โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BDMS x เมอเวนพิค ยกคลินิกสุขภาพให้บริการในโรงแรม จับกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเวลเนส 7 ล้านล้านดอลลาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 ก.ย 2566 เวลา 19.05 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2566 เวลา 09.02 น.

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท หรือ BDMS เปิดเผยว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เติบโตเฉลี่ยปีละ 20% โดย Global Wellness Institute ประเมินในปี 2568 มูลค่าตลาดเวลเนสทั่วโลกจะแตะ 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางระดับโลก และมีขนาดตลาดท่องเที่ยวเชิงเวลเนสเป็นอันดับ 4 ของเอเชีย รองจากจีน ญี่ปุ่น และอินเดีย ตามลำดับ

โดยก่อนเกิดโควิดเมื่อปี 2562 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 40 ล้านคน และเป็นนักท่องเที่ยวเชิงเวลเนส 15.5 ล้านคน สร้างเม็ดเงินเฉลี่ย 60,000 บาท/คน/ทริป หรือคิดเป็นมูลค่าตลาด 600,000 ล้านบาท (รวมกลุ่มสุขภาพ สปา นวด และอาหาร) สะท้อนว่าตลาดท่องเที่ยวเวลเนสเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่สำคัญ

ล่าสุด BDMS ได้ร่วมมือกับเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท พัฒนาโปรแกรมดูแลสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ BDMS Wellness Retreat เนื่องจาก มองเห็นโอกาสทางการตลาด จากเทรนด์ความต้องการดูแลสุขภาพในรูปแบบ Wellness ซึ่งเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งร่างกายและจิตใจ

โดยมุ่งเน้นการป้องกันก่อนการเกิดโรค ที่เทรนด์ปัจจุบันคนทั่วโลกมีความต้องการและให้ความสำคัญ โดยเฉพาะภายหลังจากผ่านพ้นวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เปลี่ยนพฤติกรรมคนให้หันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น

เบื้องต้น จะนำบริการจากคลินิกเวลเนสของ BDMS มาไว้โรงแรมของ Movenpick เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถดูแลสุขภาพไปพร้อมกับการท่องเที่ยวในไทยได้ ครอบคลุมบริการ อาทิ เช็กอัพสุขภาพ การทำสปา และอาหารสุขภาพ โดยออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล รวมถึงมีฟิตเนสในโรงแรม

ทั้งนี้ Movenpick BDMS Wellness Resort Bangkok เป็นสาขาที่ 3 ที่ทำเวลเนสคลินิกกับกลุ่มโรงแรม โดยก่อนหน้านี้ได้ทำร่วมกับโรงแรมอนันตรา ของกลุ่ม บมจ.ไมเนอร์ และโรงแรมเซเลส สมุย ซึ่งมีโรงแรมอีกหลายที่ที่สนใจอยากทำงานร่วมกับบีดีเอ็มเอส และอยู่ระหว่างการหารือรายละเอียด

สำหรับกลุ่มลูกค้าเวลเนสของบีดีเอ็มเอส ปัจจุบันเป็นคนไทย 60% มียอดการใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ย 20,000 บาท/คน/ปี และเป็นคนต่างชาติ 40% มียอดค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 40,000 บาท/คน/ปี โดยคนต่างชาติที่ใช้บริการมากสุดเป็นกลุ่ม 7 ประเทศอาหรับ เช่น กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต เป็นต้น รองลงมาคือประเทศ CLMV คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา

โดย 3 อันดับบริการเวลเนสที่คนใช้บริการมากที่สุด คือ การเช็กอัพตรวจสุขภาพ, การทำฟัน เช่น ทำรากฟันได้ในวันเดียว เหมาะกับชาวต่างชาติที่มาทริปไม่นานนัก จากปกติการทำรากฟันเทียมต้องใช้เวลา 1 สัปดาห์ เป็นต้น และกลุ่มความสวยงาม เช่น ผม ตรวจจากฮอร์โมน เป็นต้น

“ท่องเที่ยวเชิงเวลเนสเป็นการขยายตลาดเพิ่มเติมจากเมดิคอลทัวร์ลิซึม และเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง หากได้ลูกค้ากลุ่มนี้จำนวนมาก จะส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวภาพรวมของไทยเป็นอย่างดี”

โดยจุดเด่นความได้เปรียบของไทย มี 5 ประการ ได้แก่

  • สถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อย่างวัดวาอารามต่าง ๆ
  • อาหารเพื่อสุขภาพจำนวนมาก ตั้งแต่พืชพรรณ สมุนไพร และอาหารยังถือเป็นมาสเตอร์พีซด้านซอฟต์พาวเวอร์ที่ดีของไทย
  • การต้อนรับขับสู้ชาวต่างชาติของไทย บริการต่าง ๆ ทำได้ดี เวลเนสต้องดึงคนที่ไม่ป่วยให้มา ฉะนั้น หากคนกลุ่มนี้จะเข้าไทยต้องมีความพอใจกับประเทศและบริการของเรา
  • วัฒนธรรมโดดเด่น อาทิ ลูกประคบ นวดไทย สมุนไพรไทย
  • อุตสาหกรรมการแพทย์ต้องพร้อม เนื่องจาก นักท่องเที่ยวเวลเนสจะเป็นกลุ่มคนอายุ 40-50 ปี และจะมาเป็นครอบครัวใหญ่ ต้องมั่นใจในการรักษาการแพทย์ ซึ่งได้ทำตลาดเมดิคอลทัวร์ลิซึมมานาน โรงพยาบาลแต่ละแห่งจึงมีศักยภาพเพียงพอ

นอกจากนี้ การที่ภาครัฐบาลตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว ส่งเสริมภาคการท่องเที่ยว เช่น การกลับมาเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศซาอุดีอาระเบีย หรือกระทั่งโปรโมตประเทศไทยในต่างแดน ตลอดจนรัฐบาลใหม่ได้ออกนโยบายฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานก็ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งสิ้น และเชื่อว่าภาคเอกชนขับเคลื่อนด้วยกัน จะยิ่งเอื้อให้ทั้งตลาดไปได้ไกล และเวลเนสทัวร์ลิซึมที่เป็นเครื่องมือใหม่จะทำให้ไทยขึ้นมาเป็นเดสติเนชั่นระดับโลกในด้านนี้ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...