โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธีมหุ้นเดือนพ.ค.69

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 พ.ค. เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เข้าสู่เดือนที่ 5 ของปี 2569ดัชนีตลาดหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาค่อนข้างสวย หรือบวก 18-19%จากสิ้นปี 2568

ระดับดัชนีปัจจุบันที่ 1,490จุด แม้ว่าจะใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์จากหลายโบรกเกอร์ต่างตั้งเป้าหมายเอาไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ดัชนีหุ้นไทยจะวิ่งไปต่อไม่ได้ หรือลงมาต่ำกว่านี้ไม่ได้นะครับ

การกำหนดเป้าหมายดัชนีของนักวิเคราะห์เขาทำเพื่อเป็นกรอบอ้างอิงการลงทุน

หรือคล้ายกับ “เข็มทิศ“ นั่นแหละ เพื่อที่นักลงทุนจะได้กำหนดกลยุทธ์ลงทุน เช่น ต้องการ overweight หรือจะเลือกถือเงินสดมากขึ้น

เป้าดัชนีที่ว่านี้ เขาไม่ได้สร้างขึ้นมาแบบลอย ๆ แต่จะนำเรื่องของ “กำไรบริษัทจดทะเบียน” หรือ EPS เข้ามาคำนวณ กับ P/E แล้วจึงเป็นที่มาของเป้าดัชนี

แต่เป้าดัชนีที่ว่านี้ ไม่ได้แม่นยำนักหรอกครับ เพราะยังมีตัวแปรอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือคาดกันไว้ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง ปัญหาความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้น เป้าดัชนีจึงเป็นเพียงแค่เข็มทิศ ไม่ใช่จุดที่จะต้องมายึดแบบตายตัวอะไรมากนัก

แต่สิ่งสำคัญที่อยู่นอกเหนือจากเป้าดัชนี แล้วนักวิเคราะห์มักจะให้ข้อมูลกันบ่อย ๆ เป็นช่วงเวลา

นั่นคือ “ธีมหุ้น”

อย่างล่าสุดเข้าสู่เดือนพ.ค. 69หรือเดือนที่ 5ของปีนี้ มีเหตุการณ์มีผลต่อตลาดหุ้นอย่างมีนัยฯ

ในช่วงหยุดยาว 4วัน ผมได้อ่านบทวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์ต่าง ๆ และส่วนใหญ่มีการทำธีมหุ้นเดือนพ.ค.นี้ โดยอ้างอิงกับปัจจัยบวกและลบทั้งในและต่างประเทศเข้ามาประกอบ อ่านดูแล้วน่าสนใจดี เลยนำมาสรุป ๆ เพื่อที่พอจะเป็นข้อมูลอ้างอิงการลงทุนได้บ้างครับ

ภาพรวมการลงทุนเดือนพ.ค.นี้ ยังถูกแนะนำให้เลือก “หุ้นมากกว่าตลาด” เพราะปัจจัยต่างประเทศยังผันผวน ทั้งดอกเบี้ยสหรัฐฯ และทิศทางเงินทุนไหลเข้า–ออก ปัญหาสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้การเก็งกำไรควรเน้น “รายตัว” ที่มีปัจจัยบวกหนุนเฉพะตัวชัดเจน

หุ้นกลุ่มแรกที่ยังโดดเด่น มีนักวิเคราะห์ต่างแนะนำมากสุด ยังคงเป็น “กลุ่มธนาคาร” โดยเฉพาะธนาคารกรุงเทพ หรือBBL และธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK จากแนวโน้มกำไรยังแข็งแรง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ทรงตัวสูง และคุณภาพสินทรัพย์ไม่ได้แย่ลงมาก ทำให้เป็นหุ้นพื้นฐานที่นักลงทุนสถาบันทยอยสะสมเมื่อราคาปรับลงมาน่าสนใจ

กลุ่มหุ้นถัดมาคือ “พลังงานและปิโตรเคมี” เช่น บมจ.ปตท. หรือPTT, บมจ.ไทยออยล์ หรือ TOP, และบมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส หรือ IVL ที่ได้เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวตามราคาน้ำมันและสเปรดปิโตรเคมี และยิ่งหากเศรษฐกิจจีนฟื้นชัดจะเป็นอัพไซด์มากขึ้น

กลุ่ม “ค้าปลีก” อย่างบมจ.ซีพีออลล์ (CPALL), และ บมจ.เซ็นทรัล รีเทลฯ หรือ CRCมีความน่าสนใจเช่นกันจากกำลังซื้อในประเทศที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวบ้าง รวมถึง “มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ” ของภาครัฐที่อาจออกมาเพิ่มเติม จะยิ่งช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มนี้ได้

“กลุ่มท่องเที่ยว” ที่นำโดย บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT, และ บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา หรือ CENTELและ บมจ.ดิเอราวัณ กรุ๊ป หรือ ERW ยังเป็นธีมหลักของปี 69 ครับ จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มยังเติบโตโดยเฉพาะจีนที่เริ่มกลับมา

หรือกลุ่มหุ้น “นิคมอุตสาหกรรม” เช่น AMATA และ WHA ได้แรงหนุนจากการย้ายฐานการผลิต และการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ หรือ FDI ที่ยังไหลเข้าไทยและเวียดนาม

ที่ขาดไม่ได้ คือ “กลุ่มโรงไฟฟ้า” เช่นGPSC, BGRIMและ GULF เริ่มกลับมาน่าสนใจ

ในฝั่งกลุ่ม “เทคโนโลยี/อิเล็กทรอนิกส์” หุ้นอย่างDELTA, HANAและ KCE ยังมีความผันผวนสูง แต่มีโอกาสฟื้นตัวหากวัฏจักรเซมิคอนดักเตอร์กลับมาเราจึงเห็นหุ้นเดลต้าฯ ราคาวิ่งขึ้นเสมือนติดปีก

สุดท้ายคือ“กลุ่มสื่อสาร” เช่นADVANC ยังเป็น Defensive play ที่น่าสนใจ จากกระแสเงินสดมั่นคง และปันผลสม่ำเสมอ เหมาะในช่วงตลาดผันผวน

แต่สิ่งที่นักลงทุนควรระวังแรงขายจากฟันด์โฟลว์ครับ

กลยุทธ์หลักที่นักวิเคราะห์แนะนำคือ “ทยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว” และกระจายพอร์ตในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...