สปสช.ตอบข้อเสนอ'กมธ.ศึกษางบประมาณ' ชี้สิทธิประโยชน์บัตรทองล้วนมาจากความเห็นแพทย์
เมื่อวันที่ 21 มกราคมทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะอนุกรรมาธิการศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาล ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มัข้อเสนอแนะว่า สปสช.ควรชะลอการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ป่วยบัตรทองเพื่อชะลอปัญหาด้านงบประมาณ ว่า อันดับแรกต้องเน้นย้ำว่าสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่มีการพิจารณาออกมานั้น ล้วนผ่านความเห็นของประชาชน ราชวิทยาลัย องค์กรวิชาชีพเป็นผู้ทำเรื่องเสนอมาที่ สปสช. จากนั้นจะมีการศึกษาหลายอย่าง เช่น สิ่งที่เสนอมานั้นทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“สำคัญคือการจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ ต้องคำนึงถึงงบประมาณเป็นสำคัญ ถ้าไม่มีงบ เราก็ไม่เพิ่ม” ทพ.อรรถพร กล่าว
ถามต่อถึงข้อสังเกตว่าการออกสิทธิประโยชน์มา โดยไม่ถามผู้ให้บริการว่ามีความสามารถให้บริการได้หรือไม่ เพราะในบอร์ดสปสช.มีแต่ภาคประชาชน ไม่มีภาคของผู้ให้บริการ ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ข้อสังเกตนี้อาจเป็นการดูถูกภาคประชาชนมากไป เพราะก่อนที่เรื่องการเพิ่มสิทธิประโยชน์จะมาถึงบอร์ดสปสช.นั้น ต้องผ่านขั้นตอนเยอะมาก โดยสามารถติดตามการทำงานเหล่านั้นได้ ซึ่งขั้นตอนก่อนจะออกสิทธิประโยชน์ สปสช.ต้องเชิญทางหน่วยงานต่างๆ มาให้ความเห็นในรายละเอียดและความจำเป็น เพราะข้อเสนอที่มาจากองค์กรวิชาชีพ ก็ล้วนมาความเห็นจากแพทย์หน่วยงานต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีกลไกการรับฟังความเห็น ก่อนจะออกมาเป็นสิทธิประโยชน์
“เราขอบคุณในข้อเสนอต่างๆ เรายินดี และพร้อมดำเนินการให้เข้มข้นขึ้น” ทพ.อรรถพร กล่าว
เมื่อถามว่าข้อเสนอให้ชะลอเพิ่มสิทธิประโยชน์ จะสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ตามกระบวนการ สปสช. จะมีการทำแผนงบประมาณรายปีล่วงหน้า 2 ปี ดังนั้น งบประมาณปีนี้ ก็จะเกิดขึ้นจากการคิดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่โจทย์สำคัญยังคือ การเพิ่มทุกสิทธิประโยชน์ จะต้องมีงบรองรับ ดังนั้นสิ่งที่เพิ่มมาในปีนี้ ล้วนผ่านความเห็นชอบจากสำนักงบประมาณมาแล้ว ดังนั้น ถ้าปีนี้ไม่มีงบประมาณ ก็จะไม่เกิดสิทธิประโยชน์ในอีก 2 ปีข้างหน้า
เมื่อถามว่ามีการพิจารณการใช้งบของ สปสช. เพิ่มขึ้นทุกปี ติดลบทุกปี ยกเว้นปี 2565 ที่มีการระบาดโควิด-19 แล้ว สปสช.ได้รับงบเพิ่ม ทำให้ไม่ติดลบ ทพ.อรรถพร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องดูให้รอบด้าน เพราะ สปสช. เป็นผู้รับผิดชอบรายรับของโรงพยาบาล เป็นหนึ่งในสามกองทุนใหญ่ที่ส่งงบประมาณไปให้กับโรงพยาบาลตามผลงาน จากนั้นมาดูฝั่งรายจ่ายด้วย ต้องดูทุกมิติว่าจะบริหารงบที่มีให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างไร
เมื่อถามต่อถึงข้อเสนอว่า สปสช.ไม่ควรกันเงินไว้ที่ส่วนกลาง ควรกระจายให้โรงพยาบาลจัดการเอง ให้เป็นการใช้งบปลายเปิด ทพ.อรรถพร กล่าวว่า การกันเงินไว้ส่วนกลางที่หมายถึงคือส่วนใด จะต้องลงรายละเอียดมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เงินงบที่ สปสช.กันเอาไว้ เพื่อที่ว่าหากโรงพยาบาลให้บริการได้ ก็มาเบิกตามผลงาน นี่คือการประกันความเสี่ยง
“ถ้าโรงพยาบาลA มีประชากรราว 1 หมื่นคน ได้งบประมาณตามสัดส่วนประชากรไปส่วนหนึ่ง แต่กลับมีผู้ป่วยโรคมะเร็งในพื้นที่ประมาณ 10% ทั้งยังไม่มีศักยภาพในการรักษา จำเป็นต้องส่งต่อไปที่อื่น แล้วถ้า สปสช. โอนเงินงบรายหัวไปให้ทั้งหมดแล้ว โรงพยาบาลA ก็ต้องจ่ายค่ารักษาหลังส่งต่อผู้ป่วยเองทั้งหมด โรงพยาบาลก็จะไม่มีเงินไปจ่าย ดังนั้น บางรายการต้องมีการสงวนไว้ บริการที่มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องมีเงินส่วนกลางไว้ เพื่อเฉลี่ยการใช้เงินของแต่ละโรงพยาบาล เพื่อให้ระบบอยู่รอด ดังนั้นการพูดรวมๆ ไม่เกิดประโยชน์ ต้องดูเป็นรายกลุ่มถึงจะเกิดประโยชน์” ทพ.อรรถพร กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สปสช.ตอบข้อเสนอ’กมธ.ศึกษางบประมาณ’ ชี้สิทธิประโยชน์บัตรทองล้วนมาจากความเห็นแพทย์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th