โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เส้นทางชีวิต สายัณห์ นิรันดร จากขวัญใจมหาชน สู่ชีวิตสู้ชีวิตที่บ้านเกิด

แนวหน้า

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

บนเส้นทางวงการเพลงลูกทุ่งไทย ชื่อของ สายัณห์ นิรันดร คือ หนึ่งในศิลปินระดับตำนานที่ครองใจแฟนเพลงทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน ด้วยน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทำให้เขาได้รับความนิยมอย่างสูงในฐานะนักร้องขวัญใจมหาชน โดยเฉพาะบทเพลง รองเท้าหน้าห้อง ที่สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงปี พ.ศ. 2535 จนกลายเป็นผลงานอมตะ แต่ทว่าชีวิตของศิลปินย่อมมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับบททดสอบจากจุดสูงสุดของความสำเร็จสู่ช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับโรครุมเร้า ทำให้เขาต้องตัดสินใจก้าวออกจากแสงสีบนเวทีเพื่อกลับไปเผชิญกับความเป็นจริงในชีวิตที่ต้องดิ้นรนและปรับตัวในหลากอาชีพ แม้เส้นทางจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่ความมุ่งมั่นที่จะเลี้ยงชีพด้วยลำแข้งก็ไม่เคยจางหายไป

ซึ่งในวันนี้ ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ เราจะย้อนรอยเส้นทางชีวิตของอดีตนักร้องชื่อดังผู้นี้ ตั้งแต่วันที่โด่งดังสุดขีดจนถึงวันที่ต้องพลิกผันไปสู้ชีวิตที่บ้านเกิด เรื่องราวของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ประวัติของนักร้องคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนของการสู้ชีวิตที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง

สายัณห์ นิรันดร

สายัณห์ นิรันดร หรือชื่อจริงคือ นายสมศักดิ์ ภู่มาก เป็นอดีตนักร้องลูกทุ่งขวัญใจมหาชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยแนวเสียงที่คล้ายคลึงกับ สายัณห์ สัญญา นักร้องระดับตำนานผู้ล่วงลับ เขามีพื้นเพเดิมเป็นชาวอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางสายดนตรีจนเป็นที่รู้จักจากเพลง สุโขทัยระทม ซึ่งเป็นการนำบทเพลงเก่าของ เพชร โพธาราม มาขับร้องใหม่ ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลง

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535 จากบทเพลงสุดฮิตตลอดกาลอย่าง รองเท้าหน้าห้อง ซึ่งประพันธ์โดย ครูสลา คุณวุฒิ ทำให้เขากลายเป็นศิลปินเบอร์ต้น ๆ ของค่าย ท็อปไลน์ มิวสิค และมีผลงานเพลงอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย อาทิ รักแท้แค่พี่ชาย และ อกหักจากคาเฟ่

สายัณห์ นิรันดร

อย่างไรก็ตาม เมื่อกาลเวลาผ่านไป ชีวิตของสายัณห์ นิรันดร ก็ต้องเผชิญกับช่วงขาลงเมื่อเขามีปัญหาสุขภาพและโรครุมเร้าหลายอย่าง ทำให้ไม่สามารถรับงานร้องเพลงได้อย่างต่อเนื่องเหมือนแต่ก่อน จนต้องหายหน้าไปจากวงการเพลง ในปี พ.ศ. 2559 มีกระแสข่าวว่านักร้องชื่อดังรายนี้กำลังเผชิญชีวิตที่ยากลำบาก ต้องผันตัวไปขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและเปิดเพิงขายก๋วยเตี๋ยวเลี้ยงชีพในกรุงเทพมหานครร่วมกับครอบครัว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

และหลังจากความพยายามในการตั้งหลักในเมืองหลวงไม่เป็นผล สายัณห์ตัดสินใจเดินทางกลับบ้านเกิดที่อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ โดยได้ตัดสินใจหันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเป็นพระภิกษุที่วัดในอำเภอจัตุรัสเพื่อพักใจและรักษาอาการป่วย หลังจากสึกออกมา เขาก็เริ่มดูแลครอบครัวด้วยการทำไร่มันสำปะหลังและทำนาเฉกเช่นวิถีชาวบ้านทั่วไป แม้สภาพร่างกายในช่วงนั้นจะดูหม่นหมองไปบ้างเมื่อเทียบกับสมัยที่เป็นนักร้องชื่อดัง

ชีวิตที่ดูเหมือนจะมืดมนกลับได้รับโอกาสครั้งสำคัญเมื่อเขาได้พบกับผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ซึ่งเล็งเห็นถึงความตั้งใจจริงในการสู้ชีวิตของเขา จึงได้เมตตายกที่ดินให้ใช้ประกอบอาชีพและลงทุนก่อสร้างร้านส้มตำจากเดิมที่มีขนาดเล็กกลายเป็นขนาดใหญ่ให้ในชื่อ ครัวอีสาน โดยไม่คิดค่าเช่าที่ดินและไม่หวังสิ่งตอบแทน

ขอขอบคุณภาพจาก ภาพจากเฟซบุ๊ก สายัณห์ นิรันดร, เฟซบุ๊ก จิ๋ว พิจิตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...