โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวศรีเทพ- ทวารวดี ชนชาติผู้มาก่อนสุโขทัย อาจจะเป็นบรรพบุรุษของพวกเราคนไทยในปัจจุบัน โดย ศิราวุธ ภุมมะกสิกร

The Structure

อัพเดต 21 ก.ย 2566 เวลา 13.44 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 07.26 น. • The Structure

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 66 ที่ผ่านมา ซึ่งตัวอุทยานตั้งอยู่ที่ อ. ศรีเทพ จ. เพชรบูรณ์ มีอายุโดยรวมแล้วมากกว่า 1,700 ปี มีอารยธรรมโรมัน, จีนยุคราชวงศ์ฮั่น เป็นอารยธรรมร่วมสมัยร่วมสมัย

ชื่อ “ศรีเทพ” เป็นชื่อเรียกโดยอนุโลมตามพระวินิจฉัยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จากการสืบค้นของพระองค์จากทำเนียบเก่าบอกรายชื่อหัวเมืองในสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ ในขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นเรียกเมืองนี้ว่า “อภัยสาลี” และในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เมืองแห่งนี้แท้จริงแล้วมีชื่อเรียกว่าอะไรกันแน่

จากการขุดค้นของนักโบราณคดี เมืองศรีเทพแต่เดิมทีเป็นชุมชนที่มีผู้คนอยู่อาศัย และได้รับการพัฒนาขึ้นสู่ความเป็นเมือง เนื่องด้วยความสำคัญด้านยุทธศาสตร์การค้าและการขนส่ง ถือเป็นประตูสู่ภาคอีสานยุคโบราณ เชื่อมโยงเส้นทางการค้าเกลือจากภาคอีสานสู่ภาคกลาง

ซึ่งความเป็นจุดยุทธศาสตร์การค้านี้เองที่ช่วยพัฒนาเมืองศรีเทพ จากชุมชนชนบท สู่ความเป็นเมืองสำคัญที่มีความเจริญรุ่งเรือง และที่น่าสนใจคือ จากการขุดค้น พบตะเกียงโบราณจากจักรวรรดิโรมัน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าของโลกยุคโบราณ จากยุโรปสู่ภูมิภาคสุวรรณภูมิ

อย่างไรก็ดี ลักษณะของสถาปัตยกรรมของเมือง มีความสอดคล้องกับอารยธรรม “ทวารวดี” ซึ่งอาณาจักรทวารวดีนั้น เป็นจักรวรรดิโบราณที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ คาดว่าเคยมีอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 ลงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 16

ทวารวดี เป็นอาณาจักรโบราณซึ่งเคยปกครองดินแดนภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคกลางของประเทศไทย มีวิวัฒนาการทางอารยธรรม สถาปัตยกรรม และรูปแบบการปกครองที่รับอิทธิพลในช่วงแรกมาจากอินเดีย แต่ในช่วงท้ายได้รับอิทธิพลมาจากอาณาจักรแขมร์ ซึ่งเป็นอาณาจักรเพื่อนบ้าน อาจเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะว่าทวารวดีพ่ายศึกสงครามกับแขมร์ จึงตกอยู่ใต้อิทธิพลของแขมร์

อย่างไรก็ดี การสาบสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของอารยธรรมทวารวดี และแขมร์เองก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งอาจมีเหตุจากเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงในช่วงปลายพุทธศตรวรรษที่ 18 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 19 หรืออาจเกิดโรคระบาด จนทำให้อารยธรรมของทั้ง 2 สูญสลายหายไป เกิดเป็นช่องว่างให้มีอารยธรรมเกิดใหม่อย่างสุโขทัย ล้านนา และอยุธยาขึ้นมาแทนที่

จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี เชื่อว่าชาวศรีเทพ และทวารวดีนั้น เป็นชาวมอญ แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ และเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน

ในขณะที่ “คนไท” นั้นอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นผู้มาทีหลัง อีกทั้งยังพบได้ว่า ยังมีชนชาติอื่นที่พูดภาษาที่มีความคล้ายคลึงกับคนไทยในปัจจุบันอยู่ในถิ่นฐานนอกประเทศไทยและลาว อาทิเช่น ในประเทศจีนแถบมณฑลยูนาน และมณฑลเจ้อเจียง และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย

ซึ่งนี่ทำให้ดูเหมือนว่า คนไทยในปัจจุบัน และคนทวารวดี นั้นมิได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย

แต่จากการสืบค้นทางพันธุกรรมแล้ว พบว่าคนไทยในแถบพื้นที่ภาคกลางนั้น มีรหัสพันธุกรรม (DNA) ของชาวมอญผสมอยู่ด้วยมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าคนไท ผู้อพยพมาในยุคหลังนั้น เป็นผู้สร้างอารยธรรมขึ้นใหม่ โดยผสมผสานกับความรู้ และอารยธรรมดั้งเดิม ผสมผสานต่อเติมจนกลายเป็นอาณาจักรสุโขทัย และอยุธยาในเวลาต่อมา

