โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

น่านฝนตกหนัก 1 ชม. น้ำขึ้น 30 ซม. มท.2 รับกังวล สั่ง ปภ.-กรมชล เร่งสูบน้ำป้องกันพื้นที่ศก.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.15 น.

มท.2 รับกังวล จ.น่านเหตุฝนหนัก 1 ชม.น้ำขึ้น 30 ซม.สั่ง ปภ.-กรมชลฯ เร่งสูบน้ำป้องกันพื้นที่ ศก. กำชับหลักการรักษาชีวิตปชช.-ความปลอดภัย จนท.ผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่กระทรวงมหาดไทยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์พายุ “วิภา” ว่า หลังการติดตามสถานการณ์พายุวิภาที่เกิดขึ้น เป็นที่คาดการณ์จากที่บอกก่อนหน้านี้ว่าจะมีความรุนแรงอยู่ในระดับที่ประชาชนได้รับผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ จากการประชุมและได้รับรายงานโดยตรงจากพื้นที่ในหลายๆ จังหวัดด้วยกัน เช่น จ.น่าน ที่ตอนนี้ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรับมือขนของขึ้นที่สูง เพื่อที่จะไม่ให้ได้รับความเสียหาย รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์ที่ทางหน่วยงานราชการจัดเตรียมไว้ให้ โดยเป็นการขอความร่วมมือเพื่อให้ทุกคนได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยมณฑลทหารบกที่ 38 ได้นำกำลังลงพื้นที่จ.น่านเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้จัดเตรียมเรื่องของระบบการทำงานทุกระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนขอย้ำเตือนว่าขณะนี้น้ำที่กำลังจะเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ จ. น่านมีปริมาณที่ 1 ชั่วโมงประมาณ 30 เซนติเมตร ถือว่าเป็นปริมาณที่สูง โดยตนได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นำเครื่องสูบน้ำลงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาน้ำที่จะเข้าสู่ในพื้นที่ส่วนกลางให้มีระดับน้อยลงมากที่สุด อย่างไรก็ตาม น้ำมาแน่นอนจึงอยากให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า ในส่วน จ.พะเยาได้มีการประชุมผ่าน Zoom ในพื้นที่จริง พบว่าในบางอำเภอยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและน้ำอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง แม้จะยังไม่สูงแต่ก็ต้องเตรียมพร้อม และมีความเป็นไปได้ หากมีฝนตกต่อเนื่องก็จะมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นได้อีก ส่วนจ.เชียงใหม่และเชียงรายทางพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมรับมือไว้อยู่แล้ว และอย่างน้อยการเตรียมการที่ดีขึ้น เชื่อว่าอาจจะมีการระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยทางกรมชลประทานได้มีการเตรียมพร้อมในเรื่องของเขื่อนเพื่อให้หมาะสมกับน้ำที่กำลังจะมา มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมและการพยากรณ์น้ำในช่วงของ 3-5 วันที่จะถึงนี้ ได้ฟังรายงานจากกรมชลประทานในเรื่องของน้ำเหนือที่จะไหลสู่ลำน้ำต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่อาจมีน้ำท่วมพื้นผิวจราจร อีกทั้งได้มีการเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยให้มีความรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ในเรื่องของหลักการรักษาชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่จะต้องดำเนินการ และการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติงาน ต้องได้รับความปลอดภัยเช่นกัน สำหรับการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกปริมาณมาก และพื้นที่สำคัญที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่แล้ว ขอให้ทางจังหวัดได้เข้าไปป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบว่ามีฝนตกต่อเนื่อง การที่มีฝนตกต่อเนื่องต้องป้องกันเรื่องของดินโคลนถล่มเพราะดินอุ้มน้ำหลายวัน มีความชุ่มฉ่ำมาก อาจทำให้เกิดดินโคลนถล่มได้ และให้ทางจังหวัดที่มีความเสี่ยงอพยพประชาชนออกมาโดยเร็ว เพราะดินโคลนถล่มคาดการณ์ได้ยาก แต่ถ้าหากรู้ว่ามีจุดไหนที่เสี่ยงอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่สามารถที่จะเข้าไปในจุดนั้นได้ทันที

