โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่ได้รุกราน ชี้ป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ย้ำอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 17.00 น.

ทบ.ตอกกลับกัมพูชา ยันป้องกันตัวตามกฎหมายสากล ชี้ฝ่ายเขมรรุกล้ำชายแดนมาฝั่งไทยกว่า 40 ปี ขออย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือตามข้อตกลง

วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่ากระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศที่ประจำอยู่ในกัมพูชาลงพื้นที่ อำเภอโอวโจรว และอำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ตรงข้าม อำเภอโคกสูง และอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วของไทย เพื่อดูร่องรอยลูกระเบิดและกระสุนที่อ้างว่าเป็นของฝ่ายไทย พร้อมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าทหารไทยได้โจมตีและยึดพื้นที่ของกัมพูชาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์กีดขวางเพื่อปิดกั้นไม่ให้ชาวกัมพูชากลับบ้านนั้น กองทัพบกขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
ว่า พื้นที่ที่กองทัพบกเข้าควบคุมอยู่ในปัจจุบันล้วนอยู่ภายในอธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำกำลังทหารและประชาชนเข้ามาตั้งกำลังและตั้งชุมชนรุกล้ำในเขตแดนของไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี

โดยมีรัฐกัมพูชาเป็นฝ่ายสนับสนุน ซึ่งฝ่ายไทยได้ใช้กลไกตามกรอบ MOU ในการยื่นหนังสือประท้วง รวมถึงใช้กลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครองเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น

ต่อมาในช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะ ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุและใช้กำลังทหารคุกคามต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม และได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เคยถูกรุกล้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเรียบร้อยของแนวเขตแดน ทั้งนี้ การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยในปัจจุบันเป็นการดำเนินการภายในแนวพื้นที่ปฏิบัติการของประเทศไทย มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง

สำหรับการวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวลวดหนามในบางพื้นที่นั้น เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่โจมตีต่อทหารและพลเรือนไทย จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าหรือการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นอีก

นอกจากนี้ ภายหลังที่ทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ละฝ่ายยังคงการวางกำลังในพื้นที่เดิมตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม ดังนั้น การคงกำลังและการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายไทยจึงเป็นไปตามกรอบข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการเจรจาระหว่างสองประเทศ โดยเห็นว่าการสื่อสารในประเด็นที่อ่อนไหวควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาบรรยากาศและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...