‘พิพัฒน์’ประกาศ ปักธงหาดใหญ่ ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี
เมื่อวันที่ 19 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฃนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำ แม่ทัพภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 เบอร์3 พรรคภูมิใจไทย เป็นเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนกว่า 1,200 คน
นายพิพัฒน์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตนเกิดและเติบโตที่ อ.หาดใหญ่ โดยเฉพาะย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตถือเป็นศูนย์กลางการค้าการท่องเที่ยวของภาคใต้ ผู้คนจากทุกพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้านเดินทางมาจับจ่ายใช้สอย แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จนถึงวันนี้ถือว่าพอแล้ว กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ถอยหลัง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หาดใหญ่มีศักยภาพครบถ้วน ทั้งระบบถนน รถไฟ และการบิน เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ เชื่อมโยงไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่กลับเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ถูกคิดตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับงบประมาณก่อสร้างจริงเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น
“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จในยุคที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์ กล่าว
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่อาจพึ่งพาเพียงถนนอย่างเดียว โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันจากกรุงเทพฯ มาหยุดเพียงจังหวัดชุมพร ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ พรรคภูมิใจไทยจึง มีนโยบาย ผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจและลดต้นทุนการเดินทาง
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียงว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วย ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหา ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้คอขวดจราจร และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ด้าน นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร ส.ส. สงขลา เขต 2 กล่าวเสริมถึงการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาการแก้ปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าการเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งละ 100,000 บาท ลดภาระความเดือดร้อนของประชาชนในยามวิกฤต
นายศาสตรา กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของชาวหาดใหญ่และจ. สงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่ กล้าตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้จริง พร้อมยืนยันว่าจะปักหลักทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อม ปักธงหาดใหญ่และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างแท้จริง.