โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ซื้อกรีนแลนด์ต้องใช้อะไร? ดูอดีต-กฎหมาย หลังทรัมป์โวมีกรอบข้อตกลงแล้ว

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
หากย้อนดูประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะพบว่า สหรัฐฯ เคยขอซื้อดินแดนจากเดนมาร์กมาแล้ว ครั้งนั้นทำอย่างไร และปัจจัยหลักที่ต้องมีคืออะไร?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังหาข้อตกลงที่เป็นไปได้ว่าด้วยกรีนแลนด์ หลังจากหารือกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต โดยท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับที่ทรัมป์ถอยจากแผนการขึ้นภาษีต่อชาติพันธมิตรยุโรป ที่เคยคัดค้านแนวคิดการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ของสหรัฐฯ

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า การหารือกับผู้นำนาโตเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์มาก และนำไปสู่ “กรอบ” ของข้อตกลงว่าด้วยกรีนแลนด์และอาร์กติก แต่ทรัมป์ให้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เช่นเดียวกันกับนาโตที่ประกาศว่า การประชุมดังกล่าวเป็นไปมีประสิทธิภาพมาก และการหารือว่าด้วยกรอบข้อตกลงที่ทรัมป์เอ่ยถึง จะโฟกัสไปที่การรับประกันความมั่นคงของอาร์กติกหรือขั้วโลกเหนือ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่เมืองดาวอสว่า เขาจะไม่ใช้กำลังทางทหาร แต่ต้องการเปิดการเจรจาเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิความเป็นเจ้าของดินแดนดังกล่าว

หลังจากนั้น ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา รายละเอียดบางส่วนเริ่มถูกเปิดเผยออกมา

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า ข้อตกลงที่เป็นไปได้นี้อาจมีผล “ตลอดไป” และอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในแร่ธาตุ รวมถึงโครงการระบบป้องกันขีปนาวุธ “โดมทอง” หรือโกลเดนโดมที่ทรัมป์เคยวาดภาพไว้ โดยระบบดังกล่าวจะเป็นเครือข่ายเครื่องสกัดและระบบตรวจจับ ครอบคลุมทั้งบนบก ทางทะเล และในอวกาศ เพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ระบุชัดเจนว่า ข้อเสนอดังกล่าวรวมถึงการที่สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าของดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์กแห่งนี้หรือไม่ แต่บอกกับสถานีโทรทัศน์ของสหรัฐฯ ว่า แผนอาจเกี่ยวข้องกับสิทธิในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่ธาตุ

ถ้าจะซื้อกรีนแลนด์ จะต้องซื้ออย่างไร?

สิ่งที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้ประกาศออกมาก็คือ กระบวนการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าซื้อกรีนแลนด์นั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้ว่าทรัมป์จะบอกว่า เขาจะไม่ใช้กำลังทางการทหาร แต่การเข้าไปซื้อดินแดนนั้นก็ต้องทำให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย

จากข้อความในรัฐธรรมนูญและบทเรียนจากประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า หากต้องการทางเลือกที่สันติกว่าการใช้กำลังทหารเข้ายึด ทรัมป์จำเป็นต้องให้สัตยาบันสนธิสัญญากับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ เพื่อซื้อเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้

ตามรัฐธรรมนูญ การให้สัตยาบันสนธิสัญญาจำเป็นต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากวุฒิสมาชิกอย่างน้อย 67 คน ซึ่งจากสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน หมายความว่าทรัมป์ต้องโน้มน้าวทั้งพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรคของเขาเอง และสมาชิกเดโมแครต ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ให้สนับสนุน นอกจากนี้ เขายังต้องขออนุมัติงบประมาณจากรัฐสภาเพื่อใช้ในการซื้อกรีนแลนด์

แต่ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิกจากทั้งสองพรรคได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อปกป้องนาโต ด้วยการสกัดไม่ให้ทรัมป์สามารถเข้าซื้อกรีนแลนด์ได้

ย้อนดูอดีตที่สหรัฐฯ เคยซื้อดินแดนจากเดนมาร์ก

แม้แรงต้านในสภาคองเกรสจะมีอยู่ แต่ทรัมป์ก็ดูไม่น่าจะยอมถอยง่าย ๆ จึงอาจต้องย้อนดูเส้นทางยาวนานกว่า 50 ปี ที่สหรัฐฯ ใช้ในการให้ได้มาซึ่งดินแดนที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ ซึ่งก็เป็นการซื้อจากเดนมาร์กเช่นกัน

ในช่วงสงครามกลางเมือง สหรัฐฯ ภายใต้การนำของรัฐมนตรีต่างประเทศในขณะนั้น ที่ชื่อวิลเลียม ซูเวิร์ด ตระหนักถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของหมู่เกาะดังกล่าว และพยายามซื้อจากเดนมาร์กซึ่งแสดงความยินยอม ในราคา 7.5 ล้านดอลลาร์ ทั้งสองฝ่ายได้เจรจาจัดทำสนธิสัญญา และได้รับการอนุมัติจากการลงคะแนนเสียงในเดนมาร์ก

อย่างไรก็ตาม ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พบว่า การซื้อขายในปี 1867 ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากวุฒิสภาไม่ให้สัตยาบันสนธิสัญญา

ต่อมา ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 วุฒิสภาสหรัฐฯ เคยให้ความเห็นชอบต่อสนธิสัญญากับเดนมาร์กเพื่อซื้อหมู่เกาะดังกล่าวมาแล้ว แต่ครั้งนั้นข้อตกลงต้องล้มเหลวลง เนื่องจากรัฐสภาเดนมาร์กไม่ลงนามรับรอง

จนกระทั่งเมื่อเงาของสงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มคืบคลาน สหรัฐฯ จึงใช้ท่าทีแข็งกร้าว โดยแทบจะขู่ว่าจะเข้ายึดครองหมู่เกาะเหล่านี้ การคุกคามดังกล่าวเพียงพอที่จะทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นจริง ในราคา 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เป็นเหรียญทอง

วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้ความเห็นชอบต่อสนธิสัญญาในเดือนกันยายน ปี 1916 หลังจากที่รัฐสภาเดนมาร์ก พระมหากษัตริย์เดนมาร์ก และการลงประชามติ (ซึ่งหมายถึงการลงคะแนนเสียงโดยตรงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด) อย่างไรก็ตาม ตามบันทึกประวัติศาสตร์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ไม่มีการจัดให้ชาวเกาะได้ลงคะแนนแสดงความคิดเห็นต่อข้อตกลงนี้แต่อย่างใด

แต่ในท้ายที่สุด หลังอนุมัติข้อตกลงดังกล่าวแล้ว หมู่เกาะนั้นก็กลายมาเป็นของสหรัฐฯ

ดังนั้น หากเรามองย้อนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จะพบว่า 3 ปัจจัยสำคัญที่สหรัฐฯ ต้องมีเพื่อซื้อกรีนแลนด์ ได้แก่

  • ไม่มีราคาซื้อขายที่ชัดเจน
  • ไม่มีความร่วมมือโดยสมัครใจจากเดนมาร์กหรือกรีนแลนด์
  • ไม่มีวุฒิสภาที่พร้อมสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว

แต่ทั้งสามประเด็นที่ว่านี้ ทรัมป์ยังขาดการสนับสนุนทุกฝ่าย โดยเฉพาะท่าทีความสมัครใจจากเดนมาร์กและกรีนแลนด์เอง ส่วนวุฒิสมาชิก โดยเฉพาะ เดโมแครตก็มีท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน

BBC, CNN

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...