โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พันธบัตรสหรัฐ 30 ปี บนเส้น ‘ความเสี่ยง’!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ย เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

“ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ”กำลังเผชิญกับบททดสอบใหญ่อีกครั้ง เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นและยืนเหนือระดับ 5% ยาวนานสุดรอบ 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2006 หลังปรับขึ้นไปแตะระดับสูงสุด 5.34%ช่วงกลางเดือนสิงหาคมใกล้เคียงระดับสูงสุดรอบ 22 ปี เหตุการณ์นี้สะท้อนแรงกดดันมหาศาลที่สะสมอยู่ในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ และสร้างความระมัดระวังให้แก่นักลงทุนทั่วโลก

ข้อมูลจากบลูมเบิร์ก ระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี ปิดเหนือ 5% ไปแล้วมากกว่า 55 วัน การปรับตัวขึ้นอย่างยืดเยื้อนี้เกิดจากปัจจัยลบหลายประการที่เข้ามากระทบพร้อมกัน ปัจจัยแรกคือปัญหากรณีการขาดดุลงบประมาณมหาศาลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีแนวโน้มจะผ่อนคลายในระยะเวลาอันใกล้ ส่งผลให้อุปทานพันธบัตรรัฐบาล ที่ต้องออกสู่ตลาดเพื่อชดเชยการขาดดุลมีปริมาณสูงเกินกว่าที่ตลาดจะรองรับได้ง่าย

นอกจากอุปทานจากภาครัฐแล้ว ภาคเอกชนยังเร่งออกหุ้นกู้ระลอกใหญ่ โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม ที่ผ่านมา และคาดว่าปริมาณการออกหุ้นกู้เอกชนอาจสูงถึง 2.15 แสนล้านดอลลาร์ การระดมทุนภาคเอกชนส่วนใหญ่ เกิดจากการที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงต้องการเงินทุนจำนวนมหาศาล ปริมาณตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ล้นตลาด เข้ามาบดบังมาตรการชะลอความร้อนแรงจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

แม้ว่า “สกอตต์ เบสเซนต์”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยการประกาศขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตร(Treasury Buyback Program) เพื่อกด Yield ลง แต่นักวิเคราะห์มองว่าแรงซื้อจากกระทรวง การคลังเป็นเพียงสัดส่วนที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณพันธบัตรทั้งหมดในตลาด Natixis North America ชี้ว่า อัตราผลตอบแทนระยะยาวจะอยู่ระดับสูงต่อไป จนกว่ารัฐบาลจะปฏิรูประบบสวัสดิการภาครัฐเพื่อแก้วิกฤตขาดดุลอย่างจริงจัง

อีกปัจจัยชี้ขาดสำคัญ คือ ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ตลาดกำลังจับตาการประชุมเฟดประจำเดือนสิงหาคมถึงกันยายนอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญของ “เควิน วอร์ช” ประธานเฟด ในการแสดงจุดยืนรับมือกับอัตราเงินเฟ้อ ที่ยังค้างอยู่ระดับสูง ล่าสุดตลาดให้น้ำหนักเกือบ 70% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อสยบแรงดันด้านราคา หลังจากวอร์ชส่งสัญญาณเข้มงวด ในการประชุมที่แจ็กสันโฮล ที่ผ่านมา

ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อส่งผลกระทบโดยตรงต่อพันธบัตรระยะยาว เนื่องจากราคาพันธบัตรอายุ 30 ปี มีความอ่อนไหวต่อคาดการณ์เงินเฟ้อมากกว่าพันธบัตรระยะสั้น หากเฟดแสดงความลังเลที่จะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นักลงทุนจะยิ่งลดความต้องการถือครองพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้เกิดแรงเทขายเพิ่มเติม ซึ่ง AmeriVet Securities ย้ำว่า วิธีเดียวที่จะทำให้ Yield พันธบัตรระยะยาวลดลงได้อย่างยั่งยืน คือ การที่เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อให้ได้

ภาวะตลาดปัจจุบันส่งผลให้นักลงทุนในตลาด Option เริ่มลงเดิมพันล่วงหน้าว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 30 ปี อาจพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 5.7% ก่อนที่สัญญาจะหมดอายุเดือนพฤศจิกายน ขณะเดียวกันผู้จัดการกองทุนตราสารหนี้ต่างพยายามลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคา (Duration) ด้วยการลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรระยะยาว และหันไปพึ่งพาอุปสงค์จากนักลงทุนภาคเอกชนที่อ่อนไหวต่อราคามากขึ้น

โครงสร้างผู้ลงทุนพันธบัตรอายุ 30 ปี ถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 31 ล้านล้านดอลลาร์ โดยผู้ซื้อหลักคือกองทุนบำนาญและบริษัทประกันชีวิต ที่ต้องการสินทรัพย์เพื่อจับคู่กับภาระผูกพันระยะยาว แต่เมื่อแรงซื้อจากกลุ่มนี้ชะลอตัว ตลาดจึงขาดแรงหนุนสำคัญ แม้ JPMorgan Asset Management มองว่าการซื้อคืนของกระทรวงการคลัง ช่วยได้บ้าง แต่แรงกดดันจากการออกหุ้นกู้ AI ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กลบผลบวกดังกล่าว

แม้ผลตอบแทนจะปรับตัวขึ้นมาไกลจากระดับต่ำสุดของปี แต่นักวิเคราะห์บางส่วนเริ่มปรับมุมมองจากเชิงลบมาเป็นกลางมากขึ้น เนื่องจาก Term Premium และผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) สะท้อนความเสี่ยงไปมากแล้ว ตลาดยังคงต้องจับตาตัวเลขการจ้างงานและข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญเดือนสิงหาคม-กันยายนอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นตัวชี้วัดทิศทางดอกเบี้ยและชะตากรรมของตลาดพันธบัตรระยะยาวต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...