอาวุธที่มีอยู่

วิลสันเสริมว่า เพนตากอนจะยังคงเสนอทางเลือกที่เหมาะสมเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่เคียฟ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการยุติสงครามในยูเครนและนโยบายอเมริกาต้องมาก่อนของทรัมป์

นอกจากนั้นเมื่อคืนวันจันทร์ เพนตากอนยังแถลงว่า จะกลับมาจัดส่งอาวุธให้ยูเครนต่อไปตามคำสั่งของทรัมป์ เพื่อให้แน่ใจว่า ยูเครนสามารถป้องกันตนเองได้ ขณะที่วอชิงตันพยายามผลักดันสันติภาพระยะยาว และยุติการสู้รบที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า เพนตากอนจะส่งอาวุธชนิดใดให้เคียฟ แม้ทรัมป์ระบุว่า อเมริกาจะให้ความช่วยเหลือเคียฟสำหรับอาวุธที่ใช้ในการป้องกันประเทศเป็นหลักก็ตาม

ทั้งนี้ คำสั่งของเพนตากอนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วส่งผลต่อการจัดส่งขีปนาวุธแพตทริออต เฮลล์ไฟร์ และกระสุนปืนใหญ่วิถีโค้ง ฯลฯ ซึ่งไม่ได้สร้างความประหลาดใจต่อยูเครนและชาติพันธมิตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่นๆ ของคณะบริหารของทรัมป์

การระงับการจัดส่งอาวุธสำคัญครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ยูเครนต้องเผชิญการโจมตีทางอากาศที่ซับซ้อนและถี่ขึ้นจากรัสเซีย โดยเมื่อคืนวันจันทร์ ทรัมป์ยอมรับว่า ยูเครนที่กำลังถูกโจมตีหนักมากจำเป็นต้องมีศักยภาพในการป้องกันตนเอง

ต่อมาในวันอังคาร (8) เมื่อถูกผู้สื่อข่าวถามว่า ใครเป็นผู้อนุมัติการระงับการส่งอาวุธให้เคียฟ ทรัมป์หงุดหงิดขึ้นมาทันทีและสวนกลับไปว่า “ไม่รู้”

“ไม่แฮปปี้”กับปูติน

ทรัมป์ยังกล่าวเป็นทำนองว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย กำลังทำให้สงครามยืดเยื้อโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ ประมุขทำเนียบขาวผู้นี้เคยประกาศตั้งแต่ตอนหาเสียงว่า จะทำให้สงครามในยูเครนจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ถึงตอนนี้ยังคงหาทางออกไม่ได้ ขณะที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างเคียฟกับมอสโกหยุดชะงัก

หลายวันมานี้ ทรัมป์ส่งสัญญาณว่า ไม่พอใจปูตินมากขึ้นทุกที และในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคาร ทรัมป์บ่นว่า ปูตินดูเป็นคนน่าคบ แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่พูดมาทั้งหมดกลับมีแต่คำโกหกไร้ความหมาย

ทรัมป์ยังขู่ว่า กำลังพิจารณาร่างกฎหมายเพิ่มมาตรการแซงก์ชันรัสเซียอย่างจริงจัง อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้เขาเคยขู่แซงก์ชันอุตสาหกรรมน้ำมันของรัสเซียเพื่อบีบให้ปูตินยอมเจรจาสันติภาพ แต่ไม่ได้ลงมือทำจริงจังสักครั้ง

กระนั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกของรีพับลิกัน เผยว่า ทรัมป์ไฟเขียวให้ผลักดันร่างกฎหมายใหม่ที่ครอบคลุมการเรียกเก็บภาษี 500% สำหรับสินค้าของประเทศที่ยังคงซื้อน้ำมัน ก๊าซ ยูเรเนียม และสินค้าอื่นๆ จากรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจีนและอินเดีย สองมหาอำนาจเศรษฐกิจเอเชียที่สั่งซื้อน้ำมันจากมอสโก

(ที่มา: เอพี/รอยเตอร์)

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...