MI GROUP คาดอุตสาหกรรมโฆษณาปี 69 โต 1.7% สู่ยุค Rebalancing ปรับสมดุลสื่อดั้งเดิม-ดิจิทัล
ส่องฉากทัศน์ “ปีม้าทอง” เม็ดเงินสะพัด 8.7 หมื่นล้าน รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ MI GROUP ชูยุทธศาสตร์ Truly Integrated Media เชื่อมโยง Full-Funnel ตั้งเป้าสัดส่วนสื่อออนไลน์ 45% ทีวี 30% และ OOH 25% ยกกรณีศึกษาเลือกตั้ง 69 สะท้อนพลังสื่อผสมผสาน พร้อมดัน OOH เป็น TRUST Infrastructure สร้างความเชื่อมั่นแบรนด์
28 กุมภาพันธ์ 2569 -MI GROUP เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาและแนวโน้มการสื่อสารการตลาดประจำปี 2569 หรือ "ปีม้าทอง" โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตอย่างมีโครงสร้าง (Structural Growth) หลังเริ่มเห็นความชัดเจนของคณะรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ปลุกความเชื่อมั่นและกำลังซื้อในหลายอุตสาหกรรมให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง
เจาะพอร์ตโฆษณาปีม้าทอง: Personal Care-ค้าปลีก นำทัพขับเคลื่อนเม็ดเงิน 8.7 หมื่นล้าน
MI GROUP คาดการณ์ว่ามูลค่าเม็ดเงินโฆษณารวมทั้งอุตสาหกรรมในปี 2526 จะเติบโตเล็กน้อยที่อัตรา +1.7% โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 87,264 ล้านบาท แม้สื่อออนไลน์จะยังคงครองส่วนแบ่งหลักแต่เริ่มมีอัตราการเติบโตที่ต่ำลง ในขณะที่สื่อดั้งเดิมอย่าง Broadcast TV (มูลค่า 29,149 ล้านบาท) และสื่อนอกบ้าน หรือ OOH Media (มูลค่า 17,918 ล้านบาท) จะกลับมามีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากขึ้นในการสร้างภาพลักษณ์และการเชื่อมต่อพฤติกรรมผู้บริโภคระหว่างโลกจริงและโลกดิจิทัล
สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก (Main Drivers) ของเม็ดเงินโฆษณาในปีนี้ ได้แก่:
- Personal Care: ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ผิวพรรณ และเส้นผม (คาดการณ์ 11,899 ล้านบาท)
- Retail Stores & Outlets: กลุ่มห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีก (8,932 ล้านบาท)
- Non-Alcohol Beverages: กลุ่มเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ (6,320 ล้านบาท)
- Pharmaceuticals & Vitamin: ยาและอาหารเสริม ตามเทรนด์สังคมผู้สูงอายุ (5,664 ล้านบาท)
- Government Projects: การสื่อสารกิจกรรมและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ (4,280 ล้านบาท)
สูตรสำเร็จ 45:30:25 พลิกนิยามใหม่แห่งการบูรณาการสื่อ ตอบโจทย์ Full-Funnel Journey
ในปี 2569 ตลาดโฆษณาจะก้าวเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า “Rebalancing Growth” หรือการปรับหาสมดุลของการสื่อสารผ่านระบบสื่อแบบบูรณาการ (Truly Integrated Media) ซึ่งไม่ใช่เพียงการกระจายงบประมาณไปในหลายแพลตฟอร์ม แต่เป็นการเชื่อมต่อเชิงกลยุทธ์ภายใต้แนวคิดเดียวกัน (Big Idea) เพื่อตอบโจทย์ Full-Funnel Customer Journey ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อซ้ำ
MI GROUP ระบุถึงความสำคัญของการจัดสัดส่วนสื่อ (Media Mix) ที่สมดุลเพื่อสร้างทั้งยอดขายในปัจจุบันและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในอนาคต โดยประเมินสัดส่วนที่เหมาะสมในปีนี้ไว้ที่ สื่อออนไลน์ 45%, สื่อ Broadcast TV 30% และสื่อ OOH 25%
ถอดรหัส ‘เลือกตั้ง 69’ ต้นแบบการใช้สื่อสร้างความเชื่อมั่น (Credibility) สู่สนามธุรกิจ
บทวิเคราะห์ได้ยกตัวอย่าง "การหาเสียงเลือกตั้ง 2569" เป็นโมเดลที่ชัดเจนของ Integrated Media ที่ทรงพลัง โดยมีการใช้รายการข่าวและเวทีดีเบตทางโทรทัศน์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility) ก่อนจะนำเนื้อหาไฮไลท์กระจายสู่โซเชียลมีเดียเพื่อสร้าง Engagement และใช้สื่อ OOH ในการตอกย้ำหมายเลขพรรคและนโยบายในแต่ละพื้นที่จริง
ในยุคที่ผู้บริโภคเผชิญกับข้อมูลล้นหลาม สื่อ OOH ได้ยกระดับจากสื่อสร้าง Awareness สู่การเป็น “TRUST Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานแห่งความน่าเชื่อถือ เนื่องจากเป็นการปรากฏตัวในพื้นที่สาธารณะซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงของแบรนด์
“ในโลกที่ทุกแบรนด์พยายามพูดให้ดังที่สุด แบรนด์ที่ถูกจดจำ ไม่ใช่แบรนด์ที่เสียงดังที่สุด แต่คือแบรนด์ที่อยู่ถูกที่ ถูกเวลา และถูกบริบท… การเติบโตจะไม่มาจากการเลือกสื่อที่ใหม่ที่สุด แต่จะมาจากการเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุด”
ปิดจุดอ่อนการตลาดเดิม: มุ่งสู่ระบบสื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน เปลี่ยนการมองเห็นเป็นความเชื่อถือ
ปี 2569 จะเป็นปีที่นักการตลาดต้องกลับมาทบทวนโครงสร้างการสื่อสารใหม่ทั้งหมด โดยเลิกยึดติดกับสื่อใดสื่อหนึ่งเป็นพระเอก แต่ต้องออกแบบระบบที่ให้แต่ละสื่อทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน สื่อ OOH จะทำหน้าที่เป็น "แกนกลาง" ที่ปักหมุดแบรนด์ในความทรงจำ (Anchor the Message) และเชื่อมโยงโลกออนไลน์เข้ากับพฤติกรรมจริงของผู้บริโภค (Bridge Online & Offline) อย่างมีประสิทธิภาพ
ทิศทางอุตสาหกรรมในปีม้าทองนี้จึงไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวของเม็ดเงิน แต่คือการปฏิรูปวิธีคิดในการใช้สื่อที่ชาญฉลาดและลึกซึ้งกว่าเดิม เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของบริบททางเศรษฐกิจและสังคมไทย