โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส” 3 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบในคนไทยมากขึ้น

Dek-D.com

เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 04.36 น. • DEK-D.com
มาดูอาการของโรค พร้อมวิธีรักษาโรคกัน

หนองในแท้ หนองในเทียม ซิฟิลิส

ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีข่าวดังข่าวหนึ่งในโซเชียลคือ มีน้องผู้ชายอายุ 11 ปี ไปพบแพทย์ด้วยอาการมีหนองที่อวัยวะเพศ แพทย์ขอตรวจ HIV แต่น้องตอบด้วยความมั่นใจว่าไม่ต้องตรวจ ทราบอยู่แล้วว่าแฟนเป็น และตนติดเป็นเพื่อนแฟน

จากข่าวนี้พี่หมอต้องบอกว่าความรักเป็นสิ่งที่ดีนะครับ แต่มองลึกลงไปแล้วเราพบว่า เรามีความรู้เรื่องโรคและการติดเชื้อไม่มากพอ โดยเฉพาะปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้นแม้จะมีการประชาสัมพันธ์อยู่เรื่อยๆ แต่กลายเป็นว่ายังไม่เห็นถึงความสัมพันธ์ในการป้องกันโรค หรือดูแลรักษาตนเอง

และจากที่เล่า(บ่น)มา พี่หมอก็เคยเขียนถึง HIVไปหลายตอนแล้วครับ ย้อนไปอ่านกันได้ แต่วันนี้จะพูดถึงอีก 3 โรคคือโรคหนองในแท้ โรคหนองในเทียม และโรคซิฟิลิสที่เกือบจะเป็นภัยเงียบเพราะบางครั้งไม่แสดงอาการ หรือมีอาการเล็กน้อยจนอาจไม่กังวลใจ ทั้งที่จริงควรกังวลหน่อย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่ติดเชื้อหนองในหรือซิฟิลิส ยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อ HIV มากขึ้นจากการมีแผลและการอักเสบบริเวณอวัยวะเพศด้วยครับ

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ติดต่อได้หลายทาง

การติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ทางเพศสัมพันธ์อย่างที่เข้าใจกันเท่านั้นนะครับ แต่ยังสามารถติดต่อทางอื่นได้ด้วย เช่น

  • การสอดใส่อวัยวะเพศ ไม่ว่าด้านหน้าหรือด้านหลัง ทั้งเพศชาย-หญิง และรักร่วมเพศ
  • การใช้ปากในการมีเพศสัมพันธ์
  • การใช้อุปกรณ์ร่วมกัน เช่น sex toys

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากขึ้น

การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ที่เรารู้จักกันและเป็นมากในประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกตอนนี้ เช่น โรคหนองใน (Gonococcal infection) โรคหนองในเทียม (Chlamydia infection) โรคซิฟิลิส (Syphilis) เป็นต้น โดยสถิติจากกรมควบคุมโรค ในประเทศไทยปี 2564 คิดเป็น 41.97 คน ต่อประชากรแสนคน

โรคหนองในเทียม (Chlamydial infection)

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่มากที่สุด เกิดจากเชื้อ Chlamydia Trachomatis

  • มักจะไม่มีอาการ ทำให้เกิดการติดต่อคนสู่คนได้มาก และได้รับการรักษาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
  • หากแสดงอาการ มักจะมาในภาวะแทรกซ้อนแล้ว เช่น ติดเชื้ออุ้งเชิงกราน (Pelvic inflammatory disease) ในผู้ป่วย ที่มีอาการปวดท้องน้อย หรือตกขาวผิดปกติ หรือเกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV มากขี้น

สถิติผู้ป่วยมักจะน้อยกว่าความเป็นจริง ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา นี่เป็นเพียงข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการรายงาน

โรคหนองในแท้ (Gonococcal infection)

เป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Gonorrhea ที่ลักษณะอาการมักคล้ายคลึงกับการติดเชื้อหนองในเทียม

