โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บัวหลวง” ชี้ Moody’s อัพเครดิตไทย “เสถียรภาพ” แนะเก็บ KTB-WHA-WHAUP-GPSC รับลงทุนฟื้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด(มหาชน) หรือ BLS เปิดเผยว่า การที่ Moody’s ปรับมุมมองอันดับเครดิตประเทศไทยจาก “Negative” เป็น “Stable” ถือเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากสะท้อนว่าความเสี่ยงสำคัญในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นสงครามการค้าและมาตรการภาษี (Trade War) เริ่มผ่อนคลายลง ส่งผลให้มุมมองต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยปรับดีขึ้น

โดย Moody’s ให้เหตุผลสำคัญจากความเสี่ยงด้านภาษีที่ลดลง ว่าไทยมีระดับความเสี่ยงทางการค้าใกล้เคียงประเทศคู่ค้า ขณะเดียวกันยังเห็นพัฒนาการด้านการลงทุนในประเทศที่เริ่มชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและฐานะการเงินของประเทศในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม แม้การปรับมุมมองเครดิตดังกล่าวจะเป็นแรงหนุนเชิงจิตวิทยา (Sentiment) ต่อตลาดทุนไทย แต่ยังไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้ตลาดสามารถคลายความกังวลได้ทั้งหมด เนื่องจากนักลงทุนยังต้องติดตามทิศทางนโยบายการคลังของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการออกพระราชบัญญัติกู้เงิน (พ.ร.บ.กู้เงิน) หรือการพิจารณาปรับเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นประเด็นที่ตลาดกังวลว่าจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาสถาบันจัดอันดับเครดิต

นายพิริยพล กล่าวอีกว่า จากการติดตามข้อมูลและมุมมองของผู้เกี่ยวข้อง พบว่าหน่วยงานจัดอันดับเครดิตไม่ได้มีความกังวลต่อการกู้เงินในเชิงปริมาณมากนัก หากรัฐบาลสามารถแสดงให้เห็นถึงแผนการใช้เงินที่ชัดเจน โดยเฉพาะการนำเงินไปลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ การปรับโครงสร้างประเทศ และมีแนวทางลดการขาดดุลการคลังในระยะถัดไปอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยทำให้ความเสี่ยงด้านเครดิตถูกประเมินอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ทั้งนี้ “หัวใจของเศรษฐกิจไทยในปีนี้” ยังคงอยู่ที่เรื่องการลงทุนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนของภาครัฐหรือเอกชน โดยเชื่อว่าการลงทุนจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะลงทุนมากหรือน้อย หรือมีการกู้เพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักที่จำเป็นต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตในระยะถัดไป

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนให้น้ำหนักหุ้นที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการลงทุนในประเทศและการเดินหน้าโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ซึ่งมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุน โดยหุ้นที่น่าสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB

ขณะเดียวกันยังมองว่ากลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานและนิคมอุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์ต่อเนื่อง จากทิศทางการลงทุนและโอกาสการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยหุ้นที่น่าจับตา ได้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ WHA, บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ WHAUP รวมถึง บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกิจกรรมในนิคมอุตสาหกรรมที่ขยายตัว

นอกจากนี้ ยังมองว่ากลุ่มรับเหมาฯ และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนภาครัฐจะได้ประโยชน์ทางอ้อม หากนโยบายการลงทุนของรัฐบาลมีความชัดเจนและสามารถเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่องในช่วงถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...