'ทบ.' แจง 'พลทหารเพชรรัตน์' หมดสติเสียชีวิต แพทย์ชี้ภาวะหัวใจวาย
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏประเด็นข่าวในสังคมกรณี พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัด กรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี มีอาการหมดสติ ในระหว่างถูกจำขังในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ต่อมาได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งแพทย์ระบุเป็นการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ว่า ในช่วงก่อนที่พลทหารเพชรรัตน์จะมีภาวะหัวใจล้มเหลว ได้ถูกจำขังตามความผิดทางวินัยฐานขาดราชการ และขังรวมอยู่กับเพื่อนพลทหารด้วยกัน จำนวนมาก เป็นเวลานับ 10 วัน และจากการรตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วในระหว่างที่ถูกจำขังไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือมีเพื่อนพลทหาร ที่อยู่ด้วยกันได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด
พล.ต.วินธัย ระบุต่อว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อ 10 พ.ย. 68 เวลาประมาณ 18.07 น. เพื่อนที่อยู่ด้วยกันยืนยันว่าผู้เสียชีวิตยังดูมีอาการปกติ แต่พอเวลา 18.18 น. อยู่ดีๆ ได้หมดสติล้มลง เพื่อนพลทหารจึงได้เข้าช่วยเหลือ ทางหน่วยได้นำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ ซึ่งแพทย์ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรักษา แต่ไม่เป็นผล แพทย์ระบุ พลทหารเพชรรัตน์เสียชีวิตในเวลา 19.28 น. จากผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ พบว่าไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง ซึ่งในช่วงนั้น ได้ประสานชี้แจงทางครอบครัวและญาติ ให้ได้รับทราบตามข้อเท็จจริง ซึ่งไม่ติดใจ และมีความเข้าใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น ทางหน่วยฯ จึงดูแลอำนวยความสะดวกในการจัดพิธีศพ พร้อมติดตามเรื่องสิทธิสวัสดิการต่างๆ ตามแบบธรรมเนียมอย่างเหมาะสม
"จากการที่มีบางบุคคล ได้นำกรณีนี้มานำเสนอซ้ำกับสังคม จึงทำให้มีประชาชนบางส่วนได้มีการตั้งข้อสังเกตคาดเดาถึงสาเหตุการเสียชีวิต ในมุมต่างๆ ซึ่งอาจไม่ตรงกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ พยานบุคคลที่ในกรณีนี้มีอยู่จำนวนมาก และข้อเท็จจริงทางกฎหมายตามระบบราชการ หากญาติหรือครอบครัว หรือบุคคลใด เปลี่ยนใจกลับมาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และกังวลสงสัยในช่วงนี้ ทางหน่วยต้นสังกัดยินดี และพร้อมให้รายละเอียด สามารถประสานทางหน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกลุ่มเพื่อนพลทหารจำนวนมากที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลาในช่วงก่อนเหตุ และระหว่างเกิดเหตุ เพื่อจะให้ข้อมูลข้อเท็จจริง หรือทำความเข้าใจเพิ่มเติมให้ได้ตลอดเวลา" พล.ต.วินธัย กล่าว
พล.ต.วินธัย กล่าวยืนยันว่าการสูญเสียกำลังพลคนหนึ่งคนใดก็ตาม นับเป็นการสูญเสียของกองทัพบก ด้วยเช่นกัน ทำให้กรณีมีกำลังพลเสียชีวิต จึงต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา