โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปการระบาด COVID-19 สายพันธุ์ XEC อาการเป็นแบบไหน น่ากังวลใจรึเปล่า? เมื่อกลายเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว

The MATTER

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 08.13 น. • Recap

เมื่อ ‘COVID-19’ ดูเหมือนจะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง คนส่วนหนึ่งก็เริ่มตกใจและตั้งข้อสงสัย ว่าการระบาดครั้งนี้จะรุนแรงมากแค่ไหน ควรจะกลัวมันหรือเปล่า และควรจะรับมือมันอย่างไรดี

The MATTER จึงได้สรุปสิ่งที่ควรรู้มาให้

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 - ปัจจุบัน มีรายงานว่า มีผู้ป่วยสะสมโควิด-19 53,676 ราย เสียชีวิต 16 ราย โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 16,723 ราย โดยเริ่มมีการติดเชื้อสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ 15 และติดเชื้อสูงสุดในช่วงสัปดาห์ที่ 18 (27 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2568) จำนวน 14,349 ราย เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่ 19 (4-10 พฤษภาคม 2568) ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ 12,543 ราย หรือมีแนวโน้มที่เริ่มลดลง ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกหนัก และนักเรียนใกล้เปิดเทอม จึงอาจยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้โรคแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเชื้อ COVID-19 ที่พบในขณะนี้เป็นสายพันธุ์ XEC เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหลานของ ‘โอมิครอน’ แต่ความรุนแรงของโรคลดลง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัว อ่อนแรง ไอหรือเจ็บคอ และมีไข้สูง ผู้ที่เคยเป็น COVID-19 มาแล้ว สามารถเป็นซ้ำได้อีก และส่วนใหญ่อาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อเพราะมีอาการน้อย แต่เชื้อยังแพร่กระจายได้ ทำให้มีการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว หากเทียบกับการระบาดครั้งที่ผ่านๆ มา ครั้งนี้ถือว่ามีอัตราการเสียชีวิตที่ลดลงมาก สะท้อนความรุนแรงของโรคที่ลดลง เมื่ออ้างอิงจากปี 2567 ฤดูการระบาด จะอยู่ไปถึงช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม แล้วจึงจะเริ่มลดลง สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “โรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น สามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี จึงขอให้พี่น้องประชาชน ไม่ต้องตื่นตระหนก” พร้อมเน้นย้ำให้ระมัดระวังและปฎิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด” คำแนะนำในการปฏิบัติตัว เช่นเดียวกันกับที่มีการแพร่ระบาดครั้งที่เราคุ้นเคย คือการเว้นระยะห่าง ล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัย ศ.นพ.ยง ระบุว่า หากติดเชื้อ ถ้าร่างกายแข็งแรงดีก็รักษาตามอาการได้ และโรคจะหายไปได้เอง แต่หากเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุมาก มีโรคประจำตัวร้ายแรง ก็ควรพบแพทย์เพื่อรับยาต้านไวรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...