  • ปัสสาวะแสบขัด หรือมีหนองออกมาจากอวัยวะเพศ (Pus per meatus, Urethritis)
  • มักติดเชื้อร่วมกับหนองในเทียม
  • เริ่มมีการดื้อยามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการไม่ได้รักษา
  • การรักษาเป็นการให้ยาฆ่าเชื้อแบบฉีด 1 ครั้ง แต่ต้องมีการติดตามอาการใกล้ชิด เช่นกัน
  • อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้เกิดโรคในระยะแพร่กระจายได้ คือ Disseminated Gonorrhea หรือคออักเสบ หรือเยื่อบุตาอักเสบ เป็นหนองได้ (Pharyngitis, Conjunctivitis)

โรคซิฟิลิส (Syphilis)

โรคซิฟิลิสเป็นโรคที่มีอัตราป่วยสูงขึ้น คิดเป็น 14.83 ต่อประชากรแสนคนในปี 2564 และโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี มีอัตราป่วยโรคซิฟิลิสในปี 2564 สูงขึ้นมากกว่า 2 เท่าจากปี 2560 ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จำนวนมากที่สุด โดยส่วนมากจะอยู่ในกรุงเทพมหานคร (ข้อมูลล่าสุดจากกรมควบคุมโรค)

  • เกิดจากการติดเชื้อ Bacteria Treponema Pallidum

  • มีหลายระยะ ทั้งที่ไม่มีอาการแสดง (Latent phase) อาการแสดง เช่น

  • แผลบริเวณอวัยวะเพศ (แผลริมแข็ง : Chancre)

    • ผื่นขึ้นตามตัว (Generalized rash)
    • การติดเชื้อในระบบประสาท (Neurological Syphilis) เช่น ปวดศีรษะรุนแรง ชักเกร็งได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีข้อมูลความรู้และการรักษามากขึ้น สถิติกลับพบผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ 10 ปีล่าสุด

การรักษาโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

หลังจากพบแพทย์ประเมินอาการแล้ว อาจให้กินยาฆ่าเชื้อ และมักจำเป็นต้องตรวจหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น HIV และควรได้รับการตรวจซ้ำภาย 3 เดือน ส่วนการรักษาอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ครับ ที่สำคัญคือควรป้องกันไม่ให้ไปแพร่เชื้อใส่ผู้อื่นต่อ และจำเป็นต้องซักประวัติการมีเพศสัมพันธ์และให้คู่นอนมารับการตรวจด้วย

น้องๆ ชาว Dek-D จำให้ขึ้นใจ!

สรุปแล้วการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ มีได้หลายโรค และมักมีอาการแสดงบริเวณที่มีการติดเชื้อ โดยพี่หมอเองอยากฝากน้องๆ ที่อาจมีความเสี่ยง หรือเข้าสู่ช่วงวัยที่กำลังอยากรู้ อยากลอง ไว้ดังนี้

  • การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มีมากมายหลายโรค สิ่งที่นำมาเล่าให้ฟังเป็นเพียงไม่กี่ส่วนที่พบ และออกข่าวในปัจจุบัน ยังมีการติดเชื้อไวรัสตับ หรือ HIV ที่อาจจะมาพร้อมกันได้เสมอ
  • การป้องกันด้วยวิธีการใส่ถุงยางอนามัย เรียบง่าย และราคาถูกกว่าการการรักษาตัวโรคและภาวะแทรกซ้อนแน่นอน
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มักมีช่วงที่ไม่แสดงอาการ นั่นหมายความว่า หากคู่นอนไม่มีรอยโรค หรือแผล หรือหนองให้เห็น ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีเชื้อนั้นๆ
  • หากพบว่าตนเองติดเชื้อ หรือคู่นอนติดเชื้อ จำเป็นที่จะต้องไปตรวจ หรือได้รับการรักษาร่วมด้วย เพราะอาจจะเป็นพาหะ และไม่แสดงอาการได้เช่นกัน

ถ้าถามว่าโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในปัจจุบันน่ากลัวไหม ก็อาจจะไม่เท่าแต่ก่อนครับ แต่ก็ทำให้คนตระหนักหรือป้องกันตนเองน้อยลง แม้จะมีวิธีการรักษาที่ดีแล้วก็ตาม ยังไงพี่ก็ฝากน้องๆ ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในอนาคตว่า กันไว้ดีกว่าแก้นะครับ แล้วเราจะใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ห่างไกลโรคครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...