โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สองแม่ลูกทุกข์ใจ! เพื่อนบ้านปล่อยหมาดุไล่กัดคน แจ้งตร.คดีเงียบ พนง.เซเว่นเจ็บฟรี ปณ.ผวาไม่กล้าส่ง

เดลินิวส์

อัพเดต 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.51 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เจ้ากรรมนายเวรในรูปแบบเพื่อนบ้าน! สองแม่ลูกผวาทุกข์ใจ เพื่อนบ้านเลี้ยงหมาดุเป็นคอก ไร้ความรับผิดชอบ ปล่อยหมากัดคน แม้แจ้งความ สน.ลาดพร้าว ไร้คืบหน้า พนักงานเซเว่นโดนหมากัดต้องเสียเงินรักษาเอง ทุกวันนี้ไปรษณีย์ไทยไม่กล้าเข้ามาส่งของแล้ว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ก.พ. ที่ สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด ตลาดจิงเกิลเบลส์ ถนนวัดเกาะ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ ผู้เสียหายสองแม่ลูก คือ นางวิมลรัตน์ พวงทอง อายุ 56 ปี และ น.ส.ชลลดา แดงสุข อายุ 32 ปี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด โดยนางวิมลรัตน์ พวงทอง เล่าเหตุการณ์ด้วยความทุกข์ระทมใจ ว่า ตนและครอบครัวพักอาศัยอยู่แถวซอยนาคนิวาส 48 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้าน โดยบ้านคู่กรณีที่มีหมาดุนั้น เป็นเครือญาติกัน (ลูกพี่ลูกน้อง) แต่ตนไม่อยากนับญาติ

โดยทางคู่กรณีเริ่มเลี้ยงสุนัขจากตัวแรก คือ สุนัขพันธุ์พิตบูลเพียงตัวเดียว ก่อนจะรับมาเลี้ยงหมาตัวอื่นๆ พันธุ์อื่นๆ คลอดลูกเป็นครอก จนปัจจุบันมีมากกว่า 10 ตัว แต่กลับไม่มีการล้อมรั้วหรือกักขังอย่างเหมาะสม ทำให้สุนัขออกมานอนบนถนนสาธารณะ คุ้ยขยะหน้าบ้านชาวบ้านอื่นๆ วิ่งไล่กัดคนในซอย รวมถึงไรเดอร์และพนักงานส่งของ โดยมีกรณีไรเดอร์และพนักงานร้านสะดวกซื้อ (7-11) เคยถูกสุนัขไล่กัดและเข้าแจ้งความแล้ว แต่เจ้าของสุนัขไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ อ้างว่าไม่ได้ทำงาน ไม่มีเงิน นอกจากนี้ หมาของคู่กรณีก็เคยมากัดรถตนจนเสียหายไป 2 คัน เมื่อไปถามหาความรับผิดชอบ เจ้าของหมาก็ปัดความรับผิดชอบดังเดิม ทั้งที่บ้านเขาก็มีกล้องวงจรปิดทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ตนและลูกๆ ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง เพราะเขาไม่รับผิดชอบในความดุของหมาตัวเอง เราก็ต้องป้องกันตัวเองไว้ก่อน โดยแค่เดินถือไม้ไว้สำหรับป้องกันตัว เพราะกลัวหมาจะเข้ามากัด กลับถูกเจ้าของหมาออกมาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย อ้างว่าถ้าถือไม้จะทำให้หมาดุและหมาจะกัด

นางวิมลรัตน์ เล่าอีกว่า ที่ผ่านมาตนเคยแจ้งสำนักงานเขตลาดพร้าวให้เข้ามาดำเนินการแล้วถึง 2 ครั้ง โดยเจ้าหน้าที่เขตได้มีหนังสือออกมาตรการสั่งให้เจ้าของหมาใส่ตะกร้อปากหมา แต่เขาก็ไม่ทำ ล่าสุดตนไปตามเรื่องที่เขต กลับได้รับคำตอบที่น่าตกใจจากเจ้าหน้าที่เขต ว่า ลองมีแผล หรือคงต้องโดนหมากัดก่อน ถึงจะมีหลักฐานไปแจ้งความเอาผิดได้ ตนจึงคุยประชดกับลูกว่า สงสัยตนคงต้องสละขาให้หมากัดก่อนใช่ไหมถึงจะมีคนมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ ทั้งนี้ ตนต้องการเพียงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาจัดการอย่างจริงจัง เด็ดขาด เพื่อให้คนในชุมชนตรงนั้นสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป ไม่ต้องใช้ชีวิตหวาดระแวงแบบนี้

ด้าน น.ส.ชลลดา เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เวลากลับบ้านต้องให้คนในครอบครัวออกมารับทุกครั้ง จะออกไปไหนก็ต้องมีคนไปด้วย ไม่สามารถเดินเข้า-ออกซอยคนเดียวได้ เพราะหวาดกลัวสุนัขกลุ่มดังกล่าวจะออกมาไล่กัด ที่ผ่านมาเคยสอบถามเพื่อนบ้านในซอยว่าได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ และขอรายชื่อเพื่อรวบรวมยื่นต่อสำนักงานเขตลาดพร้าว ให้เข้ามาช่วยแก้ไข ซึ่งเพื่อนบ้านยืนยันว่าได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน เพราะสุนัขมาถ่ายอุจจาระหน้าบ้านทุกวัน คุ้ยขยะ และสร้างความสกปรก แต่เมื่อรวบรวมข้อมูลไปยื่นที่เขตแล้ว เรื่องก็ยังไม่คืบหน้า นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสุนัขติดต่อกลับมาสอบถามว่า สุนัขมีเจ้าของหรือไม่ และขอคลิปกับภาพผู้ที่ถูกกัด ตนก็ส่งข้อมูลให้ครบถ้วน เบื้องต้นมีการแจ้งว่าอาจเข้ามาลงพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการ และพิจารณาจับสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายออกจากพื้นที่ แต่ภายหลังกลับแจ้งว่าไม่สามารถจับได้ เนื่องจากสุนัขมีเจ้าของ

