โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

'พิชัย' ชี้เทรดวอร์ทำเศรษฐกิจโลก-ไทยสะดุดชั่วคราว หนุนใช้จังหวะนี้ปรับสมดุลการค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 พ.ค. 2568 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 08.59 น.
พิชัย ชุณหวชิร

“พิชัย” รมว.คลัง เผยสงคราการค้า-นโยบายภาษี ทำเศรษฐกิจโลกและไทยตกหลุมอากาศชั่วคราว 6 เดือน ยังมองเศรษฐกิจไทยโตเหนือ 3% ได้ หลังเดินหน้าเจรจาการค้า เล็งนำเข้าสินค้า “ข้าวโพด-น้ำมัน-ก๊าซธรรมชาติ” ฉวยจังหวะปรับสมดุลการค้า หนุนการผลิตเพื่อส่งออก พร้อมหนุนการลงทุนจากต่างประเทศ ชูอุตสาหกรรมแห่งอนาคต-ปรับโครงสร้างพื้นฐาน หวังหนุนเม็ดเงินลงทุนฟื้นตัว 2-3 ปีข้างหน้า

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “Global Transition : เศรษฐกิจไทยภายใต้จุดเปลี่ยน” ในงานวันสถาปนากระทรวงการคลัง 150 ปี ว่าในโลกมีการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องในช่วงที่ผ่านมา และครั้งนี้ “สงครามการค้า” และ “นโยบายภาษี” หรือ Reciprocal Tariffs เป็นสิ่งที่ไทยต้องเจอการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบทั่วโลก โดยมองว่าเป็นสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนตกหลุมอากาศชั่วคราว ทำให้ไทยต้องมีการประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน และมองไปข้างหน้า

อย่างไรก็ดี ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะเห็นว่าประเทศไทยเริ่มดีขึ้นแล้ว หากย้อนไปในปี 2565-2566 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 1.9% และตัวเลขในปี 2567 ขยายตัวเฉลี่ย 2.5% ซึ่งในปี 2568 ก่อนจะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงคาดว่าจีดีพีจะสามารถเติบโตได้เหนือ 3% หากไทยสามารถจัดทัพทางด้านการลงทุนและการค้าได้ เชื่อว่าทุกอย่างจะค่อยกลับมา เพราะทั่วโลกเจอสถานการณ์และเกิดการสะดุดทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะแค่ไทย

ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาจะเป็นไปตามจุดแข็งของไทย โดยการเจรจาการค้าจะทำได้ 2 วิธี คือ การซื้อมากขึ้น และขายมากขึ้น ทำให้ความได้เปรียบทางการค้าสมดุลมากขึ้น ซึ่งการซื้อมากขึ้นจะเป็นสินค้าที่ไทยมีความต้องการ เช่น สินค้าเกษตรกรรม ภายใต้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่เปลี่ยนไปของไทยจากเกษตรเป็นเกษตรแปรูป

จึงมีหลายสินค้าที่สามารถนำเข้าได้ เช่น ข้าวโพด สัตว์น้ำบางชนิดนำมาแปรรูป เพื่อส่งออก เป็นต้น โดยเป็นสินค้าที่แข่งขันได้ มีคุณภาพและราคาที่ดี เนื่องจากตอนนี้ไทยมีการกำลังผลิตอยู่ที่ 60-70% แต่หากสามารถนำเข้าและผลิตเพื่อส่งออกมากขึ้น จึงเป็นจังหวะที่ดีในการนำเข้าเพื่อปรับสมดุล