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า ขณะที่การทำงานครั้งนี้บูรณาการกับหลายหน่วยงานเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ หลายจังหวัด มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องถิ่น เพื่อควบคุมสั่งการ อำนวยการให้การระดมกำลังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และดูแลในเรื่องของการดำรงชีพ ตั้งโรงครัว แจกถุงยังชีพ และดูแลสภาพจิตใจประชาชนให้ดีที่สุด สั่งการให้บุคลากรลงไปดูแลประชาชนไม่ให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและการป้องกันการลักขโมย ที่จะเป็นการซ้ำเติมผู้ประสบภัยต้องไม่เกิดขึ้น ถ้าหากจะมีการปิดเส้นทางในเรื่องของถนนจะมีการแจ้งประชาชนก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ถ้าหากพบว่าบางพื้นที่มีความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสูงสามารถที่จะตัดไฟได้เลย เพื่อที่จะป้องกันปัญหาไฟรั่วหรือไฟดูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่การศึกษา ในส่วนของพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชนในการทำความสะอาดบ้านเรือนเพื่อบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวอีกว่า สำหรับการรายงานสถานการณ์ ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดรายงานสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลถล่ม ผลกระทบและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติในทุกวันเวลา 09.00 น. ซึ่งจะมีการประชุมสรุปสถานการณ์ในแต่ละวัน เพื่อประเมินเพิ่มกำลังในแต่ละพื้นที่ให้ทันต่อสถานการณ์มากที่สุด ส่วนทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ส่งเซลล์บรอดแคสต์ส่งข้อความผ่านศูนย์กระจายข่าวในระดับพื้นที่และจังหวัดให้ประชาชนได้ทราบ และขอความร่วมมือสื่อมวลชนกระจายข่าวสาร ยอมรับว่าพื้นที่ที่กังวล คือจ.น่านที่มีน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากน้ำที่เสริมเข้ามา จึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังสูงสุด สำหรับเซลล์บรอดคาสต์ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และส่งแจ้งเตือนประชาชนไปแล้วตั้งแต่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันจำนวน 56 ครั้ง แบ่งเป็นแผ่นดินไหว 2 ครั้ง อุทกภัย 45 ครั้ง ดินโคลนถล่ม 9 ครั้ง ในช่วงของวันที่ 20 ก.ค.สถานการณ์พายุวิภา ส่งแจ้งเตือนไปแล้ว 24 ครั้ง อุทกภัย 15 ครั้ง ดินโคถล่ม 9 ครั้ง ส่วนวันที่ 22 ก.ค.ส่งแจ้งเตือนเพิ่มเติม 12 ครั้งในเรื่องของอุทกภัย

นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า ศูนย์เตือนภัยของกระทรวงมหาดไทยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่งสัญญาณเตือนภัยรวมถึงส่งข้อความเตือน ในช่วงเวลาเกิดเหตุจริงทุกช่วงเวลา และมีการแจ้งเตือนเตรียมพร้อมเส้นทางน้ำที่จะมาถึงแต่ละพื้นที่ ส่วนดินโคลนถล่มจุดเสี่ยงต่างๆ ได้ประกาศออกไปตามพื้นที่ต่างๆก่อนหน้านี้ ได้มีการขนย้ายและอพยพประชาชนออกมาจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยทหารที่สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนพาไปอยู่ศูนย์อพยพ

เมื่อถามว่าในเรื่องของการเดินทางจ.น่านเข้ามาตัวเมือง บางจุดเส้นทางเริ่มสัญจรลำบากทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการประสานกับกระทรวงคมนาคมในเรื่องของการเดินทางโดยเฉพาะสายการบินบ้างหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านรายงานว่ายังมีถนนบางส่วนที่กระทบ แต่ในเรื่องของการบินหรือการเดินทางยังสามารถที่จะดำเนินการได้ตามปกติ คาดการณ์ว่าถ้ามีถนนหลายเส้นที่เกิดผลกระทบกับเรื่องของผู้เดินทาง อาจจะต้องแจ้งให้ทราบเพื่อที่จะได้มีการเตรียมการเผื่อเวลาในการเดินทาง และอยากให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีการเตรียมความพร้อมติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ และได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เตรียมในเรื่องของยานพาหนะช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด

เมื่อถามว่าสถานการ์ณวันที่ 23 -25 กรกฎาคม ตามกรมอุตุนิยมวิทยามีความกังวลในช่วงวันใดเป็นพิเศษหรือไม่ นางสาวธีรรัตน์ กล่าวว่า วันนี้น่าจะหนักที่สุด มีความกังวลมากที่สุด ประกอบกับปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตลอดในพื้นที่โดยเฉพาะจ.น่าน แม้ว่าตอนนี้ระดับของพายุวิภาจะลดความรุนแรงลง แต่ในพื้นที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อม และก็ต้องมีการเฝ้าระวังสูงสุด หากทิศทางหรือความรุนแรงของพายุเกิดการเปลี่ยนแปลง ในพื้นที่จ.เชียงรายที่ประชาชนมีความกังวลในเรื่องของสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกและพื้นที่ในอ.แม่สาย ขอยืนยันว่าตอนนี้อ.แม่สายได้รับผลกระทบน้อยมากเช่นเดียวกับเรื่องของสารปนเปื้อนของแม่น้ำกที่ปริมาณฝนตกลงมาทำให้สารปนเปื้อนค่อนข้างเจือจาง ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ตนเตรียมเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พายุวิภาในพื้นที่จ.เชียงรายและน่าน เพื่อรับฟังรายงานเพิ่มเติมจากในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่เดือดร้อนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น่านฝนตกหนัก 1 ชม. น้ำขึ้น 30 ซม. มท.2 รับกังวล สั่ง ปภ.-กรมชล เร่งสูบน้ำป้องกันพื้นที่ศก.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...