โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MINT วิ่งต่อ 3% โบรกชี้กำไร Q4/68 โต 12% จ่อเปิดโรงแรมใหม่ 50 แห่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 04.49 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ก.พ.69) ราคาหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ เวลา 10:17 น. อยู่ที่ระดับ 24.70 บาท บวก 0.70 บาท หรือ 2.92% ราคาสูงสุด 24.90 บาท ราคาต่ำสุด 24 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 285.60 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลการดำเนินงานของ MINT ในช่วงปลายปี 2568 ยังคงอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรปกติในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 3.2 พันล้านบาท เติบโต 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากธุรกิจโรงแรม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในหลายภูมิภาค

อัตราการจองห้องพักโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% จากปีก่อน โดยเฉพาะในยุโรปและมัลดีฟส์ ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเติบโต 2% และ 8% ตามลำดับ ขณะเดียวกัน โรงแรมในเครือ Anantara ที่ปิดปรับปรุงไปก่อนหน้านี้จำนวน 5 แห่ง ได้กลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับช่วงไฮซีซัน ส่งผลให้อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 16% จากปีก่อน และช่วยหนุนค่า RevPAR เฉลี่ยรวมเติบโต 9%

นอกจากแรงหนุนจากฝั่งรายได้แล้ว ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมความสามารถในการทำกำไร รวมถึงแผนการเปิดร้านอาหารแบรนด์ Poulet เพิ่มอีก 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 4/2568 ยังคงอ่อนตัวที่ -2.6% จากปีก่อน และยอดขายรวมทุกสาขาลดลงเล็กน้อย 0.4% จากการทำโปรโมชั่นทางการตลาด รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ชะลอตัวตลอดปี 2568

สำหรับภาพรวมในปี 2569 บริษัทหลักทรัพย์ พาย มองว่ากำไรปกติยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงเล็กน้อยจากประมาณการเดิม เนื่องจากฐานกำไรปี 2568 ที่ถูกปรับสูงขึ้น โดยประเมินกำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ 9.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 3.3% และคาดว่ากำไรปกติในปี 2569 จะขยายตัวได้ถึง 13% จากปีก่อน

แรงสนับสนุนสำคัญในปี 2569 มาจากแผนการเปิดโรงแรมใหม่ประมาณ 50 แห่ง โดยในไตรมาส 2/2569 มีกำหนดเปิดโรงแรมระดับไฮไลต์หลายแห่ง อาทิ Anantara Safari Camp, Tivoli Palazzo Gaddi และ Avani Mooloolaba ควบคู่ไปกับแนวโน้มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยของโรงแรมในประเทศไทยที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาระดอกเบี้ยที่ลดลง และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากฐานที่อยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการจำหน่ายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าประมาณ 1.2–1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงแผนการนำธุรกิจ MINOR Food เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสมราวไตรมาส 2–3 ปี 2569

อย่างไรก็ดี บล.พาย ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายพื้นฐานขึ้นเป็น 32.60 บาท จากเดิม 31.50 บาท โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด ภายใต้สมมติฐาน WACC 8% และอัตราการเติบโตระยะยาว 1% ทั้งนี้ ระดับมูลค่าหุ้นยังถือว่าน่าสนใจ เมื่อพิจารณาจาก EV/EBITDA ปี 2569 ที่เพียง 4.6 เท่า และค่า P/E ปี 2569 ที่ 13 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...