โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่นพบแร่หายากในตะกอนที่เก็บได้จากภารกิจสำรวจใต้ทะเลลึก

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1.02 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตะกอนที่มีแร่หายากถูกเก็บได้จากความลึก 6,000 เมตรในภารกิจทดสอบของญี่ปุ่น ถือเป็นความพยายามครั้งแรกของโลกในการขุดหาแร่หายากในทะเลที่ระดับความลึกดังกล่าว

(ภาพประกอบ) โถแก้วบรรจุแร่หายากภายในห้องเก็บของของบริษัท Tradium ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการค้าแร่หายาก ในเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ทางตะวันตกของเยอรมนี โดยมีตัวอย่างไดสโปรเซียม (Dysprosium) อยู่ด้านซ้ายบน (Photo by Kirill KUDRYAVTSEV / AFP)

เรือขุดเจาะน้ำลึกชิกิว (Chikyu) ของญี่ปุ่น (Photo by TOSHIFUMI KITAMURA / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 กล่าวว่ารัฐบาลโตเกียวเปิดเผยการพบตะกอนที่มีแร่หายาก (แรร์เอิร์ธ - Rare Earth) ซึ่งถูกเก็บได้จากความลึก 6,000 เมตร (ประมาณ 20,000 ฟุต) ในภารกิจทดสอบของญี่ปุ่นซึ่งเป็นความพยายามที่จะลดการพึ่งพาจีนสำหรับแร่ธาตุที่มีค่าเหล่านี้

ญี่ปุ่นระบุว่าภารกิจนี้เป็นความพยายามครั้งแรกของโลกในการขุดหาแร่หายากในทะเลที่ระดับความลึกดังกล่าว

เคอิ ซาโตะ โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า "รายละเอียดต่างๆ จะได้รับการวิเคราะห์อย่างละเอียด รวมถึงปริมาณแร่หายากที่พบในวัตถุตัวอย่าง" และเรียกสิ่งนี้ว่า "ความสำเร็จที่มีความหมายทั้งในแง่ของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทางทะเลอย่างครอบคลุม"

ตัวอย่างดังกล่าวถูกเก็บรวบรวมโดยเรือขุดเจาะทางวิทยาศาสตร์ในทะเลลึกชื่อชิกิว (Chikyu) ซึ่งออกเดินทางเมื่อเดือนที่แล้วไปยังเกาะมินามิโทริชิมะอันห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเชื่อกันว่าน่านน้ำโดยรอบอุดมไปด้วยแร่ธาตุมีค่า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้จัดหาแร่หายากรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนว่า รัฐบาลโตเกียวอาจตอบโต้ทางทหารต่อการโจมตีไต้หวันซึ่งรัฐบาลปักกิ่งได้ให้คำมั่นว่าจะยึดครองโดยใช้กำลังหากจำเป็น

รัฐบาลปักกิ่งได้ปิดกั้นการส่งออกสินค้า "สองวัตถุประสงค์" ที่อาจใช้ในทางทหารไปยังญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เกิดความกังวลในญี่ปุ่นว่าอาจทำให้การจัดหาแร่หายากหยุดชะงัก

แร่หายากคือ โลหะ 17 ชนิดที่ยากต่อการสกัดจากเปลือกโลก ซึ่งถูกนำไปใช้ในทุกสิ่งตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า, ฮาร์ดไดรฟ์, กังหันลม ตลอดจนขีปนาวุธ

ทั้งนี้ พื้นที่รอบเกาะมินามิโทริชิมะซึ่งอยู่ในน่านน้ำเศรษฐกิจของญี่ปุ่น คาดว่ามีแร่หายากมากกว่า 16 ล้านตัน ซึ่งหนังสือพิมพ์ธุรกิจนิกเคอิระบุว่าเป็นแหล่งสำรองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก

แหล่งแร่ที่อุดมสมบูรณ์เหล่านี้มีไดสโปรเซียม (Dysprosium) ซึ่งใช้ในแม่เหล็กแรงสูงในโทรศัพท์และรถยนต์ไฟฟ้า และอิตเทรียม (Yttrium) ซึ่งใช้ในเลเซอร์ โดยคาดว่ามีปริมาณสำรองอยู่ประมาณ 730 ปี และ 780 ปี ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเตือนว่าการทำเหมืองในทะเลลึกคุกคามระบบนิเวศทางทะเลและจะทำลายพื้นทะเล

ประเด็นนี้กลายเป็นจุดร้อนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการผลักดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เพื่อเร่งดำเนินการในน่านน้ำสากล

องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยพื้นทะเล (ISA) ซึ่งมีอำนาจเหนือพื้นมหาสมุทรนอกน่านน้ำของประเทศต่างๆ กำลังผลักดันให้มีการนำรหัสสากลมาใช้เพื่อควบคุมการทำเหมืองแร่ในระดับความลึกของมหาสมุทร

แต่ภารกิจทดสอบของญี่ปุ่นดำเนินการภายในน่านน้ำของตนเอง

"หากญี่ปุ่นสามารถสกัดแร่หายากรอบๆ เกาะมินามิโทริชิมะได้อย่างต่อเนื่อง จะเป็นการสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศสำหรับอุตสาหกรรมที่สำคัญ" ทาคาฮิโร คามิสึนะ นักวิจัยจากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (IISS) กล่าว และเสริมว่า "ในทำนองเดียวกัน การลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีนอย่างมีนัยสำคัญจะเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับรัฐบาลของทาคาอิจิ"

ทั้งนี้ รัฐบาลปักกิ่งใช้ความได้เปรียบในด้านแร่หายากเป็นเครื่องมือต่อรองทางภูมิรัฐศาสตร์มานานแล้ว รวมถึงในสงครามการค้ากับรัฐบาลทรัมป์

จีนครองส่วนแบ่งเกือบสองในสามของการผลิตแร่หายากทั่วโลก และ 92% ของผลผลิตแร่หายากที่ผ่านการสกัดแล้วทั่วโลก ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...