น.ส.ชลลดา ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้เคยแจ้งเรื่องผ่านแอปพลิเคชัน “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” ของ กทม. 2-3 ครั้ง ทั้งตนและคนในครอบครัวสลับกันแจ้ง รอบแรกเจ้าหน้าที่เข้ามาและแนะนำให้เจ้าของสุนัขใส่ตะกร้อครอบปากหมา แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ รอบที่สอง เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อีกครั้ง และแจ้งว่ามีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของสุนัข ก่อนจะยุติเรื่องไป ส่วนรอบล่าสุด เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากำลังศึกษาแนวทางดำเนินการ แต่สุดท้ายมีการถ่ายภาพร่วมกับเจ้าของสุนัขและปิดเคส โดยที่ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข กระนั้นแม้ในวันที่เจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ สุนัขยังวิ่งเข้าใส่จนเจ้าหน้าที่เองยอมรับว่ากลัวจะถูกกัด ทำให้ตนตั้งคำถามว่า หากแม้แต่เจ้าหน้าที่ยังรู้สึกหวาดกลัว แล้วประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ทุกวันจะไม่กลัวได้อย่างไร และล่าสุดเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะลงพื้นที่อีกครั้งในวันที่ 2 มี.ค. นี้ แต่ไม่ได้ระบุเวลาแน่ชัด เมื่อสอบถามรายละเอียดและคำอธิบาย ก็ไม่ได้รับคำตอบเพิ่มเติม ทำให้ไม่มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร และปัญหาจะได้รับการแก้ไขจริงหรือไม่

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า เคสนี้เป็นความทุกข์ใจอย่างมากของปัญหาเพื่อนบ้าน ถึงขนาดที่นิยามได้ว่า "เจ้ากรรมนายเวรมาในรูปแบบเพื่อนบ้าน" โดยคู่กรณีมีการเลี้ยงสุนัขจำนวนมาก ทั้งที่เก็บมาเลี้ยงและออกลูกออกหลานเองจนมีนับ 10 ตัว แต่กลับไม่มีรั้วรอบขอบชิด ปล่อยให้สุนัขออกมานอนบนถนนสาธารณะและหน้าบ้านคนอื่น จนไปไล่กัดคนส่งอาหาร ไปรษณีย์ และลามไปถึงกัดรถยนต์ของเพื่อนบ้านจนพังเสียหาย พอไปเจรจากลับถูกด่าทอกลับมา แถมเมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เขตลาดพร้าวไปแล้ว เรื่องกลับไม่คืบหน้า วันนี้จึงต้องเข้ามาให้ทางเพจช่วยหาทางออก และหลังรับฟังเรื่องราวแล้ว ตนเข้าใจความทุกข์ของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก เห็นได้จากเอกสารหลักฐานที่รวบรวมไว้จำนวนมาก พร้อมฝากถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงว่า สุนัขหรือแมวอาจน่ารักสำหรับเจ้าของ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะน่ารักสำหรับทุกคน เพราะแม้สัตว์จะไม่กัดเจ้าของ แต่กับเพื่อนบ้าน บุรุษไปรษณีย์ หรือไรเดอร์ส่งของ กลับมีพฤติกรรมไล่กัดตามที่ปรากฏในคลิปซึ่งถือเป็นหลักฐานชัดเจน

นายเอกภพ ระบุว่า หากจะเลี้ยงสัตว์ต้องสามารถดูแลและควบคุมได้ หากปล่อยให้ไปกัดผู้อื่น เจ้าของต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย และอาจมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมฝากถึงผู้กำกับการ สน.โชคชัย ให้ดำเนินคดีตามขั้นตอน เนื่องจากผู้เสียหายได้แจ้งความไว้แล้ว การเลี้ยงสัตว์แล้วปล่อยให้ทำร้ายผู้อื่นถือเป็นความผิดที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ตนยังเรียกร้องไปยังผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หลังมีการร้องเรียนผ่านระบบ “ทราฟฟี่ ฟองดูว์” ถึงผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รวม 3 ครั้ง โดยครั้งแรก เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ถ่ายภาพและแนะนำให้ใส่ตะกร้อครอบปากสุนัขก่อนปิดเคส ครั้งที่สองแจ้งอีกก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข และครั้งที่สามแจ้งเพิ่มเติมกลับได้รับคำตอบว่าจะขอศึกษาข้อมูลก่อน ซึ่งเห็นว่าไม่ควรล่าช้า เพราะกรุงเทพมหานครมีหน่วยงานและกระบวนการดูแลเรื่องนี้โดยตรงอยู่แล้ว

นายเอกภพ เสนอแนวทางว่า เจ้าของควรจัดทำคอกหรือกรงกักสุนัขให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ควรปล่อยเพ่นพ่านหรือขับถ่ายเรี่ยราดบนถนน และหากเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายยิ่งต้องควบคุมอย่างเข้มงวด มิฉะนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ สุนัขยังมีพฤติกรรมจะวิ่งเข้าใส่ จึงเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่าจะประสานผู้กำกับการ สน.โชคชัย และผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...