X เปิดตัวฟีเจอร์ 'Starterpacks' มัดรวมบัญชี Bitcoin และคริปโตชื่อดังให้ติดตามในคลิกเดียว
X เปิดตัวฟีเจอร์ ‘Starterpacks’ มัดรวมบัญชี Bitcoin และคริปโตชื่อดังให้ติดตามในคลิกเดียว
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X กำลังเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า “Starterpacks” ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานใหม่สามารถติดตามบัญชีผู้ใช้งานที่มีอิทธิพลในหัวข้อที่สนใจได้ทันที โดยเฉพาะในกลุ่ม Cryptocurrency และ Bitcoin เพื่อลดความยุ่งยากในการค้นหาบัญชีคุณภาพด้วยตนเอง นิกิตา เบียร์ (Nikita Bier) หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ X เปิดเผยว่าฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
คัดสรรกว่า 1,000 หมวดหมู่ เพื่อการเข้าถึง Niche Market
ทีมงานของ X ใช้เวลานานหลายเดือนในการรวบรวมและคัดเลือกบัญชีผู้ใช้งานที่โดดเด่นจากทั่วโลกในทุกแขนง โดยปัจจุบันมี “แพ็กเกจ” บัญชีที่เตรียมไว้แล้วมากกว่า 1,000 หมวดหมู่ความสนใจ ครอบคลุมตั้งแต่เรื่องการเงิน ธุรกิจ เทคโนโลยี ไปจนถึงแฟชั่นและข่าวสาร
หมวดหมู่ที่น่าสนใจสำหรับชาวคริปโต:
- Memecoin Trading: รวมเหล่านักเทรดเหรียญมีมที่มีอิทธิพลในตลาด
- Economics Professors: บัญชีของเหล่าอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์เพื่อการวิเคราะห์เชิงลึก
- Software Builders: นักพัฒนาซอฟต์แวร์และนวัตกรในโลกบล็อกเชน
- Finance & Business: แหล่งรวมข่าวสารการลงทุนและกลยุทธ์ทางธุรกิจ
แก้โจทย์ยอด Engagement ของ Bitcoin ที่ลดลง
การเปิดตัวฟีเจอร์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ข้อมูลระบุว่าการมีส่วนร่วมในกลุ่ม Crypto X เริ่มมีสัญญาณลดลง โดยสถิติจากปี 2025 พบว่าจำนวนโพสต์ที่มีคำว่า “Bitcoin” บน X ลดลงถึง 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นิกิตา เบียร์ มองว่าความท้าทายที่ยากที่สุดของ X คือการทำให้ผู้ใช้งานก้าวข้ามหน้าฟีดข่าวการเมืองหรือกระแสหลัก แล้วเข้าไปพบกับ “ความมหัศจรรย์ของ X” ในกลุ่มความสนใจเฉพาะด้าน (Niche Interests) ที่พวกเขาต้องการจริงๆ
คอนเซปต์ที่ไม่ใหม่แต่ทรงพลัง
แม้ว่าแนวคิด Starterpacks จะดูน่าสนใจ แต่ X ไม่ใช่แพลตฟอร์มแรกที่ริเริ่มฟีเจอร์นี้ ก่อนหน้านี้ Bluesky ได้เปิดตัวฟีเจอร์ที่ชื่อคล้ายกันไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 ขณะที่ Threads คู่แข่งจากเครือ Meta ก็เริ่มทดสอบฟีเจอร์การติดตามฟีดที่คัดสรรโดยสมาชิกในชุมชนไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานผู้ใช้งานกลุ่มคริปโตที่แข็งแกร่งที่สุดบน X ทำให้ฟีเจอร์นี้ถูกจับตามองว่าจะสามารถดึงดูดนักลงทุนและผู้ใช้งานใหม่ให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/x-launches-starterpacks-bitcoin-crypto-top-posters
Ethereum ระส่ำ! Funding Rate ติดลบครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ แต่กระทิงยังไม่กล้ารับของ
สถานการณ์ของ Ethereum (ETH) ในช่วงสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยความท้าทาย หลังจากราคาเผชิญกับการปรับฐานอย่างรุนแรงถึง 13.8% ภายในเวลาเพียง 3 วัน จนลงไปทดสอบแนวรับที่ระดับ 2,900 ดอลลาร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ว่าราคาจะดีดกลับมายืนเหนือ 3,000 ดอลลาร์ได้ชั่วคราวหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศระงับการขึ้นภาษีนำเข้าจากยุโรป แต่เหล่านักเทรดส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวัง
สัญญาณ Funding Rate ติดลบ: โอกาสหรือความเสี่ยง?
