โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KTC รายได้ค่าฟีเพิ่ม! ดันกำไรไตรมาส 2 แตะ 1.83 พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 12.39 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 และงวดครึ่งแรกของปี 67 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยไตรมาส 2/67 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,826 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีจำนวน 1,806 ล้านบาท ขณะที่ในครึ่งปี 2567 มีจำนวน 3,629 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากงวดเดียวกันของปี 2566 ที่มีจำนวน 3,678 ล้านบาท

เนื่องจากไตรมาส 2/67 ของกลุ่มบริษัทมีการเติบโตในรายได้รวมที่ 8.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หลักๆ จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียม และหนี้สูญได้รับคืน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 12.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งจากค่าธรรมเนียมและบริการจ่ายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกรรมที่ขยายตัว ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) สูงขึ้นจากการตัดหนี้สูญและการตั้งสำรองตามหลักความระมัดระวัง อีกทั้งต้นทุนทางการเงินปรับขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน

สำหรับการปรับเพิ่มอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 นั้น ในครึ่งแรกของ ปี 2567 พบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่ของบริษัทสามารถจ่ายชำระขั้นต่ำที่ 8% ได้ มีลูกหนี้เพียงส่วนน้อยที่ประสบปัญหา อย่างไรก็ตามบริษัทได้เสนอแนวทางต่าง ๆในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่เหมาะสมและเป็นธรรม

โดย ณ สิ้นไตรมาส2/67 กลุ่มบริษัทมีมูลค่าพอร์ตรวม 105,803 ล้านบาท เติบโต 0.2% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน พอร์ตบัตรเครดิตทรงตัวอยู่ในระดับเดิม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงอ่อนแอ ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรแม้จะยังคงมีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นแต่เป็นการใช้จ่ายสำหรับสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวันจึงไม่ได้เติบโตในอัตราเร่ง ขณะที่พอร์ตสินเชื่อบุคคลขยายตัวเพียงเล็กน้อย จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนที่สูง ประกอบกับเกณฑ์การอนุมัติที่รัดกุม ทำให้ภาพรวมของพอร์ตกลุ่มบริษัทเติบโตไม่มาก

สำหรับคุณภาพพอร์ตของกลุ่มบริษัทอยู่ในระดับทรงตัวโดยมี NPL รวมอยู่ที่ 1.97% ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนซึ่งอยู่ที่ 2.00% ทั้งนี้ระดับของ NPL ของกลุ่มบริษัทยังคงต่ำกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม ในด้านความเพียงพอของในสำรอง กลุ่มบริษัทมี NPL Coverage Ratio อยู่ที่ 363.3% ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...