“ดาวโจนส์” ปิดบวก 556 จุด แรงซื้อหุ้นสุขภาพ–บริโภคหนุน บอนด์ยีลด์ย่อตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.69) ปรับขึ้นทั้ง 3 ดัชนี โดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มสุขภาพและสินค้าอุปโภคบริโภคช่วยพยุงตลาด ท่ามกลางการหมุนเงินลงทุนออกจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทบางแห่งสูงกว่าคาด และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับลดลง
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,177.69 จุด เพิ่มขึ้น 556.21 จุด หรือ 1.08% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,744.06 จุด เพิ่มขึ้น 25.12 จุด หรือ 0.33% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,713.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.16 จุด หรือ 0.08%
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากแรงซื้อหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี โดย Eli Lilly เพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ส่วน UnitedHealth เพิ่มขึ้น 2.8% และ Walmart เพิ่มขึ้น 1.4% หลังได้รับการปรับเพิ่มคำแนะนำจาก Deutsche Bank หุ้นทั้งสามบริษัทมีส่วนสำคัญช่วยหนุน S&P 500 ขณะที่นักลงทุนยังกังวลต่อภาระหนี้และต้นทุนกู้ยืมของธุรกิจ AI
ผลประกอบการยังช่วยสนับสนุนหุ้นรายตัว โดย Marsh & McLennan เพิ่มขึ้น 4.6% หลังรายงานกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ส่วน Kimberly-Clark เพิ่มขึ้น 4.7% หลังคาดการณ์ว่ารายได้และกำไรไตรมาสล่าสุดจะสูงกว่าประมาณการของตลาด ขณะที่ Bank of New York Mellon เพิ่มขึ้น 3.2% หลังรายงานกำไรสูงกว่าคาด
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 5.09% จาก 5.19% ในช่วงท้ายการซื้อขายวันก่อนหน้า หลังนักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรท่ามกลางความกังวลต่อหุ้น AI แม้ข้อมูลเศรษฐกิจยังสะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 1.3% จากเดือนก่อน เป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 ปีครึ่ง และเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.8% จากเดือนก่อน โดยส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
หุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์บางส่วนยังเผชิญแรงขาย โดย Nvidia ลดลง 1.8% ส่วน Dell Technologies ลดลง 6.9% และ Hewlett Packard Enterprise ลดลง 7.1% ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ลดลง 0.9% เป็นการปรับลงติดต่อกันวันที่ 7
อย่างไรก็ตาม หุ้นบางแห่งลดช่วงลบลงระหว่างวัน โดย Taiwan Semiconductor Manufacturing (TSMC) ที่ซื้อขายในสหรัฐฯ ปิดลบ 1.8% หลังร่วงถึง 5.3% ในช่วงเช้า แม้บริษัทรายงานกำไรสูงกว่าคาด ส่วน CoreWeave พลิกจากลดลงถึง 9.5% มาปิดบวก 5.9% การฟื้นตัวของหุ้นเหล่านี้ช่วยให้ดัชนีโดยรวมฟื้นจากช่วงต้นวัน
ด้านราคาน้ำมันปิดต่างทิศทาง โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดที่ 105.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 0.14 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.13% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 97.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.03%
ราคาน้ำมัน WTI ได้แรงหนุนหลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานสต็อกน้ำมันดิบลดลง 8.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 9 ตุลาคม มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ขณะที่ตลาดประเมินความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายข้อจำกัดต่อเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร ควบคู่กับความเสี่ยงด้านการขนส่งในตะวันออกกลาง