โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สภาหอการค้าฯ ส่งหนังสือค้าน ครม. เคาะกฎหมายนำเข้าสุรา นำร่อง 'ไวน์เสรี'

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ … ) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ โดยมีสาระสำคัญเป็นการยกเลิกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ที่ประสงค์จะขอใบอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรประเภทที่ 1 โดยไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent)

พร้อมกำหนดข้อยกเว้นให้อธิบดีกรมสรรพสามิต มีอำนาจกำหนดให้ผู้ประสงค์จะขอใบอนุญาตประเภทที่หนึ่งต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียวก็ได้ เนื่องจากในระยะแรก กรมสรรพสามิตจะกำหนดให้เฉพาะการนำเข้าสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เท่านั้นที่ผู้ขอใบอนุญาต ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือแจ้งต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อแสดงความคิดเห็นของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประกอบการพิจารณาวาระครม. เกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร ฉบับใหม่

โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว เนื่องจากร่างกฎกระทรวงนี้ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อหลักธรรมาภิบาลทางการค้า ระบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต ความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า ความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมทั้งเสถียรภาพรายได้ของรัฐ อันไม่สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลและเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามหนังสือชี้แจงรายละเอียดเป็นข้อ ๆ ว่า 1. ระบบ Sole Agent เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างธรรมาภิบาลทางการค้า (Trade Governance) เนื่องจากเป็นระบบที่กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบหลักต่อสินค้าที่นำเข้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้การควบคุมภาษีสรรพสามิต ซึ่งรัฐให้ความสำคัญกับการจัดเก็บภาษีให้ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

เมื่อมีการเปิดให้มีผู้นำเข้าคู่ขนาน จะก่อให้เกิดการบิดเบือนการแข่งขัน (Competitive Distortion) และส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบภาษีที่เป็นธรรม (Fair Taxation) เนื่องจากผู้นำเข้าคู่ขนานได้รับความได้เปรียบด้านต้นทุน (Cost Advantage)

โดยไม่ได้แบกรับต้นทุนสำคัญเช่นเดียวกับผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการทำตลาดและการสร้างแบรนด์ (Branding and Marketing Costs) ซึ่งผู้นำเข้าคู่ขนานได้รับประโยชน์จากปัญหา Free-Rider โดยไม่ต้องลงทุนสร้างความต้องการหรือภาพลักษณ์ของสินค้า

ตลอดจนต้นทุนด้านการบริการหลังการขาย การรับประกันและความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค (Service and Liability Costs) ซึ่งผู้นำเข้าคู่ขนานไม่ต้องรับภาระดังกล่าว ความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนนี้เป็นการลดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ (Economic Incentives) สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายในการลงทุนระยะยาว

2. ผู้นำเข้าคู่ขนานยังสามารถกำหนดราคาขายปลีกแนะนำ (Retail Selling Price : RSP) ในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของสินค้า เนื่องจากมีต้นทุนรวมต่ำกว่าอย่างมากการกำหนดราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นฐานภาษี (Tax Base) ซึ่งทำให้ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รัฐสูญเสียรายได้โดยไม่จำเป็น และขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากร

นอกจากนี้ยังสร้างแรงจูงใจเชิงลบ (Perverse Incentives) ให้เกิดการหาช่องทางลดฐานภาษีต่ำกว่าความเป็นจริงเป็นภัยต่อเสถียรภาพรายได้ของรัฐ (Fiscal Stability) และยิ่งทำให้ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการที่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งหมดตกอยู่ในภาวะเสียเปรียบอย่างรุนแรง

3. ในด้านการกำกับดูแลคุณภาพสินค้า ระบบ Sole Agent ยังช่วยให้รัฐสามารถตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะที่การเปิดให้มีผู้นำเข้าคู่ขนานทำให้ยากต่อการยืนยันแหล่งที่มาของสินค้า เพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนหรือการปลอมปนในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบสารอันตรายสินค้าเพียงตัวอย่างตามมาตรฐาน ไม่ได้ตรวจสอบถึงสินค้าปลอมแปลงหรือสินค้าด้อยคุณภาพ จึงไม่เพียงพอในการประกันความปลอดภัยตามหลักสากล (Product Safety Standards)

4. ผู้นำเข้าคู่ขนานยังขาดกลไกความรับผิดชอบที่ชัดเจน เนื่องจากไม่มีพันธะสัญญากับเจ้าของแบรนด์ และขาดกรอบกฎหมายที่กำหนดความรับผิดชอบต่อความเสียหายของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการเรียกคืนสินค้า หรือการชดเชยความเสียหายต่อแบรนด์

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือของตราอากรสรรพสามิต (Excise Stamp) เมื่อสินค้าที่ไม่ชัดเจนแหล่งที่มาได้รับตราภาษี อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบคุณภาพจากรัฐแล้ว หากเกิดปัญหากับสินค้าที่มีตราภาษี ความเชื่อมั่นต่อระบบภาษี (Tax System Credibility) อาจถูกบั่นทอน และนำไปสู่การหันไปซื้อสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษี ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ซ้ำซ้อน

5. ในส่วนของข้อเสนอให้ผ่อนปรนข้อกำหนดการจดแจ้งรายละเอียดฉลากสินค้า การลดทอนข้อกำหนดดังกล่าวจะสร้างช่องโหว่ทางกฎหมาย ที่เปิดโอกาสให้ผู้นำเข้าหลีกเลี่ยงภาษี เช่น การจดแจ้งไวน์องุ่นที่มีอัตราภาษีสูงกว่าให้เป็น “สุราแช่ประเภทอื่น” ซึ่งมีอัตราภาษีต่ำกว่า อันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบภาษีและทำลายความเป็นธรรมในตลาดอย่างกว้างขวาง

การควบคุมฉลากจึงไม่ใช่ภาระราชการที่เกินความจำเป็น แต่เป็นกลไกทางกฎหมายที่สำคัญ (Regulatory Safeguard) ที่ช่วยให้รัฐสามารถยืนยันประเภทสินค้า (Product Classification) และมั่นใจว่าการจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมายรวมถึงป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีอย่างเป็นระบบ

6. ตลาดไวน์ในประเทศไทยประมาณ 98% เป็นไวน์ที่มีราคาจำหน่ายปลีกต่ำกว่า 2,000 บาทต่อขวด ซึ่งโดยสภาพตลาดมักอยู่ภายใต้ระบบตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว และจำเป็นต้องได้รับการกำกับดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ ผู้บริโภคมีระดับความรู้เกี่ยวกับสินค้าในระดับจำกัด และผู้ผลิตมีข้อจำกัดในการควบคุมห่วงโซ่อุปทานมากกว่าไวน์ที่มีราคาสูง

จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการเล็ดลอดของไวน์ด้อยคุณภาพหรือไวน์ปลอมเข้าสู่ตลาด อันอาจกระทบต่อผู้บริโภค ระบบภาษี และความเป็นธรรมทางการค้าโดยรวม

จากข้อพิจารณาและเหตุผลทั้งหกประการดังกล่าวข้างต้น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้นำสุราเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ … ) พ.ศ. ….

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...