โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เบทาโกรกวาดกำไรพุ่ง 171%

เดลินิวส์

อัพเดต 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1.00 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เบทาโกร รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนการดำเนินงานตามแผนอย่างมีวินัย การปรับพอร์ตสินค้าที่มีประสิทธิภาพ และการมุ่งเน้นการเติบโตที่สร้างผลตอบแทนมากขึ้น

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 68 มีกำไร มีสุทธิ จำนวน 6,684.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.0% จาก 2,466.2 ล้านบาท ในปีก่อน มีรายได้รวมเติบโต 7 % เป็น 122,950.3 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 16.9% จาก 13.5% ของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจากการปรับพอร์ตสินค้าให้ทำกำไรได้มากขึ้น และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ในปี 68 นี้ ถือเป็นปีแห่งความก้าวหน้าที่วัดผลได้ชัดเจน โดยสามารถเพิ่มอัตรากำไรได้มากขึ้น สร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มคุณภาพพอร์ตสินค้าได้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ การดำเนินงานตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น

นายวสิษฐ กล่าวอีกว่า บริษัทยังคงเดินหน้าปรับสมดุลพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น โดยสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์แปรรูปและอาหารพร้อมทานเพิ่มขึ้น 8.6% จากปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรขยายตัวและเพิ่มเสถียรภาพของกำไร ขณะที่ยอดขายผ่านช่องทางจำหน่ายที่มีอัตรากำไรสูงปรับตัวดีขึ้น โดยรายได้จากกลุ่มลูกค้า Foodservice และโมเดิร์นเทรดเติบโต 19.5% จากปีก่อน โดยช่องทางเหล่านี้ให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าและมีความต้องการที่มั่นคงกว่า ซึ่งช่วยสนับสนุนให้รายได้เติบโตอย่างมีคุณภาพส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเติบโต 21.1% เทียบกับปีก่อน จากการรุกเจาะตลาดเชิงลึกและการสร้างเครือข่ายพันธมิตรเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 5.4% จาก 2.1% ในปีก่อน

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมลงทุนต่อเนื่อง มูลค่า 5,300 ล้านบาท ในโครงการที่กำหนดไว้ตามแผน เพื่อเติบโตรายได้ ยกระดับผลิตภาพ และปรับปรุงเทคโนโลยีให้ทันสมัย โดยทุกโครงการต้องผ่านเกณฑ์ผลตอบแทนที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมีอัตราผลตอบแทนของการลงทุน (IRRs) ที่คาดหวังในระดับสองหลัก และมีระยะเวลาคืนทุนเป็นไปตามกรอบการลงทุนที่เข้มงวดของบริษัทฯและยังพิจารณาโอกาสการเติบโตจากภายนอกที่เหมาะสม เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากดีลควบรวมกิจการ Eggriculture ในสิงคโปร์

“เรากำลังสร้างเบทาโกรให้แข็งแกร่งขึ้นและมียุทธศาสตร์มากขึ้น ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและวินัยทางการเงิน สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ การสร้างกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเพิ่มผลตอบแทนจากเงินลงทุน และการสร้างมูลค่าในระยะยาว” นายวสิษฐ กล่าวสรุป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...