โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TISCO เปิดทริกรับมือ “เฟด” แนะหลบภัยหุ้นเทคฯ ซบกลุ่มพลังงาน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. เวลา 05.48 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ นักกลยุทธ์อาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ภายใต้ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ให้น้ำหนักกับการกระจายความเสี่ยงออกจากหุ้นที่ได้รับความนิยมสูงจนเกิดการกระจุกตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ราคาปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา จนส่งผลให้ระดับมูลค่าและความผันผวนอยู่ในเกณฑ์ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตามกลุ่มพลังงานและวัสดุพื้นฐานเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามอง เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนผ่านการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของปี 2569 อย่างโดดเด่น นอกจากนี้หากเกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนออกจากกลุ่มเทคโนโลยีและ AI เม็ดเงินดังกล่าวก็มีโอกาสสูงที่จะไหลเข้าสู่ทั้งสองกลุ่มนี้ และช่วยสนับสนุนผลตอบแทนที่ดีในระยะข้างหน้า

โดยในช่วงครึ่งแรกของปีตลาดหุ้นโลกต้องเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ความผันผวนของราคาพลังงาน และนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักหลายแห่งที่พลิกกลับมาตึงตัวอย่างมาก แม้ตลาดจะฟื้นตัวได้หลายครั้ง แต่การปรับขึ้นของดัชนียังคงกระจุกตัวอยู่แค่ในกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนถึงพฤติกรรมการเก็งกำไรที่เกินพอดีอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ หากทิศทางภาวะการเงินในช่วงครึ่งหลังของปีกลับมาตึงตัว โดยเฉพาะจากแนวโน้มที่เฟดอาจกลับมาขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการใช้ Leverage พุ่งสูงขึ้น แรงจูงใจในการกู้ยืมเพื่อเก็งกำไรจึงน่าจะลดลงและทำให้ความร้อนแรงคลายตัวลง สิ่งนี้ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน การกระจายความเสี่ยง และการคัดเลือกสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเหมาะสมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังพบการเติบโตอย่างรวดเร็วของกองทุน Leveraged ETFs และ Leveraged Single Stocks โดยเฉพาะกองทุนที่อ้างอิงดัชนี Nasdaq, Philadelphia Semiconductor Index (SOX) รวมถึงหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเพิ่มสูงมากในปีนี้ สะท้อนถึงความพยายามในการเร่งหาผลตอบแทนของนักลงทุนที่อยู่ในระดับสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...