อาจเป็นไปได้ว่า คนไท ผู้มาใหม่ ได้อาศัยอยู่ร่วมกับชาวมอญ ซึ่งอาจจะเป็นลูกหลายของชาวทวารวดี ซึ่งเคยอยู่อาศัยมาแต่เดิม ผสมหลอมกลืนกันจนกลายเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยในปัจจุบัน

และเมื่อพิจารณาถึงประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา จะเห็นได้ว่านโยบายการปกครองมีลักษณะที่เปิดกว้าง รองรับทุกผู้คนจากทุกชาติศาสนา ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และการประกอบอาชีพทำกิน ซึ่งรวมไปถึงโอกาสในการเข้ารับราชการ

ขุนนางชาวต่างชาติที่เคยมีบทบาทในหน้าประวัติศาสตร์ไทย นอกจากคอนสแตนติน ฟอลคอน หรือพระยาวิไชเยนทร์ อดีตนักผจญภัยชาวกรีซ ที่ไต่เต้าจนได้เป็นสมุหนายกในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ยังมียามาดะ นากามาสะ อดีตซามูไรชาวญี่ปุ่นที่ต่อมาได้เป็นถึงเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหัวเมืองที่สำคัญของไทย

เฉกอะหมัด กุมมี อดีตพ่อค้าชาวเปอร์เซีย ซึ่งรับราชการในอยุธยา และไต่เต้าจนได้เป็นสมุหนายกในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรม มีลูกหลานเข้ารับราชการในราชสำนักอยุธยามาตลอดนับจากนั้น จนกลายเป็นตระกูลขุนนางที่มีอิทธิพลในราชสำนักไทยมาตั้งแต่อยุธยาจวบจนรัตนโกสินทร์ เป็นต้นสกุล บุนนาค ในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์ชาติไทย แม้จริงแล้วเกิดขึ้นจากการผสมผสานหลอมรวมผู้คนที่เข้ามาอยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินที่ปัจจุบันคือประเทศไทย ร่วมแรงร่วมใจกัน พัฒนา ชีวิตและความเป็นอยู่ร่วมกัน จนเกิดเป็นการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาจนถึงปัจจุบัน

ชาวทวารวดี – ศรีเทพในวันนั้น ถึงแม้ว่าบันทึกทางประวัติศาสตร์จะสูญหาย แต่คนน่าจะยังคงอยู่ และผสมผสาน หลอมกลืนร่วมกับผู้มาใหม่ ส่งต่อรหัสพันธุกรรมถึงคนไทยในปัจจุบันก็เป็นไปได้เช่นกัน

โดย ศิราวุธ ภุมมะกสิกร

อ้างอิง
[1] เมืองโบราณศรีเทพ, https://worldheritagesite.onep.go.th/sitedetail/4
[2] แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทยที่บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก, https://www.onep.go.th/tentative-list/
[3] อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ, https://www.finearts.go.th/main/view/8207-อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
[4] ทวารวดี : มิติทางความเชื่อและศาสนา, https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jsrc/article/download/250680/169455
[5] ทวารวดี – ศรีวิชัย : การทบทวนในเรื่องความหมาย, https://lek-prapai.org/home/view.php?id=889
[6] รัฐศรีเทพเกิดขึ้นมาได้อย่างไร, https://www.youtube.com/watch?v=motYi9Gmkq4

[7] “ศรีเทพ” รัฐแรกเริ่ม หรือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์โบราณ (Si Thep), https://www.youtube.com/watch?v=iUBt5OMUAYY
[8] โบราณสถานเขาคลังนอก : ลําดับอายุสมัยและแนวคิดในการก่อสร้าง, https://sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/id/4b177531-22a3-4a64-90cc-b7c38cd6bfef/Anurak_Depimai_fulltext.pdf?attempt=3
[9] ทวาราวดี อาณาจักรที่สาบสูญ! ความรุ่งเรืองที่มาพร้อมพระพุทธศาสนา วันนี้ยังมีชีวิตให้ท่องเที่ยวชม!!, https://mgronline.com/onlinesection/detail/9650000097031
[10] Dvaravati, https://en.wikipedia.org/wiki/Dvaravati

[11] Dvaravati, https://www.britannica.com/place/Dvaravati
[12] BRIDGE OVER TIME Dvaravati, https://thai-heritage.org/dvaravati/

[13] สามเหลี่ยมมหัศจรรย์แห่งทวารวดี, https://www.youtube.com/watch?v=BSIAeWsIWiw

[14] Close genetic relationship between central Thai and Mon people in Thailand revealed by autosomal microsatellites, https://www.eva.mpg.de/documents/Springer/Srithawong_Close_IntJLegMed_2020_3222843.pdf
[15] Maternal genetic history of the Mon in Thailand, https://www.scopus.com/record/display.uri?eid=2-s2.0-85006013161&origin=inward&txGid=58ea0a6b9e3e9ef8cfc76218e8332be4

[16] Genetic structure of the Mon-Khmer speaking groups and their affinity to the neighbouring Tai populations in Northern Thailand, https://bmcgenomdata.biomedcentral.com/articles/10.1186/1471-2156-12-56

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...