โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KBANK มองกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า 32.10-32.80 บ. จับตาจีดีพีไทย-ฟันด์โฟลว์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้า (18-22 พ.ค.) ไว้ที่ระดับ 32.10-32.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1/2569 ของไทย ทิศทางเงินทุนไหลเข้าออก (ฟันด์โฟลว์) ของนักลงทุนต่างชาติ สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนภายหลังการประชุมสุดยอดของผู้นำทั้งสองประเทศสิ้นสุดลง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่สำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนเมษายน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นสำหรับเดือนพฤษภาคม บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 28-29 เมษายนที่ผ่านมา รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเมษายนและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ของจีน ตลอดจนตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนของยูโรโซน อังกฤษ และญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อประเมินความเคลื่อนไหวในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-15 พ.ค.) พบว่า ค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในช่วงปลายสัปดาห์ โดยในช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย (Safe Haven) หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อ เนื่องจากทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถตกลงในรายละเอียดและเงื่อนไขของข้อเสนอสันติภาพได้

อย่างไรก็ดี กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดลงในช่วงกลางสัปดาห์ และทยอยแข็งค่ากลับมาได้บางส่วน ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงและสกุลเงินในเอเชีย โดยเฉพาะเงินหยวนที่ได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังเชิงบวกต่อการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

ก่อนที่ในช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าจนแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ระดับ 32.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากการรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยิ่งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไปอีกระยะ เพื่อรอประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีต่อทิศทางเงินเฟ้อของสหรัฐฯ

โดยในวันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม 2569 ค่าเงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับระดับ 32.21 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 พ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 11-15 พฤษภาคม 2569 พบว่า นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยที่ 9,162 ล้านบาท แต่มีสถานะเงินทุนไหลออกสุทธิจากตลาดพันธบัตรไทยจำนวน 11,372 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการขายสุทธิพันธบัตร 11,368 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุอีก 4 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...