15 พฤษภาคม 2394 จุดเริ่มต้นของสยามในโลกยุคใหม่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่สยามเริ่มต้นรัชสมัยแห่งการเรียนรู้และการเปลี่ยนผ่าน
THE STATES TIMES
อัพเดต 13 พ.ค. เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. เวลา 00.30 น. • THE STATES TIMES TEAM15 พฤษภาคม พ.ศ. 2394 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดรัชสมัยสำคัญแห่งการเปลี่ยนผ่านของสยาม
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2394 นับเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่างเป็นทางการ ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชย์ในปีเดียวกัน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพระราชพิธีสำคัญตามราชประเพณีเท่านั้น แต่ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของรัชสมัยที่มีผลอย่างลึกซึ้งต่อการเปลี่ยนผ่านของสยามในศตวรรษที่ 19 ทั้งด้านการเมือง การทูต ศาสนา วิทยาศาสตร์ และความสัมพันธ์กับโลกตะวันตก
รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระราชประวัติแตกต่างจากกษัตริย์หลายพระองค์ก่อนหน้าอย่างมาก เพราะก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงผนวชนานถึง 27 ปี และระหว่างเวลานั้นได้ทรงศึกษาพระพุทธศาสนา ภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ และองค์ความรู้จากโลกตะวันตกอย่างกว้างขวาง ทำให้เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ทรงมีพระราชวิสัยทัศน์กว้างไกลและพร้อมนำสยามให้ปรับตัวเข้ากับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2394 จึงมีความสำคัญในฐานะ “พิธีเปิดรัชสมัย” ของกษัตริย์ผู้จะกลายเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานความทันสมัยให้สยาม กรมศิลปากรอธิบายว่า พระราชพิธีดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ และสัมพันธ์กับพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณีซึ่งสืบทอดมายาวนาน ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบ้านเมืองภายใต้พระราชอำนาจของพระองค์
หากมองในบริบทของโลกช่วงนั้น สยามกำลังเผชิญแรงกดดันจากลัทธิล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกอย่างหนัก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายแห่งเริ่มตกอยู่ภายใต้อำนาจของอังกฤษและฝรั่งเศสโดยตรง การขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่ 4 จึงเกิดขึ้นในห้วงเวลาที่สยามจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาเอกราชของบ้านเมือง พระองค์ทรงเลือกแนวทางที่สำคัญมาก คือการเปิดรับความรู้สมัยใหม่ การเจรจากับต่างชาติ และการแสดงให้โลกเห็นว่าสยามเป็นรัฐที่มีอารยธรรม มีระบบ และพร้อมพัฒนาให้ทัดเทียมนานาประเทศ
หนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญที่สุดของรัชกาลที่ 4 หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างยืดหยุ่นและมีเหตุผล พระองค์ทรงเปิดประตูให้สยามมีความสัมพันธ์กับตะวันตกมากขึ้น และทรงใช้การทูตเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเอกราชของราชอาณาจักร เหตุการณ์สำคัญอย่างการทำ สนธิสัญญาเบาว์ริง กับอังกฤษในปี 2398 แม้มีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อเศรษฐกิจและกฎหมายของสยาม แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ทำให้สยามสามารถประคองตนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันของจักรวรรดินิยมได้
ในอีกด้านหนึ่ง รัชกาลที่ 4 ยังทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในเรื่อง วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ พระองค์ทรงศึกษาวิชาดาราศาสตร์อย่างจริงจัง และต่อมาได้รับการยกย่องจากนานาชาติจากการคำนวณและพยากรณ์สุริยุปราคาได้อย่างแม่นยำ เหตุการณ์นี้สะท้อนว่า รัชกาลที่ 4 มิได้ทรงมององค์ความรู้ตะวันตกเป็นภัยคุกคาม แต่ทรงเลือกเรียนรู้และใช้วิทยาการเหล่านั้นเพื่อยกระดับบ้านเมืองและยืนยันศักยภาพของสยามในสายตาชาวโลก
พระองค์ยังทรงมีบทบาทสำคัญในด้านพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการวางรากฐาน คณะธรรมยุติกนิกาย และการเน้นการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างเคร่งครัด ความรู้ทางศาสนาที่พระองค์สั่งสมมาตลอดช่วงเวลาที่ทรงผนวช ทำให้รัชกาลของพระองค์ไม่ใช่เพียงยุคแห่งการเปิดรับตะวันตก แต่ยังเป็นยุคที่มีการจัดระเบียบและทบทวนพุทธศาสนาในสยามอย่างจริงจังด้วย
ดังนั้น พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2394 จึงไม่ใช่แค่พิธีตามราชประเพณีเพื่อรับรองสถานะพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ แต่คือการเปิดฉากของรัชสมัยที่มีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อทิศทางของประเทศ รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นผู้วางสะพานเชื่อมระหว่าง “สยามแบบเดิม” กับ “สยามในโลกสมัยใหม่” และหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระองค์ก็ได้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญให้การปฏิรูปประเทศขยายผลอย่างเด่นชัดยิ่งขึ้นในรัชกาลที่ 5 ต่อมา
เมื่อมองย้อนกลับจากปัจจุบัน “วันนี้ในอดีต 15 พฤษภาคม 2394” จึงเป็นวันที่คนไทยควรรำลึกในฐานะวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย วันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเริ่มต้นรัชสมัยซึ่งนำสยามให้รู้จักการปรับตัว การเรียนรู้ และการยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรีท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ที่มา : https://www.finearts.go.th/pranakornkeereemuseum/view/36369-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A9%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%94?