โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้ง 2569 อึมครึม! รอลุ้นต้น มี.ค. ส่งศาลรธน.วินิจฉัยโมฆะ?

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง สส. 8 กุมภาพันธ์ 2569 ยังอยู่ในภาวะ “อึมครึม” ท่ามกลางแรงกดดันทางกฎหมายที่อาจเขย่าความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินยืนยันเร่งพิจารณาคำร้อง 28 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์ “บาร์โค้ด / คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง และการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โดยมีความเป็นไปได้ว่า ภายในต้นเดือนมีนาคมนี้ อาจมีมติชี้ขาดว่าจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

ปมร้อน“บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด”ขัดรัฐธรรมนูญ?

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจาก กกต. ขอขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงและเอกสารหลักฐานออกไปอีก 7 วัน จากกำหนดเดิมวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้เหตุผลว่า ข้อเท็จจริงมีรายละเอียดจำนวนมาก

คำร้องดังกล่าวมาจากภาคประชาชนหลายกลุ่ม ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ จนทราบว่าเลือกผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดหลักการลงคะแนนต้องเป็น “ความลับ” รวมถึงอาจขัดต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 หรือไม่

ภายหลังการหารือในวันเดียวกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า เรื่องดังกล่าวมีความสำคัญและอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน จึงจำเป็นต้องเร่งแสวงหาข้อเท็จจริงโดยเร็ว โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง (1) มีหนังสือกำชับให้ กกต. ส่งคำชี้แจงพร้อมหลักฐานภายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

พร้อมระบุชัดว่า หากพ้นกำหนดจะดำเนินการพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ตามขั้นตอนกฎหมาย

รับแล้ว 28 คำร้องแยก 2 ประเด็นใหญ่

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีคำร้องรวม 28 เรื่อง และได้รับไว้พิจารณาทั้งหมด โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. ปมละเมิดสิทธิ - ลงคะแนนไม่เป็นความลับ 18 เรื่อง

ผู้ร้อง 18 ราย เห็นว่าการพิมพ์บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจเปิดช่องให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิได้ ซึ่งหากเป็นจริง จะกระทบหลักการสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องเป็น “ความลับ” และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ประเด็นนี้ หากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่ามีมูลเพียงพอ สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้โดยตรง

2. ปมจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย 10 เรื่อง

อีก 10 เรื่อง เป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งของ กกต. และการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ในส่วนนี้ เป็นอำนาจวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินโดยตรง ซึ่งไม่มีกรอบเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของคำร้องและพยานหลักฐาน

ปัจจุบัน ผู้ตรวจการแผ่นดินมี 2 คน คือนายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.อ.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน

ไทม์ไลน์ชี้ชะตาเลือกตั้ง ต้น มี.ค.นี้

จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นเส้นตายที่ กกต. ต้องส่งคำชี้แจง หากส่งครบถ้วน ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจนำเข้าหารือเพื่อพิจารณาว่า “มีมูล” เพียงพอที่จะเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

มีความเป็นไปได้ว่า การพิจารณาอาจเกิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 หรือ อย่างช้าภายในต้นเดือนมีนาคมนี้

หากผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรับคำร้องไว้พิจารณา กระบวนการเลือกตั้งปี 2569 อาจเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางกฎหมายชั่วคราว โดยเฉพาะหากมีคำวินิจฉัยที่กระทบต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้งทั้งระบบ

เกมกฎหมายที่เดิมพันด้วยความเชื่อมั่น

แม้ กกต. จะยืนยันก่อนหน้านี้ว่า “บาร์โค้ด / คิวอาร์โค้ด” มีไว้เพื่อควบคุมและป้องกันการปลอมแปลง และไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ แต่ข้อกังขาที่เกิดขึ้นได้ขยายวงจากประเด็นเทคนิค ไปสู่ประเด็น “ความไว้วางใจ” ในกระบวนการเลือกตั้ง

สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ ความไม่ชัดเจนทางกฎหมายของการเลือกตั้ง ย่อมส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล การรับรองผลเลือกตั้ง และ เสถียรภาพทางการเมืองในภาพรวม

ต้นเดือนมีนาคม 2569 จึงอาจเป็นช่วงเวลาชี้ขาดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเดินหน้าต่อไปตามปกติ หรือ จะต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ในศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง

สถานการณ์ทั้งหมดกำลังเข้าสู่โหมด “จับตาใกล้ชิด” ทั้งในทางการเมืองและทางกฎหมาย เพราะคำวินิจฉัย “ศาลรัฐธรรมนูญ” อาจเปลี่ยนสมการอำนาจของปี 2569 ไปโดยสิ้นเชิง…

รายงานพิเศษ โดย…ทีมข่าวการเมือง ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...