YGG วิ่งต่อ 10% รับข่าวกลุ่ม TIGER แท็กทีม! ใส่เงินเพิ่มทุน 135 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 ม.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ YGG ณ เวลา 10:50 น. อยู่ที่ระดับ 0.89 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 9.88% สูงสุดที่ระดับ 0.96 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 0.82 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 141.34 ล้านบาท
สำหรับราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมา ตอบรับข่าว นายธนัช จุวิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร YGG เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 2568 เวลา 13.00 น. โดยเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท 45,001,406.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 346,000,000.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 300,998,593.50 บาท โดยการตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่ยังไม่ได้จำหน่าย 90,002,813 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
ขณะเดียวกัน มีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดังกล่าว เพื่อพิจารณาและอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท 195,999,766 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 300,998,593.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ 496,998,359.50 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 391,999,532 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
โดยมีรายละเอียดการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 250 ล้านหุ้น ในลักษณะการเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement : PP) จำนวน 6 ราย ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.5400 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 135 ล้านบาท ได้แก่ 1.นายพิรัส ศิริขวัญชัย (อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ด้านยุทธศาสตร์) ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 1.17% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ภายหลังการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้ว ซึ่งอาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการของบริษัท หรือส่งตัวแทนซึ่งอาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการของบริษัท
2.รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี (อดีตผู้อำนวยการด้านบริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์) ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 20 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 2.35% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ซึ่งอาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการของบริษัท หรือส่งตัวแทนซึ่งอาจได้รับการเสนอชื่อให้เป็นกรรมการของบริษัท
3.นางทัศน์ดาว ชมเชย (นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER) ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 30 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 3.52% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 4.นายเธียรชัย ลีสิรวงศ์ ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 35 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 4.11% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด 5.นางสาวอัครภิทย์ตา มีชัยวงค์ (ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 7 ของ TIGER ถือหุ้น 3.6 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 0.78%) ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 75 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 8.80% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด และ 6.นายกิตติ ดุษฎีพฤฒิพันธุ์ (กรรมการ และผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของ TIGER ถือหุ้น 125.11 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 27.20%) ได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน 80 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 9.39% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ YGG ระบุในเอกสารที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ให้เรียกบุคคลในวงจำกัด (Private Placement : PP) ทั้ง 6 รายดังกล่าวรวมกันว่า “ผู้ลงทุน” ซึ่งผู้ลงทุนแต่ละรายไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ระหว่างกันในลักษณะของบุคคลที่กระทำการร่วมกัน (Concert Party)
ส่วนที่ 2 หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลืออีกจำนวน 141,999,532 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จัดสรรไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 2 (YGG-W2) ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราการจัดสรรเท่ากับ 6 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ YGG-W2 (ในกรณีมีเศษให้ปัดทิ้งทั้งจำนวน) โดยมีอัตราการใช้สิทธิเท่ากับ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) ต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น และมีราคาการใช้สิทธิเท่ากับ 3 บาท (เว้นแต่ในกรณีที่มีการปรับอัตราและราคาการใช้สิทธิ) โดยบริษัทจะแจ้งวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ YGG-W2 (Record Date) และกำหนดวันออกใบสำคัญแสดงสิทธิ YGG-W2 ให้แก่ผู้ถือหุ้นต่อไป โดยที่ผู้ลงทุนซึ่งจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่บริษัทออก และเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จะมีสิทธิได้รับการใบสำคัญแสดงสิทธิ YGG-W2 ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติแต่งตั้งให้บริษัท แอ๊ดวานซ์ แคปปิตอล เชอร์วิสเซส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อให้ความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทในการพิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด
สำหรับวัตถุประสงค์การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ คือ 1.ใช้หมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท 95 ล้านบาท และ 2.ใช้ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 40 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4/2568 ส่วนเงินที่ได้จาก YGG-W2 จะใช้เพื่อต่อยอดธุรกิจ และโครงการในอนาคต 426 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4/2571 เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัดในครั้งนี้ และจะได้รับเงินภายในไตรมาส 2/2568
ส่วนผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรต่อหุ้น (Earnings per share dilution หรือ EPS Dilutiion) ไม่มี เนื่องจากบริษัทมีขาดทุนสุทธิจากผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2567 ด้านความคุ้มค่าที่ผู้ถือหุ้นได้รับเปรียบเทียบกับผลกระทบต่อสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้น บริษัทเห็นว่าจะให้ประโยชนแก่ผู้ถือหุ้นมากกว่าผลกระทบต่อการลดลงสิทธิออกเสียง เนื่องจากบริษัทจะได้รับเงินตามที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทั้งในเชิงโครงสร้างทางการเงิน และสัดส่วนของหนี้สินต่อทุนในระยะยาว และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินในการต่อยอดและขยายธุรกิจในอนาคต
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าการเพิ่มทุนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทได้รับเงินจากการเพิ่มทุน สามารถนำมาใช้หมุนเวียน ส่งผลต่อสภาพคล่องที่ดี และมีกระแสเงินสดมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นการระดมทุนอย่างมีเหตุผล มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของบริษัท และเกิดประโยชน์สูงสุด
ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าการเพิ่มทุน และแผนการใช้เงินที่ได้รับมีความสมเหตุสมผล และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และผู้ถือหุ้น เนื่องจากบริษัทยังไม่มีแหล่งเงินทุนอื่นที่เพียงพอในปัจจุบัน และจำนวนเงินที่จะได้รับมีความครอบคลุม เพียงพอต่อแผนการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ตามที่กล่าวแล้ว ที่สำคัญคณะกรรมการบริษัทขอรับรองว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทในเรื่องการเพิ่มทุนครั้งนี้แล้ว