สิ่งที่น่าสนใจคืออัตราค่าธรรมเนียมการถือสถานะ (Funding Rate) ของสัญญา Perpetual Futures ของ ETH ได้พลิกกลับมาติดลบชั่วคราว ซึ่งหมายความว่าฝั่งขาย (Short) ต้องเป็นฝ่ายจ่ายเงินให้ฝั่งซื้อ (Long) เพื่อเปิดสถานะไว้ โดยปกติแล้วนักเทรดมักมองว่านี่คือสัญญาณซื้อที่รุนแรงเพราะตลาดหมีเริ่มหมดแรง แต่ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าเหล่านักลงทุนกระทิงจะยังไม่ยอม “งับเหยื่อ” เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการล้างพอร์ตฝั่ง Long มูลค่ากว่า 480 ล้านดอลลาร์ ที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมา
Ether US-listed spot ETFs daily net flows ที่มา: Farside Investors
สถาบันเริ่มถอยห่างจาก Ether ETF
ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันดูเหมือนจะสั่นคลอนหลังจากพบยอดเงินไหลออกสุทธิจากกองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ สูงถึง 230 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพลิกกลับจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่มีเงินไหลเข้าเฉลี่ย 96 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทที่ใช้กลยุทธ์เก็บ ETH เป็นสินทรัพย์สำรองอย่าง Bitmine Immersion และ Sharplink ต่างก็กำลังเผชิญกับการขาดทุนทางบัญชีอย่างหนัก
ปัจจัยทางเทคนิคและคู่แข่งที่แข็งแกร่งขึ้น
จากการวิเคราะห์ตลาดออปชัน (Options Skew) พบว่าวาฬและ Market Makers กำลังยอมจ่ายพรีเมียมสูงถึง 11% เพื่อซื้อประกันราคาขาลง (Put Options) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นรายใหญ่ไม่ได้มองว่าราคาจะกลับตัวในเร็วๆ นี้ แต่กำลังกังวลว่าราคาจะร่วงลงไปอีกหลังจากพยายามทะลุแนวต้าน 3,400 ดอลลาร์ไม่สำเร็จหลายครั้ง
การแข่งขันจาก Solana และ BNB Chain
ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่าค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ลดลงถึง 20% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Solana มีค่าธรรมเนียมพุ่งสูงขึ้น 36% และ BNB Chain เพิ่มขึ้น 27% นอกจากนี้ Solana ยังคงครองแชมป์ปริมาณธุรกรรมรวมที่สูงกว่า Ethereum และ Layer 2 ทั้งหมดรวมกันอย่างชัดเจน
ตราบใดที่ความชัดเจนทางเศรษฐกิจมหภาคและการแก้ไขปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่สิ้นสุด โอกาสที่ Ethereum จะกลับไปยืนเหนือ 3,400 ดอลลาร์ ได้อย่างยั่งยืนในระยะสั้นนี้จึงยังคงดูเลือนลาง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/ethereum-funding-rate-negative-bulls-risk-averse
อิหร่านหันซบ Tether! กว้านซื้อ 507 ล้าน USDT พยุงค่าเงินเรียล
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในประเทศอิหร่านเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหนักในปี 2026 เมื่อแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดังอย่าง Elliptic ออกมาเปิดเผยรายงานว่า ธนาคารกลางแห่งอิหร่าน (CBI) ได้สะสมเหรียญ Tether (USDt) มูลค่ารวมกว่า 507 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำมาใช้แทรกแซงตลาดเงินและพยุงค่าเงินเรียล (Rial) ที่กำลังล่มสลายอย่างรุนแรง
การใช้ USDt ในฐานะอาวุธทางการเงินของธนาคารกลาง
รายงานจาก Elliptic ระบุว่า ธนาคารกลางอิหร่านเริ่มสะสม USDt อย่างจริงจังในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญกับความผันผวนขั้นสุด โดยค่าเงินเรียลร่วงลงกว่าครึ่งหนึ่งภายในเวลาเพียง 8 เดือน สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ CBI ต้องตัดสินใจใช้เหรียญ Stablecoin เข้าไปซื้อเงินเรียลบนกระดานเทรด Nobitex ซึ่งเป็นกระดานเทรดที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน
การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำ “Open Market Operations” หรือการปฏิบัติการทางตลาดการเงินที่โดยปกติจะต้องใช้เงินสำรองระหว่างประเทศที่เป็นเงินสด แต่นี่เป็นกรณีตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการวิกฤตค่าเงินแทนเงินสำรองแบบดั้งเดิม
เส้นทางการโยกย้ายเงินและการเผชิญหน้ากับมาตรการระงับบัญชี
หลังจากที่ Nobitex ประสบปัญหาด้านความปลอดภัยในเดือนมิถุนายน 2025 ธนาคารกลางอิหร่านได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การถือครองคริปโต โดยมีการโอนย้าย USDt ผ่านบริการ Cross-chain Bridge เพื่อย้ายเงินจากเครือข่าย TRON ไปยัง Ethereum ก่อนที่จะแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อกระจายไปยังบล็อกเชนและกระดานเทรดต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน Tether ผู้สนับสนุนเหรียญ USDt ยังคงมีอำนาจในการระงับการใช้งานบัญชี (Blacklist) ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าวอลเล็ตหลายแห่งที่เชื่อมโยงกับธนาคารกลางอิหร่านถูกขึ้นบัญชีดำ ส่งผลให้เงินมูลค่าประมาณ 37 ล้านดอลลาร์ถูกแช่แข็งไว้ทันที
ชาวอิหร่านแห่ถือคริปโตเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ไม่ใช่เพียงแค่รัฐบาลเท่านั้นที่หันหาคริปโต แต่ประชาชนชาวอิหร่านก็หันมาพึ่งพาสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้นท่ามกลางการประท้วงและความไม่แน่นอน ข้อมูลจาก Chainalysis พบว่าระบบนิเวศคริปโตในอิหร่านเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนมีมูลค่าสูงกว่า 7.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดยคนในพื้นที่หันมาใช้ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ เป็น “หลุมหลบภัย” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเกินควบคุม
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคปี 2026 สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเก็งกำไรอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญทั้งในระดับประชาชนและระดับนโยบายของรัฐในการต่อสู้กับวิกฤตเศรษฐกิจระดับมหภาค
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/iran-central-bank-buys-507m-tether-prop-up-rial