ครม.นัดพิเศษ ไฟเขียวร่างงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านลบ. ขยับถกสภา 29 มิ.ย.-1 ก.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 มิ.ย. 69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ซึ่งมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมแทน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจที่สหพันธรัฐรัสเซีย มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็น พร้อมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ
โดย ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงินงบประมาณ 3,788,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 พร้อมมอบหมายให้สำนักงบประมาณจัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ. และเอกสารประกอบงบประมาณ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ก่อนเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบการปรับปรุงปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 (ครั้งที่ 2) โดยเลื่อนกำหนดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระที่ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร จากเดิมวันที่ 1-3 กรกฎาคม 2569 มาเป็นวันที่ 29 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2569 ซึ่งการปรับเปลี่ยนดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อกรอบระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด และไม่ส่งผลต่อช่วงเวลาการประกาศใช้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
สำหรับการจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 สำนักงบประมาณได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 77 วรรคสอง ผ่านเว็บไซต์สำนักงบประมาณ ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2569 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าสู่ระบบรับฟังความคิดเห็นจำนวน 1,783 ราย และมีผู้แสดงความคิดเห็น 236 ความคิดเห็น ก่อนนำผลการรับฟังความคิดเห็นไปประกอบการวิเคราะห์ผลกระทบ การจัดทำร่างพระราชบัญญัติฯ และจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกัน สำนักงบประมาณได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และได้ปรับปรุงรูปแบบให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้นตามแบบการร่างกฎหมาย โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีโครงสร้าง 8 หมวด 41 มาตรา เช่นเดียวกับพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 พร้อมจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมายครบถ้วน
ด้านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการบริหารการคลังและงบประมาณในระยะปานกลาง โดยเพิ่มสัดส่วนรายได้ ปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้สอดคล้องกับขนาดของมูลหนี้และภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาพื้นที่ทางการคลังให้เพียงพอรองรับความเสี่ยงและรายจ่ายที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เป็นเรื่องที่ครม. สามารถรับทราบและให้ความเห็นชอบได้ตามที่เห็นสมควร
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบผลการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่นำมาจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. วงเงิน 10,328.06 ล้านบาท พร้อมเห็นชอบการยกเว้นการปฏิบัติตามมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้สำนักงบประมาณนำผลการพิจารณาดังกล่าวไปดำเนินการรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบฯ ตามขั้นตอนต่อไป