“แม้ตัวเลขภาษี 36% อาจจะไม่ต้องห่วง ไม่ว่าภาษจะอยู่ที่เท่าไร แต่จะต้องอยู่ในความเสมอภาค โดยข้อเสนอของเราจะทำให้อยู่ในจุดที่เราต้องการได้ เพราะนอกเหนือจากการซื้อสินค้าเกษตร ยังมีน้ำมัน เพราะน้ำมันที่เราใช้ทุกวันนี้ ประมาณ 90% เป็นการนำเข้า และมีการกลั่นเพื่อขาย ซึ่งเราสามารถจัดให้สมดุลได้ หรือการนำเข้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ โดยคู่ค้าที่เราเจรจาอยู่มีทั้งน้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ โดยเป็นการนำเข้าในราคาถูก”

ด้านการลงทุนจะเห็นว่ายังมีค่อนข้างสูงปีก่อนอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2540 ที่อยู่ราว 4 แสนล้านบาท ซึ่งสูงเป็นของ 2 เท่า สะท้อนว่าประเทศไทยยังเป็นที่ต้องการ ซึ่งไทยอยากเห็นการเข้ามาลงทุนมากขึ้น แต่จะเลือกมากขึ้น โดยจะต้องเป็นอุตสาหกรรมอนาคต หรือเทคโนโลยีอนาคต (Advance Technology) และเป็นซัพพลายที่คนไทยต้องเข้าร่วม โดยที่ผ่านมารัฐบาลพยายามสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือไฮบริด เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เมื่อเห็นว่าเศรษฐกิจลดลงแน่นอน จะเห็นว่าหลายสำนักได้ปรับประมาณการจีดีพีลดลงเหลือต่ำกว่า 2% แต่การแก้ไขจะทำอย่างไร หรือเตรียมมาตรการอะไร ซึ่งปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 64% โดยประมาณ 98% เป็นการกู้ภายในประเทศ และอีกราว 1% เป็นการกู้ยืมในต่างประเทศ สะท้อนไทยมีพลังการกู้ในต่างประเทศน้อย เมื่อเทียบกับต่างประเทศที่มีหนี้สาธารณะสูง 200% และเป็นการกู้ยืมจากต่างประเทศ ดังนั้น รัฐบาลจะต้องบริหารให้ดี จึงมีการนั่งทบทวนใน 2 ส่วนด้วยกัน

คือ 1.มีการลงทุน หากลงทุนน้อย ส่งออกน้อย จะให้เม็ดเงินฟื้นตัว 2-3 ปีข้างหน้า โดยจะต้องดูเรื่องของการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เช่น ภาคการท่องเที่ยว หรือเรื่องน้ำ ที่มีน้ำขาด น้ำแล้ง น้ำท่วม ในแหล่งเกษตรและแหล่งการบริโภคและอุตสาหกรรม ซึ่งมีโครงการขนาดเล็กและขนาดใหญ่

โดยจะเป็นสิ่งที่จะทำในระยะ 5 ปีข้างหน้า ส่วนการลงทุนภาคเอกชน มีหลายโครงการเข้ามาลงทุนในไทย และลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนโดยตรง (FDI) หากลงทุนจะต้องสามารถส่งออกได้ จึงต้องปรับปรุงโครงสร้างโลจิสติกส์ สนามบิน ให้สามารถรองรับดีขึ้น หรือการให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น

“เราอยู่ในเส้นทางของเศรษฐกิจที่เติบโต แต่อาจจะสะดุดระยะสั้นชั่วคราว แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะสามารถปรับความเข้าใจได้และหันหน้าเข้าหากันในการเจรจา โดยเศรษฐกิจโลกมีการเปลี่ยนแปลง เราแก้ไขได้ เราแก้ด้วยอะไร ลงทุนอะไร และจัดสรรอย่างไร เรามีความหวังอยู่ โดยกระทรวงการคลังเป็นเสาหลักในการให้การเติบโตมีคุณภาพ ไม่หวือหวา สร้างความเข้มแข็งการเงินการคลังอย่างดีที่สุด”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘พิชัย’ ชี้เทรดวอร์ทำเศรษฐกิจโลก-ไทยสะดุดชั่วคราว หนุนใช้จังหวะนี้ปรับสมดุลการค้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...