โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ดิ่งกว่าพันจุด! กังวลสงครามภาษี “สหรัฐ-จีน” ฉุดหุ้นร่วงทั้งกระดาน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 01.56 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (10 เม.ย.68) ร่วงหนัก หลังนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่พุ่งเป้าเล่นงานจีนโดยตรง แม้จะมีการประกาศเลื่อนเก็บภาษีกับคู่ค้าส่วนอื่นชั่วคราว 90 วันก็ตาม

  • ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 39,593.66 จุด ลดลง 1,014.79 จุด หรือ -2.50%
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 5,268.05 จุด ลดลง 188.85 จุด หรือ -3.46%
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 16,387.31 จุด ลดลง 737.66 จุด หรือ -4.31%

สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นวอลสตรีทร่วงหนักมาจากความวิตกกังวลต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง หลังทำเนียบขาวยืนยันการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในอัตราสูงถึง 145% โดยแยกเป็นภาษีพื้นฐาน 125% และเพิ่มอีก 20% เป็นมาตรการลงโทษจากกรณีจีนไม่ควบคุมการลักลอบส่งออกสารเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐฯ

แม้วันก่อนหน้านี้ตลาดจะรีบาวด์จากข่าวดีที่สหรัฐฯ ระงับการเก็บภาษีกับประเทศคู่ค้ารายอื่นชั่วคราว เป็นเวลา 90 วันและตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ รายปีอยู่ที่ 2.4% ชะลอลงต่ำกว่าคาด แต่แรงกดดันจากความตึงเครียดกับจีนยังฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนอย่างหนัก

ทั้งนี้กลุ่มหุ้นหลักในดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลงเกือบทั้งหมด โดย หุ้นกลุ่มพลังงาน ร่วงแรงสุดที่ -6.4%, กลุ่มเทคโนโลยี ตามมาที่ -4.5% ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สวนทางบวกเล็กน้อย +0.19%

ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศเลื่อนการตอบโต้ภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ ออกไป หลังทรัมป์ประกาศชะลอมาตรการขึ้นภาษี 90 วัน โดยประเทศสมาชิกกำลังเร่งเจรจาการค้าเชิงลึกกับวอชิงตัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศการค้าโลกในระยะสั้น

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พบว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมีนาคม ชะลอลงมาอยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าคาดที่ 3.0% และลดลงจากระดับ 3.1% ในเดือนก.พ. ซึ่งสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลายลงและเข้าใกล้เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาท่าทีของเฟดว่า จะเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ ท่ามกลางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านการค้าโลกที่กลับมากดดันตลาดอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...