โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาซา เปิดผลจำลอง 4 แสนครั้ง จากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เวลา วันสิ้นโลก มาเร็วกว่าที่คิด

แนวหน้า

เผยแพร่ 30 เม.ย. เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ rmf.fm ได้เผยแพร่ข้อมูลการวิเคราะห์ผ่านระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงขององค์การนาซา ซึ่งได้เปิดเผยชุดข้อมูลที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการวิทยาศาสตร์ เมื่อแบบจำลองสถานการณ์ล่วงหน้าชี้ให้เห็นว่า ความเป็นไปได้ที่สิ่งมีชีวิตจะดำรงอยู่บนดาวเคราะห์สีน้ำเงินดวงนี้อาจมีระยะเวลาสั้นลงกว่าที่ตำราหลายเล่มเคยระบุไว้ โดยสภาพแวดล้อมจะแปรเปลี่ยนไปจนไม่สามารถเอื้อต่อการมีชีวิตได้อีกต่อไป และจากความกังวลเรื่องสภาวะอากาศโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง ทีมนักวิจัยได้ป้อนตัวแปรเข้าสู่ระบบซูเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อรันแบบจำลองซ้ำ ๆ กว่า 400,000 รูปแบบ เพื่อเฟ้นหาช่วงเวลาที่แน่ชัดของการล่มสลายของระบบชีวภาพ

คาซูมิ โอซากิ ผู้นำโครงการศึกษานี้ ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในอดีตนักวิชาการเชื่อว่าโลกจะยังคงเขียวขจีไปได้อีกราว 2,000 ล้านปี ก่อนที่การแผ่รังสีของดวงอาทิตย์จะเข้มข้นขึ้นจนทำลายทุกอย่าง แต่ทว่าผลลัพธ์ใหม่ล่าสุดกลับระบุว่าอายุขัยที่เหลืออยู่จริงนั้นอาจหายไปเกือบ 50% จากตัวเลขเดิม

วันสิ้นโลก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่นำไปสู่จุดจบของระบบนิเวศบนโลกนั้นมีลำดับขั้นตอนที่เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ทว่ารุนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ โดยปัจจัยหลักเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงของดวงอาทิตย์ที่ทวีความร้อนแรงขึ้นตามวิวัฒนาการ ส่งผลให้อุณหภูมิบนพื้นผิวโลกพุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดที่มหาสมุทรเริ่มระเหยตัวกลายเป็นไออย่างต่อเนื่อง กระบวนการนี้ไม่ได้เพียงแค่ทำให้แหล่งน้ำหายไป แต่ยังส่งผลกระทบลูกโซ่ไปถึงชั้นบรรยากาศที่เริ่มเบาบางลงและสูญเสียสมดุล จนนำไปสู่ภาวะการลดลงของก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิดบนโลก

ความมืดมนของอนาคตถูกตอกย้ำด้วยตัวเลขจากแบบจำลองที่ระบุว่า ภายในปี 1,000,002,021 โลกจะแปรสภาพไปสู่สภาวะที่ไม่เอื้อต่อการมีชีวิตในระดับที่เลวร้ายที่สุด แม้แต่จุลินทรีย์สายพันธุ์ที่ขึ้นชื่อว่ามีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้วมากที่สุดในปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถหยัดยืนอยู่ได้ในโลกที่ไร้ออกซิเจนและเต็มไปด้วยความร้อนระอุนี้

วันสิ้นโลก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลักไมล์แห่งการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่นี้จะดูเหมือนเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอีกนับพันล้านปีถึงจะมาถึง แต่นักวิทยาศาสตร์ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ร่องรอยของหายนะได้เริ่มส่งสัญญาณเตือนให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลก หรือสภาวะอากาศแปรปรวนขั้นรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นว่าโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตในระยะยาวอย่างไม่อาจเลี่ยงได้

แม้ว่าตัวเลข หนึ่งพันล้านปี จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องของอนาคตอันไกลโพ้นจนหลายคนมองข้าม แต่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเราไม่ควรนิ่งนอนใจ เนื่องจากร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่วันนี้ สัญญาณบ่งชี้เบื้องต้น เช่น อัตราการละลายของพื้นที่น้ำแข็งขั้วโลกที่รวดเร็วผิดปกติ ภาวะคลื่นความร้อนที่แผ่ขยายวงกว้าง และระดับมลพิษในอากาศที่ทวีความรุนแรง ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดว่าความสมดุลของโลกกำลังถูกรบกวน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีความเกี่ยวพันโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่จะส่งผลกระทบต่อประชากรโลกในทุกยุคสมัยต่อจากนี้ไป

วันสิ้นโลก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล / ภาพสร้างจาก AI

ขอขอบคุณข้อมูลจาก rmf.fm

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...